NAIชี้3-5ปีผังย่านสร้างมูลค่าศก.4.8พันล้านบาท

ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เผยอนาคต 1-3 ปี จะเกิดย่านนวัตกรรมจำนวน 12 ย่าน สตาร์ทอัพ 100 ราย/ย่าน/ปี  หรือ 1,200 คน/ปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 4,800 ล้านบาท ภายใน 3-5 ปี  และระยะเวลา 5-10 ปี เกิดการจ้างงาน 10 คน/ 1 ธุรกิจ หรือจำนวน 12,000 คน/ปี ด้านเอกชนระบุต้องปรับตัวรับนวัตกรรมโลก ชูความเป็นศูนย์กลางอีอีซี ลงมือก่อนได้เปรียบ

 

 

 

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ NAI เปิดเผย ในงานสัมมนาซึ่งจัดโดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้หัวข้อ”การพัฒนานวัตกรรมเชิงพื้นที่ : Area Based Innovation กับภาคอสังหาริมทรัพย์” ว่า ย่านนวัตกรรมจะต่างจากเมืองอัจฉริยะ คือ พื้นที่ขนาดไม่เกิน 4 ตารางกิโลเมตร ที่มีความเข้มข้นของการเกิดนวัตกรรมหรือการใช้นวัตกรรม มีกิจกรรมและการจัดการร่วมกันของชุมชนคนภายในพื้นที่อย่างชัดเจนและเป็นประจำ มีการร่วมแบ่งปันทรัพยากรและร่วมรังสรรค์นวัตกรรมให้ตรงกับเป้าหมายของแต่ละองค์กร หรือให้ตรงความต้องการของคนภายในย่าน

 

เป็นแนวคิดใหม่ของการวางแผนและออกแบบพื้นที่และสังคมเมืองในหลักการที่ว่าการพัฒนาเมืองหรือย่านให้เป็นกลุ่มคลัสเตอร์ของผู้ประกอบธุรกิจนวัตกรรมและธุรกิจใหม่ โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องมือและกลไกที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัยและผู้ดำเนินกิจกรรมในย่าน เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ยกระดับระบบสารสนเทศในย่าน เพื่อเชื่อมต่อผู้คนและไอเดียภายในย่าน รวมถึงการมีกลไกที่ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม สร้างสรรค์สิ่งใหม่ร่วมกัน แบ่งปันความรู้แก่กันของชุมชน ธุรกิจ และหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งมี 12 ย่าน ได้แก่โยธี,รัตนโกสินทร์,ปทุมวัน,คลองสาน,กล้วยน้ำไท,ลาดกระบัง,ปุณณวิถี,บางแสน,ศรีราชา,พัทยา อู่ตะเภา และบ้านฉาง

 

ทั้งนี้เมื่อเกิดการรวมตัวกันของย่านนวัตกรรมหลายแห่ง อาจมีอัตลักษณ์ที่คล้ายหรือแตกต่างกันก็ได้ จะเกิดนวัตกรรมระดับเมืองซึ่งแตกต่างทั้งขนาด จำนวนผู้คน ทรัพยากรและปัญหาที่แตกต่างกัน โดยในแต่ละย่านจะมีบทบาทที่ส่งเสริมให้ย่านอื่นมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้นได้ ระดับความเข้มข้นของการเกิดนวัตกรรมจะน้อยกว่าย่านนวัตกรรม จะเน้นไปที่การใช้งานนวัตกรรมเป็นสำคัญ เทคโนโลยีสำคัญที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนเมืองนวัตกรรมคือเทคโนโลยีสารสนเทศที่จะมีบทบาทอย่างมากในการส่งผ่านข้อมูล การบริหารจัดการทางไกล การวิเคราะห์ปัญหาล่วงหน้า โดยจะเน้นที่เรื่องความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน การเดินทาง การประกอบอาชีพ และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคนที่อยู่ในเมืองนวัตกรรม

 

อย่างไรก็ตามหากย่านพวกนี้ไม่สามารถดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนได้จะดำเนินการได้ลำบาก คาดว่าภายในระยะเวลา 1-3 ปี จะเกิดย่านนวัตกรรมจำนวน 12 ย่าน มีสตาร์ทอัพ 100 ราย/ย่าน/ปี  หรือ 1,200 คน/ปี ,ระยะเวลา 3-5 ปี จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 4,800 ล้านบาท  และระยะเวลา 5-10 ปี เกิดการจ้างงาน 10 คน/ 1 ธุรกิจ หรือจำนวน 12,000 คน/ปี

 

ด้านนายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า  การพัฒนานวัตกรรมเชิงพื้นที่(Area Based Innovation )ในภาคธุรกิจอสังหาฯ ผู้ประกอบการต้องคิดอะไรให้มากกว่าการพัฒนาโครงการ ต้องพัฒนาเป็นย่านนวัตกรรม หรือเป็นเมืองอัจฉริยะอัจฉริยะ(สมาร์ทซิตี้)  เพราะการพัฒนาพร้อมกันทั้งประเทศคงเป็นเรื่องทำได้ยาก ซึ่งสามารถศึกษาหาความรู้เพิ่มได้ จากการทำเมืองสมาร์ทซิตี้ ของญี่ปุ่น เกาหลี และสิงคโปร์ เป็นอย่างไร

“ถ้าเราอยู่นิ่ง ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ปรับตัว จะไม่ทันการเติบโตของนวัตกรรมโลก และเทคโนโลยี รวมทั้งพร็อพเทค ฟินเทค เข้ามาเร็วมาก ต้องหาความรู้เพิ่ม  ประเทศไทยถือว่าได้เปรียบในเรื่องของภูมิศาสตร์ทำเลเป็นศูนย์กลางของเออีซี ดังนั้น อย่าอยู่เฉยๆ ต้องทำให้เราโดดเด่นขึ้นมาในภูมิภาคให้ได้ เรื่องการทำอีอีซีถือเป็นเรื่องที่ดี  มาเลเซีย สิงคโปร์ ก็คิด ขึ้นอยู่ว่าใครชิงลงมือได้ก่อนใคร “นายพรนริศ กล่าวในที่สุด

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง