ฮาบิแทท กรุ๊ป เอาใจกลุ่มนักลงทุนปรับแผนรุกตลาดซีบีดีกทม.

ฮาบิแททฯแย้มแผนปี61 จ่อผุด 4-5 โครงการใหม่ รวมมูลค่า 4,000 ล้านบาท ปรับแผนหันรุกตลาดกทม.ทำเลสุขุมวิท มากขึ้น หวังเอื้อนักลงทุนปล่อยเช่าต่างชาติระยะยาว ประกาศรื้อแผนคอนโดฯซอยร่วมฤดี เป็นบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ราคา60-70 ล้านบาท ล่าสุดเปิดตัว“วินด์แฮม แอทลาส วงศ์อมาตย์ พัทยา”มูลค่า 850 ล้านบาท พร้อมดึง คอสโมโพลิแทน ฮอสปิทอลลิตี้ บิหารโครงการภายใต้แบรนด์ “วินด์แฮม โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท”

 

นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทฯในปี2561โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยเป็นการรุกเข้ามาพัฒนาในย่านซีบีดีกรุงเทพฯมากขึ้น ในสัดส่วน 70% และอีก 30% จะเป็นการพัฒนาโครงการในพัทยาอย่างต่อเนื่อง

 

โดยสาเหตุที่ปรับแผนหันมาพัฒนาโครงการในกทม.โดยเฉพาะย่านสุขุมวิทมากขึ้นนั้น เพราะมองว่ามีศักยภาพในการเติบโตสูง แม้ผลตอบแทนจะไม่สูงเท่าพัทยา คือปีละ 4-5% แต่มูลค่าเพิ่มในแต่ละปีนั้นมีสูงกว่า อีกทั้งโซนสุขุมวิทมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก นักลงทุนที่ซื้อโครงการสามารถปล่อยเช่าได้ง่าย  โดยในปี2561 ตั้งเป้าซื้อที่ดินมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ทั้งในกทม.โซนสุขุมวิท สาทร สีลม และพัทยา

 

สำหรับโครงการใหม่ที่เปิดตัวในปี2561 นั้นมีโครงการย่านซอยร่วมฤดี ที่เดิมมีแผนจะพัฒนาเป็นคอนโดฯ สูง 8 ชั้น บนพื้นที่เกือบ 1 ไร่ ราคา200,000 บาท/ตารางเมตร หรือยูนิตละ 6-12 ล้านบาท มูลค่าโครงการประมาณกว่า 300 ล้านบาท ที่เตรียมจะเปิดตัวในปี 2560 แต่มองว่าทำเลดังกล่าวมีการแข่งขันพัฒนาคอนโดฯระดับล้กชัวรี่ค่อนข้างสูง  โดยราคาขายคอนโดฯตั้งแต่ชิดลม-เพลินจิต ราคาอยู่ที่กว่า 300,000 บาท/ตารางเมตรขึ้นไป จึงปรับแผนเป็นการพัฒนาในรูปแบบของบ้านเดี่ยว ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่แทน ระดับราคาประมาณ 60-70 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 250 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะสามารถเปิดพรีเซลได้ในเดือนมกราคม 2561

 

นอกจากนี้ยังมีโครงการคอนโดฯ บริเวณซอยประสานมิตร อีก 1 โครงการ บนพื้นที่เกือบ 1 ไร่ สูง 8 ชั้น จำนวน 100 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 5 ล้านบาทขี้นไป ขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบ จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ คาดว่าจะเปิดการขายได้ในเดือนมกราคม 2561 ด้วยเช่นกัน

 

ส่วนโครงการอื่นๆยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ ซึ่งรวมไปถึงที่ดินย่านพระโขนง-อ่อนนุช บนพื้นที่ 1 ไร่เศษ เดิมจะพัฒนาเป็นคอนโดฯขนาด 30-40 ตารางเมตร ราคา 150,000-190,000 บาท/ตารางเมตร หรือ 5- 7 ล้านบาท จำนวนกว่า 100 ยูนิต มูลค่ากว่า700 ล้านบาท เดิมจะเปิดขายในไตรมาส3/2560 แต่ก็เลื่อนออกไปก่อน เพราะมาเน้นโครงการที่ซอยประสานมิตร

 

ล่าสุดได้เปิดตัวโครงการ“วินด์แฮม แอทลาส วงศ์อมาตย์ พัทยา” (Wyndham Atlas Wongamat Pattaya) เป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์เพื่อการลงทุนระดับลักชัวรี่ สูง 8 ชั้น บนพื้นที่ 1 ไร่เศษ บริเวณซอยนาเกลือ 22 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขนาดพื้นที่ 25 – 57 ตารางเมตร จำนวน 192 ห้อง   มูลค่าโครงการ 850 ล้านบาท  ราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่ 3.8 – 9 ล้านบาท  โดยผู้ซื้อกรรมสิทธิ์ห้องชุดจะได้รับประกันผลตอบแทนจากการเช่าในอัตรา 6% ต่อปี ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี และตั้งแต่ปีที่ 6 ขึ้นไป บริษัทฯ จะแบ่งผลกำไร 60% ให้กับเจ้าของห้องต่อไป โดยที่ผ่านมาได้เปิดโอกาสให้ลูกค้าเก่าได้จองก่อน ขณะนี้มียอดจองแล้ว 30% คาดว่าจนถึงปลายปีนี้จะทำยอดขายได้ 50% และเริ่มก่อสร้างในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในกลางปี 2563

 

“สำหรับการบริหารในรูปแบบโรงแรมนั้น ทาง ฮาบิแทท กรุ๊ป ได้จับมือกับ “คอสโมโพลิแทน ฮอสปิทอลลิตี้ ในการบริหารโครงการภายใต้แบรนด์ “วินด์แฮม โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท” (Wyndham Hotel and Resorts) ซึ่งเรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การบริการระดับ 5 ดาวให้กับลูกค้า เมื่อโรงแรมเปิดให้บริการในปี 2563” นายชนินทร์ กล่าว

 

นอกจากนี้ในเดือนธันวาคม นี้ยังมีแผนไปโรดโชว์ที่เมืองปักกิ่ง ประเทศจีน เนื่องจากเป็นตลาดที่ใหญ่ ซึ่งคาดหวังยอดขายจากจีนประมาณ 70% จากสัดส่วนลูกค้าต่างชาติทั้งหมด 30-40% รองลงมาจะเป็นลูกค้าจากฮ่องกงและสิงคโปร์

 

ส่วนโครงการที่เปิดขายในขณะนี้คือ โครงการ “X2 Pattaya Oceanphere”(ครอสทู พัทยา โอเชี่ยนเฟียร์) พูลวิลล่า ตากอากาศพร้อมอยู่สไตล์ โมเดิร์น ลักซ์ชัวรี่  รีสอร์ท ตั้งอยู่บริเวณซอยนาจอมเทียน56 บนที่ดินทั้งหมด 9 ไร่เศษพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 138.5-267 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้นที่ 9.79-15 ล้านบาท จำนวน 59 หลัง มูลค่าโครงการกว่า 800 ล้านบาท โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ปัจจุบันยอดขายแล้วกว่า 70% ด้านการก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 50% คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส3/2561 และโรงแรมพร้อมที่จะเปิดให้บริการในปลายปี2561 เช่นกัน และโครงการบลูเฟียร์ ย่านนาจอมเทียน  เป็นคอนโดฯสูง 8 ชั้น มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท ขณะนี้มียอดขายแล้ว 70%

 

“ในปีนี้เปิดได้ตามแผน 5โครงการ มูลค่ารวม  2,000 ล้านบาทโดยปิดการขายไปแล้ว 3 โครงการ คาดว่าทั้งปี2560 จะสามารถทำยอดขายได้ 1,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าที่วางไว้  และมีรายได้จากการโอน 300 ล้านบาท”นายชนินทร์ กล่าวในที่สุด

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง