เสนาฯเตรียมเปิดตัว“นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น”คอนโดฯไฮไรส์รับรถไฟฟ้าสีชมพู

ที่ดินย่านปากเกร็ดแห่ปรับราคาหลังรถไฟฟ้าสีชมพูมีความชัดเจน ผู้ประกอบการแห่ผุดคอนโดฯรับดีมานด์ ล่าสุดเสนาฯเตรียมเปิดตัวคอนโดฯ “นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น”มูลค่า 1,500 ล้านบาท ในวันที่ 1-2 ก.ค. คาดฟันยอดขาย 20% พร้อมปรับลดเป้ายอดขายปี60ลง เหตุเลื่อนเปิดตัวโครงการร่วมทุนพันธมิตรญี่ปุ่น “นิช ไพรด์ เตาปูน-อินเทอเชนจ์”ไปต้นปี2561 หวังเลี่ยงเหตุการณ์ในไตรมาส4

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์จำกัด(มหาชน)หรือ SENA เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดย่านปากเกร็ดว่าในอดีตจะมีผู้ประกอบการพัฒนาในรูปแบบของบ้านจัดสรร แต่ปัจจุบันวิวัฒนาการที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไปและยิ่งรถไฟฟ้าสายสีชมพูมีความชัดเจนก็ยิ่งทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยมีความคึกคักมากขึ้น ส่งผลให้ในย่านดังกล่าวมีโครงการประเภทคอนโดฯไฮไรส์มากขึ้น จากปัจจุบันที่ส่วนใหญ่ยังเป็นคอนโดฯโลว์ไรส์ ราคาเฉลี่ยที่ 50,000-55,000 บาท/ตารางเมตร ถือว่ายังเป็นราคาที่จับต้องได้เมื่อเทียบกับทำเลอื่นๆและดีมานด์ยังมีค่อนข้างมาก สามารถปล่อยเช่าได้เดือนละ 7,000 บาทขึ้นไป

ล่าสุดเปิดตัวโครงการ “นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น”ตั้งอยู่บนพื้นที่ 2 ไร่ ซึ่งเป็นแลนด์แบงก์ที่ซื้อมาประมาณ 7-8 ปี ในราคา 80,000 บาท/ตารางวา พัฒนาในรูปแบบของคอนโดฯไฮไรส์ สูง 35 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ถือเป็นอาคารสูงแห่งที่2 ในย่านปากเกร็ด แต่เป็นอาคารที่สูงที่สุดในย่านนี้ แบ่งเป็นห้องพัก 857 ยูนิต และร้านค้า 7 ยูนิต รวมทั้งสิ้น 864 ยูนิต ขนาดตั้งแต่ 25-51 ตารางเมตร ราคา 1.29-3.2 ล้านบาท หรือเริ่มต้นที่ 51,000 บาท/ตารางเมตร มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท โดยในวันที่24-25 มิถุนายน จะเปิดโอกาสให้ลูกค้า VVIP หรือลูกค้าเก่าและลูกค้าที่ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้าแต่ไม่สามารถมาจองในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมได้เข้าจองก่อน และจะเปิดพรีเซลรอบบุคคลทั่วไปในวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2560 คาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้ 20% (นำเสนอขายเพียง150 ยูนิตแรก จากทั้งหมด 857 ยูนิต) และเริ่มก่อสร้างในเดือนสิงหาคม 2560 และแล้วเสร็จในปลายปี2562

ส่วนธุรกิจโซลาร์เซลล์ของบริษัท ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการจับฉลากโซลาร์สหกรณ์ เฟส 2 ซึ่งบริษัทได้ผ่านคุณสมบัติหลายโครงการ ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลการจับฉลากในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ โดยปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิต 75 เมกะวัตต์ และในปีนี้จะจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ครบทั้งหมด50 เมกะวัตต์

 

นอกจากนี้บริษัทฯเตรียมพิจารณาปรับลดเป้ายอดขายปีนี้ลดลงจากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้เติบ 20% จากปีก่อนที่ทำยอดขายได้ 4,0000 ล้านบาท เนื่องจากในปีนี้บริษัทจะต้องมี 1 โครงการที่เป็นโครงการร่วมทุนกับพันธมิตรญี่ปุ่น คือ โครงการ “นิช ไพรด์ เตาปูน-อินเทอเชนจ์” มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท ที่เลื่อนเปิดไปเป็นต้นปี 2561 จากเดิมที่คาดว่าจะเปิดในช่วงปลายปี2560นี้ ประกอบกับในช่วงไตรมาส4 ของปีนี้คาดว่าสถานการณ์ของตลาดอาจจะทรงตัวเนื่องจากคนไทยจะกลับมาอยู่ในช่วงภาวะโศกเศร้าอีกครั้งหนึ่งทำให้การทำกิจกรรมทางการตลาดต่างๆอาจจะต้องชะลอไปในช่วงดังกล่าว รวมถึงการเปิดโครงการใหม่ในไตรมาส 4/2560 ที่มีผลกระทบด้วย

ด้านรายได้ในปีนี้บริษัทยังคงเป้าหมายเติบโต 10% จากปีก่อน ที่ 4,110 ล้านบาท อีกทั้งปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ที่ 3,000-4,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะทยอยรับรู้ในปีนี้ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3/2560 จะรับรู้รายได้มากที่สุด จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ The Niche Pride ทองหล่อ–เพชรบุรี

 

ด้านนายสัมมา คีตสิน กรรมการSENA และกรรมการอิสระกล่าวถึงตลาดที่อยู่อาศัยย่านปากเกร็ด-ติวานนท์ ว่า ปัจจุบันนนทบุรี มีพื้นที่ 622 ตารางกิโลเมตร หรือ 389,000 ไร่ (อันดับ 75) ประชากร 1,212,000 คน (อันดับ 5) ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยามีพื้นที่ 1 ใน 3 ของจังหวัด อ. ปากเกร็ด มีพื้นที่ 89 ตารางกิโลเมตร (55,600 ไร่)ถือว่าเป็นทำเลมีศักยภาพสูง เพราะการคมนาคมสะดวก หลากหลายรูปแบบและทุกทิศทาง อยู่ติดพื้นที่กรุงเทพฯตอนบน โดยถนนแจ้งวัฒนะ ฝั่งกรุงเทพฯ ไม่สามารถพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยได้มากเมื่อเทียบกับฝั่งนนทบุรี เนื่องจากกฎหมายผังเมืองบังคับ

 

สำหรับภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยย่านดังกล่าวมีอัตราการเติบโตจากหลายปัจจัยบวก เช่น เส้นทางคมนาคม ศูนย์ราชการ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์ประชุม โดยเริ่มมีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นมากในช่วงประมาณปี 2553 เป็นต้นมา โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีคอนโดฯประมาณ 10 โครงการ ซัพพลายประมาณ 10,000 ยูนิต อัตราการขายอยู่ในระดับสูงมากกว่า 80% ทำให้อุปทานในตลาดเหลืออยู่ค่อนข้างน้อย ราคาขายต่อตารางเมตรปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากประมาณ 40,000 บาทปลายเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว เป็นสูงกว่า 60,000 บาท/ตารางเมตรในปัจจุบัน ราคาประเมินที่ดินปี2559-2562 อยู่ที่ประมาณ 120,000-150,000 บาท/ตารางวา ส่วนราคาขายจริงอาจจะบวกเพิ่มอีกประมาณ 2 เท่าตัว และมีแนวโน้มราคาที่ดินจะเพิ่มสูงขึ้น เมื่อรถไฟฟ้าสายสีชมพูเริ่มการก่อสร้างไปจนสร้างเสร็จเปิดให้บริการ แต่ปัจจุบันต้นทุนที่ดินยังพอพัฒนาได้

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง