ดีเดย์ ! ต้นปี’61 อสังหาฯลงขันตั้งบริษัทกลางปล่อยกู้ลูกค้าซื้อบ้าน-คอนโดฯแก้ปมแบงก์เข้ม

ยอดปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์ที่อาจเพิ่มขึ้น รวมถึงปัญหาจาก NPL ที่สูงขึ้นและหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงเป็น 3 ปัจจัยเสี่ยงที่จุกอกของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์  ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการเจ้าของโครงการพยายามที่จะหาทางออกในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ผ่านโมเดลการตลาดต่างๆ  และล่าสุดเริ่มมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆนั่นคือ การจัดตั้งบริษัทกลาง  (บริษัทปล่อยกู้ สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์)หรือ มอร์เกจ คอมปะนี ขึ้นมาเพื่อระดมทุนสักก้อนหนึ่ง สำหรับนำมาปล่อยกู้ให้กับผู้บริโภคที่ซื้อที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม ฯลฯ

 

บริษัทกลางดังกล่าวนี้เกิดจากการผู้ประกอบการในวงการอสังหาฯรวมตัวกันจัดตั้งและดำเนินการในรูปแบบนิติบุคคล โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างได้ในต้นปี 2561 หลังจากที่ใช้ความพยายามมาอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปี โดยมีบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย(บตท.)หรือ Secondary Mortgage Corporation(SMC) เข้ามาเป็นตัวช่วยในการซื้อบัญชีลูกค้า(ลูกหนี้)ไปบริหารต่อ ซึ่งปัจจุบันสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ.2540 พ.ศ. …. การแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว เป็นการขยายขอบเขตการทำธุรกรรมจากเดิม ด้วยการให้ บตท.สามารถซื้อกองสินเชื่อที่อยู่อาศัย 2 กลุ่มคือ จากสถาบันการเงิน และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์  โดย บตท.จะนำกองสินเชื่อเหล่านี้มาหนุนหลังและออกหลักทรัพย์เพื่อระดมทุนจากตลาดทุนและส่งต่อไปสู่ตลาดเงิน เป็นต้น

 

กล่าวได้ว่า การแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ.2540 พ.ศ. …. เป็นการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาของเครื่องมือทางการเงินที่เปลี่ยนไป และเป็นทางเลือกให้มีแหล่งเงินทุนช่วยให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัย

 

“เรื่องนี้มีการพุดคุยกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยที่ผมเป็นนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์เมื่อ4ปีก่อน และได้หารือกับ บตท.ตลอด ถึงตอนนี้มีความคืบหน้าไปค่อนข้างมาก ”“กิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา”  อดีตนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยและกรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) กล่าว พร้อมกับขยายความว่า บริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นมาน่าจะเริ่มได้ในต้นปี 2561 เบื้องต้นได้กำหนดหลักเกณฑ์ดังนี้ 1.ผู้ที่ได้สิทธิในการถือหุ้นจะเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ถือในสัดส่วนบริษัทละ1หุ้นๆละ 1 ล้านบาท (หรือหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งบริษัท)  2.ปล่อยกู้ให้เฉพาะลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยภายในโครงการผู้ถือหุ้นเท่านั้น  3.กลุ่มลูกค้าเป็นหมายเน้นกลุ่มอาชีพอิสระ , กลุ่มคนรุ่นใหม่  และ 4.ระดับราคาบ้านกลาง-ล่างเป็นหลัก ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เช่นอัตราดอกเบี้ยที่จะปล่อยกู้จะเป็นอัตราที่เท่าไหร่ , วงเงินสดที่ผู้ถือหุ้นจะนำมาวางเป็นหลักประกันนั้นจะคิดเป็นเท่าไหร่เมื่อเทียบกับสัดส่วนราคาบ้านหรือคอนโดที่ลูกค้าซื้อและมากู้ซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการของบริษัทตนเอง  ,ระยะเวลาที่จะดูแลลูกค้าเพื่อสร้างประวัตที่ดีก่อนที่จะขายกองลูกหนี้ให้ บตท.รวมถึงชื่อบริษัทที่จะจัดตั้งนั้นอยู่ในขั้นตอนการพูดคุยกัน และบริษัทสัมมากรก็สนใจที่จะร่วมจัดตั้งในฐานะหนึ่งผู้ถือหุ้นด้วยเช่นกัน

 

การระดมทุนผู้ประกอบการอสังหาฯผ่านการจัดตั้งบริษัทกลางขึ้นมาดำเนินการนั้น จะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคให้สามารถกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดฯได้ โดยคณะผู้บริหารของบริษัทกลางที่จัดตั้งขึ้นจะเป็นผู้วิเคราะห์ขีดความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของลูกค้าหรือผู้บริโภคร่วมกับทางบตท. การปล่อยกู้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ส่วนที่ว่าเมื่อปล่อยกู้แล้วบัญชีรายชื่อลูกนี้รายนั้นจะอยู่ที่บริษัทกลางเป็นเวลานานเท่าไหร่ถึงจะสามารถนำบัญชีลูกหนี้ไปขายต่อให้บตท.ได้นั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาถึงความเหมาะสม

 

ในการแก้ไขปัญหาความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการปล่อยกู้นั้น จะดำเนินการโดย 1.การวิเคราะห์ขีดความสามารถในการกู้หรือชำระหนี้ของลูกค้านั้น จะให้บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร)มาช่วยพิจารณา และ 2 การวิเคราะห์ทรัพย์สินของผู้บริโภคที่มากู้นั้น ทางบริษัทกลางที่ดำเนินการหรือเชี่ยวชาญด้านการประเมินทรัพย์สิน

 

“กิตติพล” ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ผู้บริโภคบางกลุ่มที่มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่อาศัยจริง และมีขีดความสามารถในการผ่อนชำระแต่ไม่สามารถที่จะเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้นั้นมีอยู่ค่อนข้างมาก ในขณะเดียวกันยอดปฎิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เกิดขึ้นในแต่ละโครงการนั้นยังอยู่ในระดับที่ 30-50% ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง

 

ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงแนวทางในการดำเนินการดังกล่าวนั้น เกิดประโยชน์ทั้ง บตท. ผู้บริโภค และผู้ประกอบการเจ้าของโครงการ โดยในมุมของผู้ประกอบการเจ้าของโครงการก็สามารถแก้โจทก์ธุรกิจทั้งแก้ปัญหายอดปฎิเสธสินเชื่อขงธนาคารพาณิชย์ ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการตลาดในกรณีที่ต้องนำสินค้ากลับมาขายใหม่  ส่วนในมุมของผู้บริโภคหรือประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระทั่วไปก็สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ สามารถมีบ้านเป็นของตัวเองได้มากขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นต้น ขณะที่บตท. ก็สามารถขยายพอร์ตซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้กว้างขึ้น

 

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง