ตลาดคอนโดมิเนียมในพัทยายังไม่ฟื้นตัวเร็วอย่างที่คาด

ก่อนหน้านี้ 6 – 7 ปีหรือช่วงปี2554 – 2556 เป็นช่วงที่ตลาดคอนโดมิเนียมพัทยามีการขยายตัวขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากปัจจัยหลายๆ อย่างประกอบกันทั้งการขยายตัวของตลาดท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้นและส่วนใหญ่ไปที่พัทยา ซึ่งชาวรัสเซียเป็นกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติที่เข้ามาสร้างความคึกคักให้ตลาดโรงแรมที่พักและคอนโดมิเนียมในพัทยา รวมไปถึงหลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไยรวมทั้งกรุงเทพมหานครในปีพ.ศ.2554 ทำให้คนในกรุงเทพมหานครส่วนหนึ่งเริ่มมองหาที่พักนอกกรุงเทพมหานคร อีกทั้งการเดินทางจากกรุงเทพมหานครมายังพัทยาก็สะดวกสบายขับรถประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น และในปี2554 เป็นปีแรกๆ ที่ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มหาทำเลในการเปิดขายโครงการใหม่นอกกรุงเทพมหานคร และพัทยามีความพร้อมและความเหมาะสมในหลายๆ ด้านทำให้จำนวนคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในช่วงปี2554 – 2556 มีมากกว่า 15,000 ยูนิตต่อปี

 

 

นายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ เปิดเผยว่า คอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่สะสมในพัทยาในช่วงตั้งแต่ปี2553 – 2560 มีทั้งหมดประมาณ 78,400 ยูนิตซึ่งถือว่าเยอะมากเมื่อเทียบกับในอดีตที่มีคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จรวมทั้งหมดตั้งแต่อดีตถึงปี2554 อยู่ที่ประมาณ 46,100 ยูนิตเท่านั้น คอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในช่วงปี2554 – 2556 รวมกันมากกว่าคอนโดมิเนียมที่มีในพัทยาก่อนหน้านี้ซะอีก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หลังจากปี2556 เป็นต้นมาตลาดคอนโดมิเนียมในพัทยาจะชะลอตัวอย่างรุนแรงและต่อเนื่องแบบที่เห็น เพราะคอนโดมิเนียมจำนวนมากยังคงเหลือขายอยู่ในตลาด ประกอบกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจประเทศชะลอตัวทำให้การซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยวไม่ใช่เรื่องจำเป็นและพัทยาอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่คนไทยจะเลือกเป็นที่พักในวันหยุดของพวกเขา ประกอบกับค่าเงินรูเบิลรัสเซียที่ลดลงทำให้นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเข้าประเทศไทยน้อยลงแบบชัดเจนและมีผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการหลายรายที่ขายคอนโดมิเนียมให้กับผู้ซื้อชาวรัสเซียก่อนหน้านี้ เพราะพวกเขาเลือกที่จะทิ้งเงินดาวน์และเจรจายกเลิกการจองแม้ว่าจะไม่มากแต่ก็มีผลต่อภาพรวมของตลาด

 

 

คอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในช่วงตั้งแต่ปี2553 เป็นต้นมานั้นจะอยู่ในทำเลจอมเทียนและนาจอมเทียน ซึ่งมีที่ดินที่มีศักยภาพพร้อมในการพัฒนาและราคาไม่แพงอยู่มากมาย ทำให้เกิดโครงการขนาดใหญ่ที่มีจำนวนยูนิตมากกว่า 1,000 ยูนิตหลายโครงการในพื้นที่จอมเทียนและมีผลต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันที่มีจำนวนยูนิตเหลือขายมากที่สุดในตลาดพัทยา แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นโครงการราคาไม่แพงก็ตาม โดยยูนิตเหลือขายในตลาดคอนโดมิเนียมพัทยานั้นยังมีอยู่มากกว่า 10,000 ยูนิต แม้ว่าผู้ประกอบการหลายรายจะมีความพยายามในการปิดการขายโครงการที่สร้างเสร็จแล้วก่อนหน้านี้ก็ตาม แต่ก็ยังคงมียูนิตเหลือขายอยู่อีกมากมายในตลาดผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะชะลอการเปิดขายโครงการใหม่ออกไปในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา

 

 

ตลาดคอนโดมิเนียมในพัทยาคงจะกลับไปร้อนแรงแบบช่วงปี2554 – 2556 ไม่ได้อีกแต่ยังคงมีความหวังในการกลับมาขยายตัวมากกว่าช่วง1–2ปีที่ผ่านมาเพราะมีโครงการของรัฐบาลที่เข้ามาช่วงส่งเสริมการท่องเที่ยวพัทยา เช่น โครงการขยายสนามบินอู่ตะเภาเพื่อรองรับเที่ยวบินจากต่างประเทศให้มากขึ้น เส้นทางมอเตอร์เวย์จากกรุงเทพมหานครเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ท่าเรือเฟอร์รี่ โครงการรถไฟรางเบาในเมืองพัทยา หรือพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก แต่ทั้งหมดนี้ยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกหลายปีบางโครงการยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ ดังนั้นตลาดคอนโดมิเนียมในพัทยาจึงอาจจะยังไม่ฟื้นตัวขึ้นในเร็วๆ นี้

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง