JLL คาดสิ้นปี’60การลงทุนซื้อขายโรงแรมในไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.4 หมื่นล้านบาท

 บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล (JLL) ประเมินว่า การลงทุนซื้อขายโรงแรมในประเทศไทยของทั้งปีนี้ มีความเป็นไปได้ที่จะมีมูลค่าสูงขึ้นไปถึงที่ระดับ 1.4 หมื่นล้านบาท พร้อมวิเคราะห์ว่านักลงทุนไทยและต่างชาติที่ซื้อมีความมั่นใจในศักยภาพตลาดการท่องเที่ยวไทย ขณะที่โอกาสการในการทำกำไรเป็นปัจจัยหลักที่จูงใจให้เจ้าของนำโรงแรมออกเสนอขาย

 

หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรม เจแอลแอล เปิดเผยว่า ขณะนี้ มีรายการซื้อขายโรงแรมมูลค่าสูงที่กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจา-ดำเนินการ ซึ่งมีแนวโน้มว่าการซื้อขายจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้ และคาดว่าจะดันให้มูลค่าการลงทุนซื้อขายรงแรมในไทยของทั้งปีขึ้นไปถึงที่ระดับ 1.4 หมื่นล้านบาท หลัง 9 เดือนแรกมีการซื้อขายเกิดขึ้นไปแล้วรวมมูลค่า 1.12 หมื่นล้านบาท

 

นายการัณย์ คานิเยาว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขาย หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรม เจแอลแอล กล่าวว่า “ปีนี้นับเป็นอีกปีหนึ่งที่ตลาดการลงทุนซื้อขายโรงแรมในไทยมีความคึกคักมากเป็นพิเศษ สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนทั้งของไทยและต่างชาติมีความสนใจสูงในการลงทุนในภาคธุรกิจโรงแรมของไทย”

 

“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดโรงแรมของไทยได้รับความสนใจสูงจากนักลงทุน ได้แก่ ผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับตลาดโรงแรมในเมืองสำคัญเมืองอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน  โดยขณะนี้ให้ผลตอบแทนการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 5.5%-6.0% สำหรับโรงแรมในกรุงเทพฯ และอาจสูงกว่านี้เล็กน้อยสำหรับโรงแรมในหัวเมืองท่องเที่ยว นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวของไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจโรงแรม” นายการัณย์กล่าว

 

อย่างไรก็ดี การที่ภาคธุรกิจโรงแรมของไทยมีแนวโน้มที่ดี และให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เหตุใดจึงมีเจ้าของโรงแรมนำโรงแรมของตนออกมาเสนอขาย

 

นายการัณย์อธิบายว่า การที่เจ้าของนำโรงแรมในไทยออกมาเสนอขาย มีหลากหลายเหตุผล อาทิ การระดมทุนเพื่อไปใช้กับธุรกิจอื่น รวมไปจนถึงเพื่อปลดภาระหนี้ อย่างไรก็ดี จากธุรกรรมการซื้อขายโรงแรมที่เจแอลแอลเป็นตัวแทนการซื้อขายในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า มีเหตุผลหลักๆ 4 เหตุผลด้วยกัน ได้แก่

ทำกำไร:โอกาสการกำไรนับเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จูงใจให้เจ้าของโรงแรมตัดสินใจขายโรงแรมของตน โดยผู้ขายเหล่านี้ ส่วนหนึ่งได้ลงทุนซื้อโรงแรม ถือครองไว้ระยะหนึ่ง และขายออกในราคาที่สูงขึ้นกว่าราคาเมื่อซื้อมา ตัวอย่างเช่นกรณีที่บริษัท กรุงเทพบริหาร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) ได้ขายต่อโรงแรมความสูง 34 ชั้นที่ยังสร้างไม่เสร็จบนถนนสุขุมวิทซึ่งซื้อไว้ตั้งแต่ปี 2556 ให้กับกลุ่มโรงแรมคาร์ลตันจากสิงคโปร์ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ในวงเงินรวมทั้งสิ้น 2.5 พันล้านบาท

