“วี พร็อพเพอร์ตี้”เตรียมแต่งตัวเข้าตลาดฯปี62 เดินหน้ารุกเปิด3-4โครงการใหม่รวมมูลค่า6.5พันล้านบาท

วี พร็อพเพอร์ตี้ฯแย้มแผน3 ปีเตรียมจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯหวังนำเงินทุนขยายธุรกิจ 6 โครงการ/ปี ทั้งปรับโครงสร้างองค์กร เคลียร์ระบบบัญชีควบบริษัทลูกอยู่ภายใต้บริษัทแม่ ปี61 จ่อผุดแนวสูง-แนวราบ 3-4 โครงการใหม่ รวมมูลค่า 6,000-6,500 ล้านบาท  ตั้งเป้ารับรู้รายได้ปีนี้แตะ 3,000 ล้านบาท

 

นายพรชัย เลิศอนันต์โชค ประธาเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด  เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาฯในปี2561 ว่ายังคงเติบโตต่อเนื่อง เพราะเป็นเรื่องของการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการการอยู่อาศัยทำเลที่สะดวก โดยแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯในระยะ 3 ปี (2560-2562) นั้นมีแผนที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปี 2562 เพื่อนำเงินทุนมาขยายธุรกิจซึ่งคาดว่าแหล่งเงินที่ได้จะสามารถพัฒนาโครงการได้มากกว่า 6 โครงการต่อปี หรือมีมูลค่าโครงการรวมถึง 12,000-13,000 ล้านบาท  ซึ่งมากกว่าปกติที่ยังไม่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯที่สามารถดำเนินการได้ 3-4 โครงการ/ปี โดยมอบหมายให้บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด(มหาชน)เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

 

ขณะเดียวกัน ทางบริษัทฯได้เคลียร์ระบบบัญชีของแต่ละบริษัทที่ดำเนินโครงการอยู่ ให้รวมภายใต้การดำเนินการของบริษัท  วี พร็อพเพอร์ตี้ฯ เพียงบริษัทเดียว เพื่อนำเข้าระดมทุน โดยคาดว่าก่อนกระจายหุ้น จะมีโครงการที่ดำเนินการมูลค่ารวมประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาท ปัจจุบันทางกลุ่มมีทุนจดทะเบียน 600 ล้านบาท

 

 

สำหรับแผนธุรกิจในปี 2561 นั้น บริษัทฯจะเปิดโครงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโต โดยอาจจะเปิด 3-4 โครงการ มูลค่าประมาณ 6,000-6,500 ล้านบาท เบื้องต้นจะเปิดตัวก่อน 2 โครงการในครึ่งปีแรก ได้แก่ 1. ไอคอน สุขุมวิท 77  ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3 ไร่เศษ ในรูปแบบของคอนโดฯโลว์ไรส์ สูง  8 ชั้น 3 อาคาร จำนวน 442 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท มีธนาคารมาเลเซียสนับสนุนเงินกู้ในการพัฒนาโครงการ ปัจจุบันมียอดจองแล้ว 30% และตั้งเป้าปิดยอดจองในวันเปิดพรีเซล  วันที่ 27 มกราคม 2561 ให้ได้เกือบ 50%

 

โครงการคอนโดฯที่ 2 พัฒนาภายใต้แบรนด์ “เวอร์เทีย” ติดรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีพระโขนง ราคาขายประมาณ 200,000 บาทต่อตารางเมตรมูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท มีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สนับสนุนเงินกู้  ส่วนรายละเอียดต่างๆยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้

 

อย่างไรก็ตามในปีนี้ บริษัทฯจะมีการรับรู้รายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท แยกเป็นจากโครงการวีธารา สุขุมวิท 36 มูลค่า 2,700 ล้านบาท และโครงการ H สุขุมวิท 43 ที่เหลือเฉพาะ 3 ห้องแพนเฮาส์ รวม 300 กว่าล้านบาท

 

 

ด้านนายภัควัฒน์ สุขเกษม ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด   กล่าวว่า บริษัทเตรียมที่จะพัฒนาโครงการแนวราบ แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว มุ่งเน้นกลุ่มระดับไฮเอนด์ ราคา 15-30 ล้านบาท โดยจะไม่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าสุขุมวิท  เนื่องจากบริษัทพัฒนาคอนโดฯอยู่แล้ว แต่จะไปเจาะโซนราชพฤกษ์ , เกษตร-นวมินทร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังขยายตลาดไปพัฒนาสินค้าทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด ในระดับราคากว่า 1 ล้านบาท ทาวน์โฮม ระดับราคา 2 ล้านบาท และโฮมออฟฟิศ ย่านชานเมือง ราคา 8-15 ล้านบาท โดยแต่ละโครงการจะใช้พื้นที่ประมาณ  15-30 ไร่

 

“โครงการแนวราบอยู่ในแผนรองรับการสร้างการเติบโตให้กับ วี พร็อพเพอร์ตี้ ทำเลจะเกาะขอบเมือง ซึ่งจะเห็นว่า พาณิชย์กรรมมีการขยายตัวออกไปมาก โดยเฉพาะโซนภาคตะวันออก เส้นสุวรรณภูมิ มีกลุ่มลูกค้าเยอะ  ทั้งนี้บริษัทฯมั่นใจว่า จาก 2 โครงการที่เปิดในครึ่งปีแรกจะสามารถทำยอดขายได้ 3,500 ล้านบาท และคาดว่าในครึ่งปีหลัง โครงการที่พัฒนาในรูปแบบแนวราบ ก็น่าจะมาสนับสนุนใหบริษัทมียอดขายระดับ 6,000 กว่าล้านบาทได้ ” นายภัควัฒน์ กล่าวในที่สุด

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง