กนอ.ดันงบกว่า 1.3 หมื่นล. ตอกหมุดนิคมฯ สมาร์ทปาร์ค – ท่าเรือฯ มาบตาพุด เฟส 3

กนอ.เปิดแผนการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุดภายใต้งบประมาณกว่า  13,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้ง 2 โครงการใหญ่ ได้แก่ โครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Smart  Park บนพื้นที่ 1,500.97 ไร่ สำหรับรองรับอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต  พร้อมด้วยการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 บนพื้นที่อีก 1,000 ไร่ ที่จะช่วยรองรับขยายการนำเข้าวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นสูง การขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ LNG ที่จะเพิ่มได้มากขึ้นอีก 20 ล้านตันต่อปี พร้อมยังได้เตรียมพื้นที่เพื่อรองรับการลงทุนภายใต้ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี เพื่อจัดสรรพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับสร้างนิคมฯ ใหม่อีกประมาณ 16,000 ไร่ อีกด้วย

 

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เป็นหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญและศักยภาพสูงลำดับต้นๆ ของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี โดยเป็นทั้งฐานการผลิตอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขนาดใหญ่อันดับที่ 5 ของเอเชีย และอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาในด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี อุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับระบบดิจิทัล ต่อเนื่องไปถึงการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งกนอ. พบว่า ในปี 2561 แนวโน้มการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว นักลงทุนยังคงให้ความสนใจทั้งในการลงทุนและการขยายธุรกิจในระดับที่น่าพอใจ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ รวมทั้งอุตสาหกรรมที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง 

ดังนั้น ในปี 2561 นี้ กนอ.จึงได้เตรียมการลงทุนในพื้นที่นิคมฯ ดังกล่าวด้วยการจัดสรรงบประมาณกว่า 13,000  ล้านบาท เพื่อพัฒนา 2  โครงการใหญ่ ได้แก่ โครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Smart  Park  ในเขตธุรกิจอุตสาหกรรมของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง บนพื้นที่ 1,500.97 ไร่  งบประมาณการลงทุน 2,097 ล้านบาท เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคตตามเป้าหมายของรัฐบาล เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมที่มีการใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิตและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับในปัจจุบันโครงการฯ อยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) และออกแบบโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้น (Conceptual Design) พร้อมทั้งการจัดทำร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการฯ (EIA) คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2563

ส่วนอีกหนึ่งโครงการคือโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่ง กนอ.ได้เตรียมการพัฒนาพื้นที่รองรับท่าเทียบเรือไว้ประมาณ 1,000 ไร่ เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการก๊าซธรรมชาติ (LNG) ที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการนำเข้าประมาณ 16 – 32  ล้านตัน/ปีในอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า พร้อมทั้งรองรับการขยายตัวด้านการขนส่งสินค้าเหลวและก๊าซธรรมชาติที่เป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นิคมฯ มาบตาพุดและบริเวณใกล้เคียง       เบื้องต้นจะใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 11,000 ล้านบาท และพร้อมที่จะเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาท่าเทียบเรือได้ในปี 2561 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567 และเมื่อท่าเรือฯ เปิดดำเนินการแล้วจะสามารถรองรับการขนถ่ายสินค้าได้เพิ่มมากอีกประมาณ 20 ล้านตันต่อปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการให้บริการของท่าเรืออุตสาหกรรม     มาบตาพุดที่มีคุณภาพและเชื่อมโยงการขนส่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นายวีรพงศ์ กล่าวในตอนท้ายว่า ในปี 2561 กนอ.มีพื้นที่ที่พร้อมรองรับการลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกไว้แล้วประมาณ 24,000ไร่ พร้อมทั้งเตรียมแผนการสรรหาพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับสร้างนิคมฯ ใหม่อีกประมาณ 16,000 ไร่ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะสรรหาพื้นที่เพื่อการจัดตั้งสวนอุตสาหกรรม เขตอุตสาหกรรม และอื่นๆอีกประมาณ 10,000 ไร่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยรองรับความต้องการของนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในระดับต่างๆ ในพื้นที่ดังกล่าวทั้งในปีนี้และปีอื่นได้อย่างเหมาะสม

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง