ถ้าคุณเป็นคนที่มองออกว่าความคุ้มค่าคืออะไร  มองออกว่าอะไรคือ โอกาสทางธุรกิจ และความสำเร็จ ด้วยวิสัยทัศน์ของตัวคุณเอง แน่นอนว่าหากคุณเลือกจะซื้อคอนโดสักแห่งเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองให้กับตัวคุณและครอบครัว คุณต้องเลือกที่ความคุ้มค่า ในทุกๆมิติ และ ที่นี่ One9Five กล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าคือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดที่คุณควรเลือก

 

One9Five เป็น คอนโด High Rise ตึกแฝดคู่ในย่าน New CBD ริมถนนพระรามเก้า จาก TC Development ซึ่งกลับมาหลังจากการ ​Re-Branding ครั้งยิ่งใหญ่ ทั้งภาพลักษณ์องค์กร การออกแบบสถาปัตยกรรม และการเปลี่ยนโฉมผู้บริหารแบบยกทีม ซึ่งวาง position ตัวเองใหม่ในตลาดอย่างชัดเจน คือ “Luxury Life Curator” หรือ ผู้ดูแลความเป็นอยู่ที่เหนือระดับ จับตลาดหรูเป็น Key Message หลักขององค์กร

 

ซึ่งทางโครงการได้ตีโจทย์ “ชีวิตเหนือระดับ” ออกมาได้ล้ำกว่าแค่คำว่า “หรูหรา” ถือเป็นผู้สร้างนิยามใหม่ของชีวิตที่คู่ควรแก่คนสำเร็จ อย่างที่เขากล้าใช้คำว่า …

One9Five – The New Theory of Luxury Living”

Project Info

Project name : One9Five Asoke – Rama9

Developer : TC Development  

Location : 195/9 พระราม 9 ซอย 5 แขวง ห้วยขวาง เขต ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

Distance from MRT station : 250 ม. หรือ ระยะเดินประมาณ 5 นาที จาก MRT พระรามเก้า

Area : ที่ดิน 11 – 1 – 6 ไร่ 

Building Detail : อาคารพักอาศัย 61 ชั้น 2 อาคาร + 28 ร้านค้า

Tower A : 954 ยูนิต

Tower B : 957 ยูนิต

Unit/Floor : สูงสุดชั้นละ 18 ยูนิตเท่านั้น (Corner Units Conceptual Design)

Parking Proportion : ประมาณ 50% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน 951 คัน)

Elevator : ลิฟต์โดยสาร 6 ตัว/อาคาร และ ลิฟต์ขนของ 1 ตัว/อาคาร

Start Price : เริ่มต้น 3.69 ล้านบาท (ราคาเฉลี่ยประมาณ 165,000 บาท/ตร.ม.)

– ราคาล่าสุดหลังปรับขึ้น

Available Unit : ขายหมดแล้วกว่า 80%

Professional Designer Team

  • Architecture Design by L65Group
  • Landscape Design by Shma
  • Floor Plan / Unit Plan Design by PIA
  • Facilities Design by LEO Inter

การออกแบบตัวอาคารเป็น ตึก แฝด ความสูง 61 ชั้น เท่ากัน 2 อาคาร วางตัวตามแนวลึกของแปลงที่ดิน ด้านหน้าเป็นอาคาร A และด้านท้ายแปลงที่ดินเป็นอาคาร B โดยทำฐานตึกเชื่อมต่อกันตั้งแต่ชั้น 1 – 8 โดย พื้นที่สีเขียวทั้งโครงการมากกว่า 8.6 ไร่ ตั้งแต่บริเวณรอบโครงการทั้งหมดรวมถึงส่วนชั้น 8 เป็นส่วนกลางขนาดใหญ่ และสระว่ายน้ำยาวมากถึง 100 ม.

ส่วนการออกแบบ layout ของแต่ละ unit มีการออกแบบบนหลัก Corner Units Conceptual Design เน้นให้มีห้องมุมให้เยอะที่สุด เพื่อเปิดช่อง Ventulation หรือ “ขลุ่ยแห่งลม” เพื่อให้อากาศหมุนเวียนภายในทุกยูนิต ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยแล้วจะเป็นการเพิ่มพลังชี่ ( Energy of Life ) ให้กับที่อยู่อาศัย

และผลพลอยได้จากการยึดหลัก Corner Units Conceptual Design เน้นให้มีห้องมุมให้เยอะที่สุด  นี้ ก็ทำให้แต่ละชั้นมีจำนวน unit สูงสุดแค่ 18 ห้องเท่านั้น ทำให้รู้สึกเป็นส่วนตัวมาก ซึ่งชั้นที่ 56 – 58 จะมี ชั้นละ 10 ห้อง ชั้น 59 – 60 มีเพียงชั้นละ 6 ห้อง เท่านั้น

โดย Product ห้องพักอาศัยที่นี่มี 6 รูปแบบ คือ

1 Bedroom-Junior25.5 ตร.ม. – 35.5 ตร.ม. 

1 Bedroom-Deluxe36.5 ตร.ม. – 41.0 ตร.ม. 

1 Bedroom-Elegance67.0 ตร.ม. – 69.5 ตร.ม. 

2 Bedroom55.0 ตร.ม. – 68.0 ตร.ม. 

3 Bedroom94.0 ตร.ม. – 109.5 ตร.ม. 

Penthouse 194 ตร.ม. – 271.5 ตร.ม.

โดยแบ่งออกเป็นหลากหลาย Type ตามฟังค์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างกัน

ฟังค์ชั่นการใช้งานครัว

  • มีทั้งแบบเป็นครัวปิดสำหรับคนที่ชอบทำอาหารจริงจัง ซึ่งครัวแบบนี้จะกันกลิ่นได้ดี
  • และครัวเปิดซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารเบาๆและเปิดมุมครัวให้เชื่อมต่อกับส่วนLiving เพื่อสังสรรค์กับคนในครอบครัวหรือเพื่อนๆที่มาเยี่ยมเยียน

ฟังค์ชั่นการแบ่งสัดส่วนห้องนอน

  • มีแบบที่กั้นห้องนอนด้วยบานกระจกสไลด์สำหรับคนที่ชอบความโปร่งโล่ง ชอบให้พื้นที่ตรงกลางบ้านเปิดกว้างเชื่อมต่อกัน
  • และแบบที่กั้นห้องนอนออกเป็นสัดส่วนด้วยผนังทึบซึ่งเหมาะสำหรับคนที่อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว และอยากได้ความเป็นส่วนตัวให้กับสมาชิกแต่ละคนในบ้าน

ตามแบบแปลนด้านล่างนี้

Location

One9Five นอกจากจากมีลักษณะเด่นของตัวโครงการที่ให้พื้นที่ส่วนกลางมากกว่า 8.6 ไร่และการออกแบบที่ใส่ใจรายระเอียดทุกซอกทุกมุมแล้ว ด้วยศักยภาพทำเลที่ตั้งเป็นเรื่องที่ต้องพูดถึง ด้วยโซนที่ได้รับการขนานนามว่า New CBD เพราะไม่มีทำเลใดอีกแล้วที่จะมีความเจริญไหลทะลักเข้ามามากเท่ากับย่านนี้ แยกพระรามเก้าเปรียบเหมือนสาวน้อยที่นับวันก็ค่อยๆโตเป็นสาวสวยสะพรั่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็น Super Star

จากเดิมที่เคยเป็นถนนเส้นหนึ่งที่แยกออกมาจากอโศก มีทางด่วนเข้าถึง มีสถานบันเทิงเรียงราย มีห้าง โรงแรมและอาคารสำนักงานตั้งอยู่ประปราย พอเริ่มมีระบบขนส่งมวลชนอย่างรถไฟฟ้าวิ่งเข้ามาผ่านย่านนี้หลายๆสายเข้า ก็ทำให้ความแรงของย่านพระรามเก้านี้พุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ทั้ง MRT วิ่งจากแยกอโศกลากไปบรรจบเส้นพหลโยธิน-ลาดพร้าวเชื่อมต่อไปทางหมอชิต ทั้ง Airport Link ที่วิ่งตรงจากสุวรรณภูมิมาตัด MRT และถนนรัชดาไปชนกับBTS ที่พญาไท และในอนาคตยังจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มที่วิ่งจากฝั่งตะวันตกเชื่อมถึงฝั่งตะวันออกของกทม.โดยผ่านรัชดาไปตัด MRTที่ ศูนย์วัฒนธรรม ทำให้แยกพระรามเก้าเป็น Transit Hub ที่ใหญ่อันดับต้นๆใจกลางเมืองกรุงเทพ

ด้วยมนต์เสน่ห์นี้จึงไม่แปลกที่ทุกความเจริญจะวิ่งเข้าใส่ ทั้งอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ เช่น SET, AIA, True, Unilever ทั้งห้างและศูนย์การค้าต่างๆมากมาย ยังไม่พอบรรดา Mega Project ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ต่างทยอยยกทัพกันมาเปิดตัวในย่านนี้กันครึกครื้น อย่าง Super Hub มักกะสัน, และภาคเอกชนอย่าง Singha Complex และ Commercial building group by GLAND ที่ทยอยก่อสร้างจริงแล้ว ซึ่งในกลุ่มอาคารนี้พระเอก ก็คือ Super Tower ซึ่งมีพื้นที่ 320,000 ตารางเมตร ใช้งบประมาณกว่า18,000 ล้านบาท และมีความสูงถึง 125 ชั้น หรือ 615 เมตร  ซึ่งหากสร้างเสร็จจะถือเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย กลายเป็น Land Mark แห่งใหม่ของกรุงเทพมหานครเลยทีเดียว

Mega Project

Commercial building group by GLAND

Makkasan Complex (return)

Singha Complex

Show DC

Bangkok Midtown

Shopping

Central Rama9

Fortune Tower

The Street

Esplanade Ratchada

ตลาดรถไฟ รัชดา

Big C รัชดา

สวนลุมไนท์บาร์ซ่า

Healthcare

โรงพยาบาลพระรามเก้า

โรงพยาบาลปิยเวช

โรงพยาบาลกรุงเทพ

โรงพยาบาลผิวหนังอโศก

ด้วยความเจริญต่างๆที่พุ่งเข้าสู่ย่านพระรามเก้า ดึงเอาเม็ดเงินมหาศาลไหลสะพัดเข้ามาในอนาคตทำให้การ “ประเมินศักยภาพที่ดิน” บริเวณนี้ดีขึ้นอย่างมาก และประกอบกับที่มีโครงการต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนพากันเข้ามาเปิดกิจการย่านนี้เรื่อยๆจนถึงปัจจุบันทำให้ที่ดินเปล่าเหลือน้อยเต็มที (Supply ที่ดินน้อยลง) และก็มาความต้องการมหาศาลที่จะหลั่งไหลเข้ามาในอนาคต (Demand เพิ่มขึ้น) เป็นผลให้ราคาประเมิณย่านพระรามเก้าดีดตัวสูงขึ้นมาก โดยถนนสายหลักรอบๆย่านพระรามเก้านั้นมีราคาประเมิณรอบปีบัญชี พ.ศ. 2559 -2562  เริ่มต้นตั้งแต่ 200,000 – 450,000 บาท/ตารางเมตร เลยทีเดียว

 

Facility

โดยโครงการ มี Shma เป็นผู้ออกแบบ Landscape ทั้งหมดของโครงการ ภายใต้ Concept “Fruit Forest – Sky Hill” ออกแบบพื้นที่สีเขียวทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สวน บริเวณชั้น 1 และสวนบริเวณชั้น 8 ที่เหมือนยกภูเขาทั้งลูกมา ไว้ใจกลางเมือง ที่นี่เขาใช้คำว่า “The Largest & Most Luxurious Urban Oasis in Bangkok” เป็น โอเอซิสใจกลางกรุงเทพที่ใหญ่และหรูหราที่สุดสำหรับคนเมือง

ส่วน Leo Inter เป็นผู้ออกแบบ Facilities ทั้งหมดของโครงการ มีชื่อเสียงในการออกแบบให้กับโรงแรมดังๆทั้งในและ ต่างประเทศ เป็นผู้ออกแบบ Facility ให้กับโครงการ One9Five ทั้งชั้น 1, ชั้น 8 และชั้น 61 ซึ่งเมื่อเห็นรายละเอียดแล้วต้องบอกเลยว่า ล้ำมากๆค่ะ มาดูรายละเอียดกันเลย…

พื้นที่ด้านหลังของโครงการจะมี Hydroponic Garden, Community kitchen , Playground , Sand playเป็นพื้นที่พักผ่อนและทำกิจกรรมสำหรับครอบครัวค่ะ

ส่วนกลางหลักของที่นี่ มีหลายโซนมากๆ แบ่งเป็น ชั้น Ground ทั้ง Indoor และ Outdoor ,  ชั้น 8 เต็มๆชั้น , และชั้น 61 ชั้นเดียวกับ Penthouse เลยค่ะ ให้มาแบบจัดเต็มจริงๆ ถ้ามีคอนโดที่นี่ แทบไม่ต้องออกไปใช้ชีวิตข้างนอกที่อื่นเลยค่ะ ส่วนกลาง ของทั้ง 2 อาคารมีเหมือนกัน ไม่ต้องแย่งกันใช้ double ให้แทบทุกฟังค์ชั่น ยกเว้น ที่ต่างกันคือ อาคาร A จะมี Golf Simulator Room และอาคาร B มี Game Room โดยลูกบ้านสามารถใช้ส่วนกลางใต้อาคารที่ตัวเองอยู่หรือจะข้ามไปใช้ฝั่งตรงข้ามก็ได้ค่ะ

 

ไปดูในรายละเอียดของส่วนกลางแต่ละจุดกันเลย…

Ground Floor (Indoor)

Grand Lobby (ล็อบบี้ใหญ่เพดานสูง)

Private Mezzanine Lobby (ชั้นลอยส่วนตัว)

Concierge Service Desk (พนักงานประจำใต้อาคาร)

Lift Lobby (โถงลิฟต์)

Mail Box Room (ห้องล็อกเกอร์จดหมาย)

Laundry Room (ห้องสำหรับเครื่องซักผ้า)

Express Storage Room (ห้องเก็บพัสดุไปรษณีย์)

Public Rest Room (ห้องน้ำส่วนกลาง)

Ground Floor (Outdoor)

Retail Space (พื้นที่ร้านค้าซึ่งโครงการจะเป็นผู้คัดเลือกร้านค้าแบรนด์ที่มีผ่านมาตรฐานเข้ามาให้ลูกบ้าน)

Co-Working Space (ตอบโจทย์ชีวิตคนทำงานยุคใหม่ ต้องการนั่งทำงานในบรรยากาศดีๆ โดยไม่ต้องออกไปนอกบ้าน)

Sand Play (ลานทรายสำหรับเด็กๆ เล่นกันได้เต็มที่เสริมสร้างพัฒนาการ)

Play Ground (มีสนามเด็กเล่น เล่นในบริเวณที่ปลอดภัย และเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่)

Community Kitchen (มีส่วนครัวกลางที่ครอบครัวต่างๆ สามารถมาทำอาหารร่วมกันได้)

Hydroponic Garden (มีสวนผัก”ไฮโดรโพนิค” เพื่อตอบโจทย์คนรักสุขภาพ)

Self Car washing (มีบริเวณสำหรับให้ล้างรถได้เอง สำหรับคนรักรถ บางคนต้องการซื้อบ้านเพราะต้องการล้างรถด้วยตัวเอง แต่นี่คุณอยู่คอนโด คุณก็สามารถมีที่ล้างรถเองได้เช่นกัน)

EV Charger (ตอบรับ โลกอนาคต ที่รถพลังงานไฟฟ้ากำลังจะเข้ามาแทนที่รถที่ใช้น้ำมันในที่สุด)

8th Floor

Residential Lounge (เล้าจ์ นั่งพักผ่อนสำหรับลูกบ้าน)

Library Room (ห้องสมุด)

Yoga Zone (ห้องโยคะ)

Private Spa (ห้องสปาส่วนตัวแยกชายหญิง)

Stream Room (ห้องสตรีม)

Sauna Room (ห้องซาวน่า)

Theatre Rooms (ห้องดูภาพยนตร์)

Kid’s Club (ห้องสำหรับเด็กๆ)

Pool Lounge Semi Outdoor (เล้าจ์ริมสระกึ่งกลางแจ้ง)

Swimming Pool (สระว่ายน้ำ)

Jacuzzi (บ่อจากุชชี่)

Hot / Cold Tub (อ่างน้ำอุ่น / น้ำเย็น)

Fitness Center (ห้องออกกำลังกายพร้อมเครื่องเล่น)

Cross Fit Zone (ห้องออกกำลังกายแบบcross fit)

Boxing Area (โซนต่อยมวย)

Locker Room (ห้องล็อกเกอร์สำหรับเก็บของและเปลี่ยนเสื้อผ้า)

Golf Simulator Room (ห้องตีกอล์ฟจำลอง)

Game Room (ห้องเกมส์)

61th floor

Sky Residential Lounge (เล้าจ์จากวิวตึกสูง)

Sky Bar (บาร์จากวิวตึกสูง)

Private Sky Lounge (เล้าจ์ส่วนตัววิวตึกสูง)

Private Sky Meeting Room (ห้องประชุมส่วนตัววิวตึกสูง)

โครงการ one9Five เขาให้เป็นห้อง Fully Fitted ซึ่งเหมาะกับ Life Style ของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อเพื่อยู่อาศัยเอง ก็ต้องการห้องที่ตกแต่งน้อยที่สุดเพื่อจะได้มีอิสระในการแต่งบ้านด้วยตัวเอง และให้ Furniture ในส่วนที่เป็น Built-in มาให้เพื่อช่วยลดความยุ่งยากในการเรียกช่างรับเหมาเข้ามาติดตั้งงานหนักๆค่ะ

 

ซึ่งห้องตัวอย่างโครงการทำไว้ 4 แบบ ค่ะ คือ

Type A ขนาด 40.50 ตร.ม. ( 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ )

Type B ขนาด 41.00 ตร.ม. ( 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ )

Type D ขนาด 68.00 ตร.ม. ( 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ )

Type E ขนาด 35.50 ตร.ม. ( 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ )

ไม่รอช้าไปเริ่มเปิดห้องตัวอย่างกันเลยดีกว่าค่ะ…

Type E : 35.5 sq.m. 

(1 Bedroom 1 Bathroom)

ห้องตัวอย่าง Type แรกที่จะพาไปดูกันคือห้อง 1 Bedroom ขนาด 35.50 ตารางเมตรค่ะ จุดเด่นของห้องรูปแบบนี้คือ ห้องนอนและห้องนั่งเล่นจะเชื่อมต่อกัน กั้นโซนด้วยบานกระจกใสสไลด์เปิดได้ ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น และส่วนครัวเป็นครัวปิด ซึ่งเหมาะกับคนชอบทำอาหารเพราะกันกลิ่นได้ดี

เริ่มต้นจากทางเข้า ประตูเป็นแบบ digital door locked จาก Yale อย่างดี บานประตูหลักทำจากไม้ลามิเนตหนา 45 มม. เป็นแบบ over size สูง 2.4 เมตร  มีตู้เก็บรองเท้าสูงจรดเพดานที่สีครีมแบบHigh Gross มาให้ สวย หรู ดูแลรักษาง่าย แถมใส่รองเท้าได้เยอะจุใจกันไปเลยค่ะ จุดนี้ถูกใจสายแฟชั่นมากๆ ด้านข้างยังเหลือที่ซึ่งเราจะต่อเติมเป็นชั้นง่ายๆ เท่ๆ ตามตัวอย่างหรือ ปล่อยโล่งก็ได้ค่ะ

เมื่อหันมาทางซ้ายจะเจอกับห้องนั่งเล่น และยาวเชื่อมต่อไปเป็นส่วนของเตียง ซึ่งห้องตัวอย่างจะวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งมาให้ดูเป็นไอเดีย สามารถติดทีวีจอใหญ่ได้ ระยะนั่งดูทีวีไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไป พื้นห้องนอนและห้องนั่งเล่น เป็นพื้น Engineering Wood หนา 15 มิลลิเมตร สีอ่อน ผิวหน้าไม้จริง สวยมากๆ ฝ้าเพดานเป็นยิปซั่มบอร์ดฉาบเรียบ ความสูง 2.4-2.7 เมตร

ส่วนของห้องนอน แทนที่จะเป็นผนังทึบ โครงการเลือกใช้ บานสไลด์ ทำให้ห้องดูกว้าง โปร่งตา และช่วยให้ประหยัดแอร์ได้ หากต้องการใช้งานทีละส่วน

รางของบานสไลด์เลือกใช้เป็นรางบนเท่านั้น ทำให้เวลาเดินได้อารมณ์ต่อเนื่องทั่วทั้งห้องไม่สะดุด เป็นกรอบกระจกอลูมิเนียม น้ำหนักเบาเลื่อนง่าย สีเงินแบบอลูมิเนียมปัดด้าน (ไม่ใช่สีดำตามห้องตัวอย่างนะคะ แต่ถ้าชอบสีดำก็เปลี่ยนได้ค่ะ)

ส่วนของเตียง ห้องตัวอย่างวางเตียงแบบ 5 ฟุตมาให้ดู จะเห็นว่ามีพื้นที่ซ้ายขวาเหลือๆ วางเตียงใหญ่ 6 ฟุตแทนก็ยังได้ถ้าชอบนอนกว้างๆสบายๆ และวิวจากเตียงนี่สุดๆ คือเป็นบานกระจกเต็มบาน เรียกว่าไม่อยากลุกจากเตียงเลยทีเดียว

ส่วนของห้องนอน จะมีตู้เสื้อผ้ามาให้แล้ว 1 ตู้  (ทางด้านซ้าย ตามภาพ) ซึ่งเป็นตู้แบบที่ความสูงไม่ชนเพดาน ซึ่งด้านบนเหลือพื้นที่ให้วางกระเป๋าเดินทางหรือของที่ไม่ค่อยได้ใช้ได้ด้วย แต่ในห้องตัวอย่างBuit ออกมาเป็นกล่องทึบให้ดู ถ้าเราชอบแบบเปิดโล่งก็ปล่อยโล่งได้เลย ผนังด้านข้างตู้เหลือที่ให้ติด TV ได้อีก ถ้าอยู่ 2 คน แยกจอกันดูได้ คนนึงนอนดูซีรีย์บนเตียง อีกคนนั่งดูบอลที่โซฟา แค่นี้ชีวิตก็แฮปปี้ แอร์ในห้องนอนจะให้เป็นแอร์แบบแขวนผนังตามห้องตัวอย่างค่ะ

ภายในห้องน้ำ ก็ดรอปฝ้าให้ พร้อมซ่อนไฟมาให้ กั้นฉากมาให้ ตามที่เห็นในห้องตัวอย่างเช่นเดียวกับห้องนอนและห้องนั่งเล่น พร้อม ติดตั้ง Rain shower และอุปกรณ์สุขภัณฑ์ทั้งหมดจาก Kholer หรือเทียบเท่า ราวแขวนผ้าและที่แขวนกระดาษทิชชู่ ยี่ห้อ Englefield หรือเทียบเท่า

 

ภายในห้องน้ำติดระบบพัดลมดูดอากาศมาให้เรียบร้อย หายห่วงเรื่องอากาศอับชื้นแน่นอนค่ะ

ส่วนของพื้นห้องน้ำ เลือกใช้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60×60 ลายหินธรรมชาติ สีเทา เช่นเดียวกับผนัง

ส่วนห้องครัว พบกับครัวที่เป็นครัวปิด ซึ่งหาได้ยากมากในคอนโดชั่วโมงนี้ ทำให้เราสามารถหมดกังวลเรื่องกลิ่นรบกวนของอาหารได้เลยค่ะ

ภายในครัวมี Built-in เคาน์เตอร์ครัว และตู้เก็บของพร้อมหน้าบานแบบ soft close และทำสีครีมอ่อน High gross มาให้ทำความสะอาดง่าย ความสูงจากพื้นสุดเพดานค่ะ ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ และ เครื่องครัวทั้ง Hob และ Hood ให้เป็นของ MEX อย่างดีเป็น เตาเซรามิก ระบบ induction เคาน์เตอร์ครัวเลือกใช้หินสังเคราะห์ เลียนแบบธรรมชาติ สีขาว ทนทานและสวยงาม มี Back Splash มาให้เรียบร้อยค่ะ ไม่ต้องไปติดตั้งเอง

 

ฝั่งหนึ่งเป็นไมโครเวฟ ซึ่งอยู่ใต้ Pantry ทำให้หยิบของง่ายไม่ต้องเอื้อม ด้านบนมีที่วางเครื่องชงกาแฟ ตู้เย็นอยู่ฝั่งเดียวกัน เครื่องปิ้งขนมปังได้ และอีกฝั่งเป็นเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน  อ่างล้างจานก็ลึกเวลาล้างจานสะดวกน้ำไม่กระเด็น มีปลั๊กมาให้อย่างพอเพียงค่ะ ถึงจะเล็กกระทัดรัด แต่ครบครัน เอื้อมหยิบจับง่ายทุกมุมเลยทีเดียว

มาถึงจุดที่เป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ One9Five เขาก็ให้ความสำคัญมาก อย่างแอร์ในห้องLiving จะให้เป็นแอร์แบบฝังฝ้า ดูเรียบร้อยสวยงาม

บริเวณธรณีประตูระหว่างส่วนเปียกส่วนแห้งอย่างในห้องน้ำเลือกใช้หินเทียมสีดำตัดขอบเพื่อให้สัมผัสละมุนเท้า หรูหรา และดูแลรักษาง่าย สามารถมองเห็นความต่างระดับได้ชัดเจนแม้จะเป็นเวลากลางคืน

ส่วนธรณีที่กั้นห้องนอนกับระเบียงเลือกทำขอบให้สูงเพื่อกันน้ำกระเด็นหรือซึมเข้าพื้นด้านในห้อง ซึ่งปกติคอนโดทั่วไปมักมีปัญหานี้บ่อย คือ พื้นช่วงที่ติดกับระเบียงมักจะเสีย เพราะบวมพองจากความชื้น และพื้นระเบียงเป็นกระเบื้องกันลื่นลายหินธรรมชาติสีเทา ขนาด 30 x 60 ซม. มีระแนงปิดส่วนของคอยด์ร้อนแบบหัวออกนอกตัวตึกทำให้พื้นที่ตรงนี้ไม่มีลมร้อนเป่าเข้ามา ใช้งานได้จริงสามารถมายืนชมวิวได้ชื่นใจ

ส่วนรางม่านจะดรอปฝ้าลงมาให้ 10 ซม. เพื่อความสวยงามด้วย เรียกว่า พิถีพิถันใส่ใจรายละเอียดทุกมุมจริงๆค่ะ

Type A : 40.50 sq.m

(1 Bedroom 1 Bathroom)

ห้องที่ขายดีมากๆ อีก แบบหนึ่งคือ Type A ขนาด 40.50 ตร.ม. ค่ะ เป็นรูปแบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ซึ่งมี Concept ฉีกออกมาจาก Type E ก่อนหน้านี้

 

โดยจะออกแบบให้ดันส่วนพักอาศัย อย่างห้องนอนและห้องรับแขกไปรับวิวเต็มๆ แล้วเอาส่วนทำกิจกรรมหนักอย่างห้องน้ำและครัวที่ไม่ต้องการวิวมาไว้ด้านชิดประตูห้อง

 

เหมาะสำหรับ view lover และคนที่ชอบ Life Style ที่มีพื้นที่กิจกรรม กลางบ้านเยอะๆ โดยส่วนของเคาน์เตอร์ครัว ส่วนโต๊ะรับประทานอาหาร ส่วนโซฟานั่งเล่น และส่วนที่เป็นเตียงนอน connect เชื่อมต่อถึงกันหมด แม้แต่ห้องน้ำก็เข้าออกได้ 2 ทาง ทั้งจากในห้องนอนและจากส่วน Living ค่ะ

โดยที่เสปควัสดุทั้งหมดเหมือนกับห้อง Type E ค่ะ…ไปดูห้องตัวอย่างกันเลยค่ะ…

เปิดประตูเข้ามาภายในยูนิต เจอกับเคาน์เตอร์ครัวเปิดรูปตัว L เข้ามุมห้องค่ะ เชื่อมต่อไปเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ซึ่งเราสามารถจัดเป็นโซฟานั่งดู TV, โต๊ะทานอาหาร , โต๊ะทำงาน, หรือมุม day Bed เก๋ๆ ยังไงก็ได้แล้วแต่  Life style ของเราค่ะ ซึ่งห้องนี้จะเห็นวิวเปิดโล่งเพราะได้ผนังกระจกเต็มบาน แปลนนี้เป็นแปลนที่สามารถ Take View ได้จากทุกมุมของห้องเลยทีเดียวค่ะ สุดยอดมากๆ ลองนึกถึงว่า ตรงนี้เป็น City View ตึก Super Tower นะคะ หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

ส่วนที่เชื่อมต่อระหว่าง Living Area กับส่วนที่เป็นห้องนอน กั้นด้วยบานกระจกสไลด์ แบบโปร่งใสค่ะ วัสดุเป็นอลูมิเนียมน้ำหนักเบา เปิดปิดสะดวก และเลือกแบบเป็นรางบน แม้จะแพงกว่าแบบรางที่พื้น แต่เพื่อให้เวลาเดินภายในห้องได้ความรู้สึก สมูทเชื่อมต่อกันไปทั้งห้อง ค่ะ

จากมุมของเตียงนอน อย่างที่บอกค่ะ คุณสามารถเห็นวิวได้หน้ากว้าง 180 องศา เลยทีเดียว

ฝั่งที่ติดกับห้องน้ำ จะเป็นwalk-in closet ค่ะ มีตู้กระจกบานในสีชาทั้งดูหรูหรา และมองหาของได้ง่าย และถ้าหากคุณมีชุดเดรสสวยๆหรือกระเป๋าแบรนด์เนมใบงาม ตู้นี้ก็ทำหน้าที่เป็นเสมือนตู้โชว์ ให้กับห้องได้ในตัว ติดตั้งมาให้ทั้งสองฝั่งบริเวณทางเข้าห้องน้ำ แขวนเดรสตัวยาวได้ มีช่อง และชั้นเล็กๆทำให้สามารถแยกเก็บเสื้อผ้า กระเป๋า  เครื่องประดับ ต่างๆ ได้เป็นสัดส่วน

ห้องน้ำสามารถเข้าออกได้จากทั้ง 2 ฝั่งค่ะ เผื่อมีเพื่อนมาเยี่ยมก็สามารถปิดฝั่งที่เป็นห้องนอนเอาไว้กลายเป็นห้องน้ำสำหรับ visitor ได้ในตัวค่ะ

ในเมื่อเรามองระเบียงให้วิวแบบพาโนรามากันไปแล้ว ในส่วนของ functionระเบียง ก็ไม่ได้หายไปไหน ยังมีส่วนที่เอาไว้วางคอมเพรสเซอร์แอร์ และวางเครื่องซักผ้าได้พอดิบพอดี บานเปิด ก็ออกแบบให้เป็นบานกระทุ้งพับ2 ตอน ใช้งานสะดวก ซึ่งแข็งแรงมากสามารถกันลมได้อย่างดี ไม่ถูกตีเปิดออกแม้จะอยู่บนตึกสูงๆค่ะ

Type B : 41.00 sq.m

(1 Bedroom 1 Bathroom)

แบบนี้ถือ เป็นแบบคู่แฝดกับแบบ Type A ค่ะ เพราะขนาดต่างกันเพียง 0.5 ตร.ม. แต่ต่างกันที่ function การใช้งาน เรียกว่าแล้วแต่ life style ใครจะชอบแบบไหนก็เลือกได้เลย

 

แบบ  Type B นี้ ต่างไป ตรงเปลี่ยนจากบานเลื่อนกระจก สไลด์ ระหว่างห้องนอน กับส่วน living & Dining เป็นผนังทึบ เหมาะกับคนที่อยู่เป็นครอบครัว ที่เวลาพักผ่อนอาจจะไม่ตรงกัน คนนึงกลับดึก อีกคนนอนแล้ว หรือ คนนึงยังนั่งดูหนังอยู่ แต่อีกคนอยากดูบอลแมทชิงขึ้นมาก็สามารถปิดกั้นโซนเป็นคนละห้อง เสียงและแสงไม่ทะลุถึงกัน เท่านี้ก็ชีวิตบาลานซ์ค่ะ

 

และนอกจากนี้ส่วนครัวยังเป็นแบบครัวปิดดันครัวเข้ามาอยู่ฝั่งเดียวกับห้องน้ำ ทำให้ห้องLiving มีขนาดใหญ่ขึ้น

และครัวปิดแบบนี้ทำให้เวลาทำอาหารไม่ต้องกังวลว่ากลิ่นจะคลุ้งไปทั่วห้อง ถ้าคุณชอบทานอาหารกลิ่นแรงๆอย่างอาหารไทย หรือ ทำอาหารหนักๆทานอย่างสเต็ก ละก็ แบบแปลนนี้เป็นแบบที่คุณจะหลงรักค่ะ

Type D : 68.00 sq.m.

(2 Bedrooms 2 Bathrooms)

มาถึงห้องตัวอย่างห้องสุดท้ายค่ะ เป็นห้องรูปแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 68 ตารางเมตร เป็นห้องที่ฟังค์ชั่นการอยู่อาศัยครบครันเหมาะกับครอบครัว ขนาด 3-4 คน สบายๆค่ะ

 

ซึ่งจะออกแบบให้ทุกห้องสามารถเห็นวิวได้ทั้งหมด ห้องนอนทั้งสองห้องสามารถมองเห็นวิวได้แบบเต็มๆ โดยดึงเอาส่วนที่ไม่ต้องการวิว เช่นหัวเตียง ห้องน้ำและเคาน์เตอร์ครัวชิดริมผนังด้านใน และจัดให้ส่วนพื้นที่กิจกรรมของบ้านอย่างครัวและส่วนliving เชื่อมต่อถึงกันได้ทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นการจัดวาง layout ที่ฉลาดมากๆ ค่ะ

 

ในห้องนอนทั้ง 2 ห้อง มีพื้นที่ให้ติด TV ภายในห้องนอนได้ และเพิ่มความเก๋ให้ห้องใหญ่โดยมีห้องน้ำมีทั้งอ่างอาบน้ำแบบ sexy bath และshower set ค่ะ

จะสวยขนาดไหนไปดูภาพบรรยากาศห้องตัวอย่างกันเลยค่ะ…

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเชื่อว่าหลายคนคงนั่งเฉยไม่ไหวแล้วใช่มั้ยคะ หากใครต้องการเข้ามาดูห้องตัวอย่างจริง ไปดูได้ที่Sales Gallery เปิดทุกวันเวลา 9.00-18.00 น.

พิกัด โครงการและSales Gallery : https://goo.gl/maps/QqSQFnpygwL2

หรือดูข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ที่www.one9five.com หรือ โทร 02 245 0999

หรือใครกลัวไม่ทันสามารถลงทะเบียนได้ที่ http://register.one9five.com/