เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี หลายคนก็คงนับวันรอที่จะได้หยุดยาวในช่วงปีใหม่ กำลังใจในการทำงานของเดือนสุดท้ายของปีก็เริ่มห่อเหี่ยวลง เรียกได้ว่า “วันลา” มีเท่าไรก็ใช้กันแบบหมดหน้าตัก เทลงมาที่เดือนนี้กันเลย แม้แต่แอดมินเองก็เป็นเหมือนกัน วันนี้เราจะขอเป็นตัวตั้งตัวตีชวนทุกคนไปเที่ยวในเมือง ก่อนเข้าสู่ช่วงหยุดยาว (แบบว่าแอบพักนิดๆ แต่พักเรื่อยๆ ในช่วงเดือนธันวาคม) เพื่อเรียกพลังก่อนเริ่มทำงานใหม่ในปีหน้า 

กรุงเทพฯ เมืองที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวที่อยากมามากที่สุดติดอันดับโลก เราจะชวนคุณหนีบอสไปอยู่บนที่สูงที่บอสจะหาเราไม่เจอเป็นแน่!!! นั่นคือ คิง เพาเวอร์ มหานคร ลังเปิดตัวสกายวอล์คไปได้สักระยะได้รับความสนใจเป็นอย่างมากทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติต่างแวะเยี่ยมเยือนและเห็นภาพรีวิวออกมาจนทำให้แอดมินเองจะไม่ไปได้อย่างไร

ก่อนเป็น คิง เพาเวอร์ มหานคร

อาคารมหานคร เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2559 ถูกพัฒนาโดยบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกลายเป็นอาคารระฟ้าที่สูงสุดในประเทศไทยด้วยความสูงที่ 314 เมตร ณ เวลาขณะนั้น  …ก่อนถูกเปลี่ยนมือและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น คิง เพาเวอร์ มหานคร ภายใต้การพัฒนาของบริษัท คิง เพาเวอร์ มหานคร จำกัด  โดยเสียแชมป์อาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทยให้กับไอคอนสยามที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2561 ทำให้ปัจจุบันอาคาร คิง เพาเวอร์ มหานคร เป็นตึกระฟ้าที่สูงสุดในประเทศไทยเป็นอันดับที่ 2 ด้วยความเด่นตระหง่าน อยู่ใจกลางเมือง คงเอกลักษณ์ด้วยการออกแบบและดีไซน์ที่แตกต่างทำให้ คิง เพาเวอร์ มหานคร เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของเมือง

ที่สุดของ คิง เพาเวอร์ มหานคร

จุดชมวิวสูงสุดอันดับหนึ่งของประเทศไทย ณ ปัจจุบัน

หลังจากที่ความสูงของอาคาร คิง เพาเวอร์ มหานคร ถูกไอคอนสยามทำลายลง ที่ความสูง 317 เมตร โดยห่างกันเพียงแค่ 3 เมตร เท่านั้น แต่ คิง เพาเวอร์ มหานคร ยังคงเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในประเทศไทยด้วยความสูงที่ 314 เมตร ตัวอาคารชั้นบนสุดเป็นดาดฟ้า ซึ่งเป็นชั้นที่สามารถขึ้นไปชมวิวได้ ทำให้ คิง เพาเวอร์ มหานคร ครองแชมป์จุดชมวิวสูงสุดอันดับ 1 ของประเทศไทย

ลิฟต์รวดเร็วที่สุดในประเทศไทย

ลิฟต์โดยสารสามารถจุคนได้จำนวน 15 คน และมีความเร็วเพียง 50 วินาที ที่จะนำพาคุณขึ้นถึงจุดชมวิว INDOOR ที่ชั้น 74 ขณะที่ลิฟต์นำคุณขึ้นสู่จุดชมวิวเมืองมุมสูง ภายในยังมีการแสดงกราฟฟิกที่ให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังทะยานจากดินขึ้นสู่ฟ้า

ที่สุดของวิว INDOOR และ OUTDOOR

2 จุดชมวิว แบบ 360 องศา โดยจุดแรกเป็นแบบ INDOOR อยู่ที่ชั้น 74 คุณจะมองเห็นวิวเมืองจากภายในอาคารแบบไกลสุดสายตา และเห็นกระเพาะหมูหรือโค้งแม่น้ำบางกระเจ้าปอดของคนเมือง นอกจากนี้ชั้น 74 ยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้คุณได้เพลิดเพลินกับสถานที่สำคัญในกรุงเทพมหานคร ผ่านระบบเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) และมีตู้ไปรษณีย์ที่อยู่บนอาคารสูงสุดในประเทศไทย ที่ให้คุณส่ง Post Card ไปหาคนรักของคุณ…

มองจากตรงนี้เห็นบางกระเจ้าปอดใหญ่ใกล้เมืองกรุง

 

ขอบคุณภาพจากเพจ King Power Mahanakhon

จุดชมวิวแบบ OUTDOOR อยู่ที่ชั้น 78 ชั้นดาดฟ้าพื้นที่บริเวณนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

  • ส่วนแรกที่ความสูง 310 เมตร เหนือพื้นดิน ไฮไลท์สำคัญที่ใครมาเยือนสกายวอล์คนี้ต้องได้ลองกับบริเวณกระจกลอยฟ้า ซึ่งเป็นกระจกขนาดใหญ่ 6 แผ่น เรียงต่อกันโดยไม่มีเสา หรือคาน หรือสลิง ค้ำอยู่ ซึ่งให้ลงไปเหยียบบนพื้นกระจกได้ และเห็นวิวเมืองด้านล่างด้วย (ก็รู้สึกหวิวๆ หน่อย) สำหรับพื้นที่บริเวณนี้ผู้ที่จะเข้าไปพื้นที่ดังกล่าวต้องสวมรองเท้าที่ทางทีมงานจัดไว้ให้ และไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์อื่นใดที่อยู่บนตัวเข้าที่มีลักษณะจะทำให้กระจกเป็นรอย เพื่อรักษาความสวยงามให้คงสภาพ และป้องกันรอยร้าวที่อาจจะเกิดขึ้นจากการขูด ขีด บนพื้นกระจก
  • อีกส่วนหนึ่งคือจุดสูงสุดเรียกว่า The Peak ที่ความสูง 314 เมตร จุดไฮไลท์ของการชมพระอาทิตย์ตกที่จะทำให้เห็นแสงสีทองอร่ามบนท้องฟ้าได้อย่างเต็มตา โดยไม่มีกระจกปิดกั้นในการมอง เวลาของการชมพระอาทิตย์ตกดินที่ดีที่สุดคือช่วงเวลาประมาณ 5 โมงเย็น ถือเป็นเวลาทองที่สุด (หากคุณพลาดแม้นิดเดียวดวงตะวันจะลับขอบฟ้าไปทันที…แต่อาจจะขึ้นอยู่กับฤดูกาล…)

Rooftop Bar สูงสุดในประเทศ

นอกจากจะเป็นจุดชมวิวแล้ว บริเวณชั้น 78 ยังเป็นที่ตั้งของ Rooftop Bar ที่คุณสามารถสั่งเครื่องดื่ม และ Cocktail สูตรพิเศษ านั่งจิบพร้อมชมบรรยากาศเมือง นั่งพักรับลมยามเย็นสบายๆ ถือเป็นช่วงเวลาในการใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของคนเมืองที่ดีเลยทีเดียว

แหล่งช้อปปิ้ง คิง เพาเวอร์ Duty Fee และร้านค้าปลีก

บริเวณชั้น 1-4 เป็นสถานที่ขายสินค้าปลอดภาษีหรือ Duty Fee ที่คิง เพาเวอร์ มหานคร เลือกสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก หรือของที่ระลึกอันคู่ควร เมื่อคุณมาเยือนที่แห่งนี้ แต่นอกจากนี้ยังส่งเสริมภูมิปัญญาชาวบ้าน สินค้าที่ทาง คิง เพาเวอร์ ให้ความสำคัญอีกอย่างหนึ่งของงานหัตถศิลป์โดยฝีมือจากชุมชนและภูมิปัญญาไทยคุณภาพระดับสากล

โปรโมชั่นยังคงมีไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคม 2562 ราคา765 บาท ที่สามารถเข้าชมได้ถึงชั้น 78

โดยราคาปกติ

  • บัตรเข้าชม มหานคร สกายวอล์ค จุดชมวิวเพียงแค่ชั้น 74 ราคา 850 บาท
  • มหานคร สกายวอล์ค และรูฟท็อปบาร์ จุดชมวิวภายในและภายนอกอาคาร ชั้น 74 และชั้78 ราคา 1,050 บาท

แต่ใครจะคิดว่าโลกต้องกว้าง เราจะมาเจอบอสอยู่ ณ.สถานที่แห่งนี้ และเวลาเดียวกัน นั่นคือคุณ โอภาส ถิรปัญญาเลิศ COO ของ Prop2morrow ที่มาถ่ายงานในวันที่แอดมินแอบมาเที่ยว ทำให้แอดมินต้องมานั่งเขียนงานส่งอยู่แบบนี้ 

หากใครยังคิดไม่ออกจะไปไหนดีในช่วงหยุดยาว กรุงเทพฯอีกหนึ่งคำตอบที่จะเห็นเมืองอันเงียบสงบเกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่ Long Weekend การเดินทางที่สะดวกและอยู่ใจกลางเมือง มหานคร คิง พาเวอร์ แลนด์มาร์คใหม่ของการชมเมือง