 

ในบางกรณี ผู้ขายเป็นนักลงทุนที่เคยเข้าซื้อโรงแรมและปรับปรุงเพิ่มมูลค่า ก่อนนำออกขายต่อเพื่อทำกำไร ซึ่งการเพิ่มมูลค่ามีหลากหลายวิธี อาทิ การปรับปรุงอาคารและห้องพัก ตลอดไปจนถึงการยกระดับเกรดของโรงแรม ตัวอย่างเช่น โรงแรมโบ๊ทเฮ้าส์ริมหาดกะตะที่ภูเก็ต เป็นโรงแรมที่ก่อสร้างมานาน โดยก่อนหน้านี้ได้มีนักลงทุนเข้าซื้อและลงทุนปรับปรุงซ่อมแซม ก่อนขายต่อออกไปเมื่อปีที่แล้วในราคาที่สูงขึ้น

 

ปรับพอร์ตการลงทุน:โรงแรมบางแห่งในไทย ถูกขายออกโดยผู้ขายซึ่งเป็นนักลงทุนระหว่างประเทศที่มีการปรับกลยุทธ์การลงทุน ตัวอย่างเช่นในปีที่แล้ว เจแอลแอลได้รับมอบหมายจากกลุ่มวิทเบรด (Whitbread) จากอังกฤษให้เป็นตัวแทนขายโรงแรมพรีเมียร์อินน์ในกรุงเทพฯ และพัทยา ตามนโยบายใหม่ของวิทเบรดที่ต้องการถอนการลงทุนออกจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย เพื่อหันไปเน้นเฉพาะตลาดยุโรปและตะวันออกกลาง ทั้งนี้ เจแอลแอลประสบความสำเร็จในการปิดการขายโรงแรมทั้งสองแห่งไปเมื่อกลางปีนี้ โดยผู้ซื้อคือ โฮเทล เอทตี้วัน (Hotel 81) จากสิงคโปร์

 

เลิกกิจการหรือยกเลิกการเป็นหุ้นส่วน:ในบางกรณี ผู้ขายเป็นครอบครัวหรือกลุ่มบุคคลที่ร่วมหุ้นกันลงทุนในโรงแรม และต่อมาตัดสินใจขายออกเมื่อไม่ต้องการดำเนินกิจกการโรงแรมต่อ หรือต้องการนำเงินไปลงทุนด้านอื่น หรือต้องการเลิกการร่วมหุ้น ซึ่งในปีที่แล้ว มีการขายโรงแรมสองรายการในลักษณะนี้ที่เจแอลแอลทำหน้าที่เป็นตัวแทนขาย

 

ขาดสภาพคล่อง:แม้จะมีไม่มาก แต่มีกรณีที่ผู้ขายตัดสินใจขายโรงแรมด้วยเหตุผลด้านสภาพคล่อง โดยเฉพาะกรณีของการถูกกดดันจากเจ้าหนี้ อย่างไรก็ดี ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ไม่พบว่ามีการขายที่เจ้าของยอมลดราคาลงต่ำมากหรือยอมขายต่ำกว่าทุน

 

“ในส่วนของปีหน้า เชื่อว่า การลงทุนซื้อขายโรงแรมในไทยยังมีแนวโน้มที่ดี ฝั่งผู้ซื้อยังคงมีความสนใจสูง ในขณะที่โอกาสในการทำกำไรจะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่จูงใจให้มีเจ้าของโรงแรมนำโรงแรมออกมาเสนอขาย แต่จากการที่มีนักลงทุนสนใจสูง ทำให้ผู้ขายเริ่มคาดหวังราคาที่สูงขึ้นด้วย โดยเฉพาะสำหรับโรงแรมที่มีคุณภาพเหมาะสมสำหรับการลงทุน ซึ่งอาจเป็นความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในตลาดการลงทุนในปีหน้า” นายการัณย์สรุป

 

ตัวอย่างโรงแรมที่กำลังเสนอขายในขณะนี้

  •                                                   โนโวเทล ภูเก็ต กะรน บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา
  •                                                               โฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง