เมเจอร์ฯปรับแผนปี61ผุด9โครงการเกือบหมื่นล้าน

“เมเจอร์”ปรับแผนผุด9โครงการใหม่ปี61 มูลค่าเกือบ10,000 ล้านบาทเพิ่มพอร์ตธุรกิจรร.ขนาดเล็กธุรกิจรับศักยภาพที่ดิน ล่าสุดเปิดตัว โครงการร่วมทุนพันธมิตรต่างชาติ”มิวนีค หลังสวน”มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท พร้อมเปิดพรีเซล10-11 ก.พ.61 คาดฟันยอดขายรวม 50% ด้านซีบีอาร์อีเผยตลาดลักชัวรี่ยังเติบโตดี ระบุทำเลหลังสวนราคารีเซลพุ่งกว่า 200,000บาท/ตารางเมตร

 

ดร.สุริยา พูลวรลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)หรือMJD เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในปี2561ว่า เดิมจะพัฒนาทั้งสิ้น 4 โครงการ แต่ล่าสุดได้ปรับเป็น 9 โครงการ รวมมูลค่าเกือบ 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่อยู่อาศัยย่านใจกลางเมือง 7 โครงการ รวมมูลค่า 8,000 ล้านบาท ส่วนอีก 2 โครงการเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ระยะยาว คือ โรงแรมขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ มูลค่าลงทุนประมาณ 200-300 ล้านบาท และอาคารสำนักงานย่านรามคำแหง เป็นหนึ่งในโครงการมิกซ์ยูสในย่านดังกล่าว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประเมินมูลค่า จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

 

“ที่ดินบางแปลงเหมาะสำหรับพัฒนาโรงแรมมากกว่าที่อยู่อาศัย ซึ่งบริษัทฯต้องการมีรายได้ที่สม่ำเสมอ โดยจะเห็นแนวโน้มเทรนด์การพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่มากขึ้น ซึ่งเป็นโครงการที่สร้างรายได้ระยะยาวและเก็บสามารถเพิ่มมูลค่าได้ในอนาคต ปัจจุบันรายได้จากค่าเช่าของบริษัทยังมีไม่ถึง 5% แต่รายได้หลักก็มาจากโครงการเพื่อการขาย”ดร.สุริยา กล่าว

 

สำหรับโครงการแรกที่เปิดตัวในปี2561 นี้คือ มิวนีค หลังสวน  (MUNIQ)อยู่สุดถนนหลังสวน ซอย 7 ตั้งอยู่ในซอยต้นสน มีขนาด 1 ไร่เศษ สูง 28 ชั้น ขนาดตั้งแต่ 50-254 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 12.9-90 ล้านบาท หรือ 265,000 บาท/ตารางเมตร หรือราคาเฉลี่ยที่ 310,000 บาท/ตารางเมตร จำนวน 166 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,085 ล้านบาท โดยมอบหมายให้บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้บริหารงานขาย ซึ่งหลังจากเริ่มเปิดให้จองประมาณบางชั้นในรอบVVIP เมื่อเดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามียอดจองแล้ว 30% และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 10-11 กุมภาพันธ์ 2561 คาดว่าจะมียอดจองรวมไม่น้อยกว่า 50% ด้านการก่อสร้างจะเริ่มดำเนินการประมาณกลางปี 2561 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564

 

“โครงการนี้เราซื้อที่ดินมาเมื่อปี2560 ที่ผ่านมา ในราคา 2.1 ล้านบาท/ตารางวา ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสมและแพงที่สุดตั้งแต่เคยซื้อที่ดินมา จึงมั่นใจว่า มิวนีค เป็นโครงการที่อยู่ในไพร์มโลเคชั่นเช่นเดียวกับที่ดินบางแปลงที่มีการซื้อขายในราคาสูงถึง 3.2 ล้านบาท/ตารางวา”ดร.สุริยา กล่าว

 

โดยโครงการดังกล่าวเป็นการร่วมลงทุนกับ MUST International Trading PTE Ltd. ถือหุ้น 22% และ GMM Singapore Real Estate PTE Ltd. ซึ่งเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในสาธารณรัฐสิงคโปร์ ถือหุ้น22% และ GRG Global Investments Limited เป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ถือหุ้น 5% และ MJD ถือหุ้น 51%  ก่อตั้งบริษัท เอ็มเจดี-เจวี 1 จำกัด ขึ้นมาด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท

“ปัจจุบันผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่พัฒนาโครงการบนถนนเส้นนี้แบบลีสโฮลด์ (Leasehold) เนื่องจากพื้นที่แปลงสวย ที่เหมาะแก่การพัฒนาเป็นอสังหาริมทรัพย์มีอยู่อย่างจำกัด แต่โครงการ มิวนีค หลังสวน แทบจะเป็นพื้นที่ผืนสุดท้ายที่พัฒนาโครงการบนที่ดินฟรีโฮลด์ (Freehold) ท่ามกลางตึกสูงที่เป็นลีสโฮลด์บนถนนหลังสวน จึงส่งผลให้ที่ดินบนทำเลหลังสวนมีมูลค่าสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯ โดยปัจจุบันนี้ราคาขายอยู่ที่ตารางวาละ 500,000 บาท (ที่มา : กรมธนารักษ์ รอบบัญชี ปี 2559-2562) และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี มิวนีค หลังสวน จึงถือเป็นโครงการที่มีมูลค่า เหมาะกับการซื้อเพื่อเป็นที่พักอาศัย และการลงทุนอย่างมาก แม้โครงการจะไม่อยู่ติดรถไฟฟ้า แต่เน้นการดีไซน์ที่ตอบโจทย์ผู้ที่ไม่เร่งรีบในการใช้ชีวิต และแม้จะอยู่ในกลุ่มลักชัวรี่แต่ราคาที่ขายก็สมเหตุสมผล”ดร.สุริยา กล่าว

 

อย่างไรก็ตามในปี2561นี้บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 7,000-8,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปี2560 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีBacklog ทั้งหมด 15,000 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกจะรับรู้รายได้ประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาท ส่วนความคืบหน้าโครงการมิวนีค สุขุมวิท23 มูลค่า 4,000 ล้านบาท และมาร์ค สุขุมวิท มูลค่า 7,000 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายรวมแล้ว 70-80%

 

 

ด้านนางอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาภาพรวมอสังหาฯได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ แต่โครงการระดับลักชัวรี่ได้รับผลกระทบน้อย แต่ในช่วงปลายปี2560 ที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดเริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้ในปี2561 นี้ ตลาดลักชัวรี่มีทิศทางที่ดี ดีมานด์กลุ่มนักลงทุนและชาวต่างชาติมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีความท้าทายในด้านราคาที่ดินที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการแข่งขันที่สูง โดยดีมานด์กลุ่มระดับลักชัวรี่ไม่ได้ตัดสินใจซื้อเพียงเพราะราคาที่ดินมีมูลค่าที่สูงเท่านั้น แต่จะมองใน 3 เรื่องหลัก คือ การออกแบบโครงการที่ตอบโจทย์,เทรนด์ต้องเข้ากับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ มีการก่อสร้างที่มีคุณภาพ และ มีการบริหารการขายที่ดี

 

ปัจจุบันตลาดคอนโดมิเนียมมีปัจจัยบวกสนับสนุนค่อนข้างมาก จึงทำให้คอนโดฯในย่านกลางเมืองปีนี้มีซัพพลายใหม่เพิ่มขึ้น 10% หรือประมาณ 12,000-15,000 ยูนิต จากปีที่แล้วเปิดตัวกว่า 12,000 ยูนิต อีกทั้งหลังสวนเป็นย่านที่มีศักยภาพสูง เพราะจะเป็นศูนย์กลางเมืองใหม่ แลนด์มาร์คของกรุงเทพฯ กำลังจะเปลี่ยนไป โซนศูนย์กลางจะย้ายมาอยู่แถวเส้นหลังสวนโดยรอบสวนลุมพินีเนื่องจากมีโครงการขนาดใหญ่ทั้งคอนโดมิเนียมและโครงการมิกซ์ยูสขึ้นค่อนข้างมาก พื้นที่อยู่ริมถนนใหญ่ แวดล้อมด้วยสถานฑูต โรงแรม อาคารสำนักงาน และใกล้กับรถไฟฟ้า ประกอบกับในปีนี้ น่าจะได้รับสัญญาณดี ๆ จากภาคเศรษฐกิจ จีดีพีที่เป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจมีตัวเลขที่ดีขึ้น บรรยากาศการทำธุรกิจและการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสดใส โดยนักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังคงให้ความสำคัญและสนใจคอนโดมิเนียมในใจกลางเมืองกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง

 

“ทำเลหลังสวนในปัจจุบันยังไม่มีโครงการเปิดตัวใหม่มากนัก แต่ก็มีการรีเซลเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาขายอยู่ที่กว่า 200,000บาท/ตารางเมตร จากเดิมราคาขายครั้งแรกอยู่ที่ 140,000-150,000 บาท/ตารางเมตร และย้อนไปเมื่อ 5 ปีพบว่าราคาขายปรับสูงขึ้นเฉลี่ย 10-12%ต่อปี และหากย้อนหลังไป 2 ปี ราคาปรับขึ้นสูงมาก 30-40% ต่อปี และราคาขายต่อตารางเมตรมีแนวโน้มที่ยะปรับขึ้นได้อีก บางโครงการราคาขายพุ่งไปกว่า 500,000 บาท/ตารางเมตร ขณะที่โครงการมิวนีค หลังสวน ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 310,000 บาท/ตารางเมตร ซึ่งยังมีช่องว่างที่จะขยับราคาขายขึ้นไปได้อีก และคิดว่าซัพพลายใหม่ที่จะออกมาสู่ตลาดในอนาคต ราคาขายก็จะต้องสูงกว่านี้”นางอลิวัสสา กล่าวในที่สุด

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง