กคช.เปิดทางเอกชนไทย-เทศปั๊มที่อยู่อาศัย1.7แสนหน่วยในปี’61

กคช.เปิดทางเอกชนร่วมลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยรวม 1.7แสนหน่วยผ่านโครงการเคหะประชารัฐ – ภูมิภาคมูลค่าโครงการไม่เกิน 1,000 ล้านบาท จำนวน 7 หมื่นหน่วยและ เมืองประชารัฐ – Smart City พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ (Mega Project) ใน5 พื้นที่ “ ดินแดง ร่มเกล้า บางพลี เชียงใหม่ และลำลูกกา”ดำเนินโครงการในลักษณะ Mixed Use วางเป้าหมายในการพัฒนาไว้ทั้งสิ้น 1แสนหน่วย ทั่วประเทศ

 

ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติหรือกคช. กล่าวว่า ปัจจุบันการเคหะแห่งชาติมีที่ดินในกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ ซึ่งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพสูง อีกทั้งยังเป็นที่ต้องการของภาคเอกชนในการพัฒนาเชิงธุรกิจ    การเคหะแห่งชาติจึงมีแนวคิดพัฒนาที่ดินดังกล่าวให้เกิดรายได้และเกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้โครงการเคหะร่วมทุนและร่วมดำเนินกิจการ เอกชน โดยเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาลงทุนร่วมกับการเคหะแห่งชาติใน 2 รูปแบบ ได้แก่

 

รูปแบบแรก ครงการร่วมลงทุน PPP : เมืองประชารัฐ – Smart City มุ่งเน้นพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ (Mega Project) ที่มีมูลค่าโครงการมากกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินโครงการภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 ในลักษณะการให้สิทธิการเช่าที่ดินของการเคหะแห่งชาติเป็นเวลา 30 ปี และสามารถต่อสัญญาเพิ่มได้อีก 30 ปี ในรูปแบบ BOT (Build Operate Transfer) /BTO (Build Transfer Operate) ให้กับกลุ่มทุนจากภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ได้เข้ามาลงทุนในการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว และในขณะเดียวกันการเคหะแห่งชาติจะขอสนับสนุนมาตรการจูงใจด้านภาษี รวมถึงดอกเบี้ยพิเศษ และขอผ่อนผันหลักเกณฑ์กฎหมายการใช้ประโยชน์ที่ดิน (ผังเมือง) ให้แก่ภาคเอกชน โดยมีเป้าหมายหลักใน 5 พื้นที่ ได้แก่ ดินแดง ร่มเกล้า บางพลี เชียงใหม่ และลำลูกกา ซึ่งจะดำเนินโครงการในลักษณะ Mixed Use ซึ่งวางเป้าหมายในการพัฒนาไว้ทั้งสิ้น 100,000 หน่วย ทั่วประเทศ

 

ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของการดำเนินโครงการทั้งในด้านการตลาด เทคนิคทางกายภาพ การออกแบบ Conceptual Design ของโครงการ รวมถึงการประมาณการต้นทุนและความเป็นไปได้ทางการเงิน และเตรียมประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการให้มาร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าวต่อไป

 

รูปแบบที่ 2 ครงการร่วมดำเนินการ : เคหะประชารัฐ – ภูมิภาค มุ่งเน้นพัฒนาโครงการขนาดเล็กที่มีมูลค่าโครงการไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติโดยการเคหะแห่งชาติจะให้การสนับสนุนภาคเอกชนในส่วนภูมิภาคหรือกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งมีที่ดินและเงินทุน แต่ขาดประสบการณ์ในการบริหารจัดการโครงการ ด้วยการให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อาทิ การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ การสนับสนุนการยื่นขออนุมัติวงเงินสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ รวมถึงกำกับดูแลการออกแบบ พร้อมควบคุมงานด้านการก่อสร้าง และร่วมวางแผนด้านการตลาดและการขายโครงการ ตลอดจนการบริหารชุมชนหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้โครงการดังกล่าวมีโอกาสระสบความสำเร็จสูง เป็นการจูงใจให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้ามาลงทุนในโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น โดยได้วางเป้าหมายในการพัฒนาไว้จังหวัดละประมาณ 1,000 หน่วย รวมทั้งสิ้นประมาณ 70,000 หน่วยทั่วประเทศ

 

ทั้งนี้ ทั้ง 2 โครงการดังกล่าว คาดว่าจะนำเสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติหลักการและเริ่มดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรมภายในปี 2561 นี้

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง