ออลล์ อินสไปร์ โชว์ความพร้อมก่อนขายหุ้นไอพีโอ150 ล้านหุ้น เดือนพฤษภาคม 2562  เดินหน้าลุยโครงการใหม่ต่อเนื่องตามแผนปีนี้เปิด 6 โครงการบนทำเลศักยภาพ มูลค่ารวมกว่า 18,250 ล้านบาท ดึงทุนจากจากสิงค์โปร “กราวด์ พร็อพเพอร์ตี้”พัฒนาคอนโดมิเนียมย่านทองหล่อ

นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ มหาชน หรือ ALL  เปิดเผยว่า ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯยังคงยึดกลยุทธ์สำคัญ “ราคา-ทำเล และ ดีไซน์”ภายใต้แนวคิด “ Class of Living ” วางเป้าหมายก้าวสู่การเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ถือหุ้น คู่ค้า พนักงาน เป็นต้น  โดยการเสนอขายไอพีโอ(IPO)ครั้งนี้ จะทำให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากตลาดทุนและตลาดเงินสำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ในอนาคต ตามนโยบายของ ALL ที่จะไม่หยุดยั้งที่จะขยายธุรกิจเพื่อสร้างผลการดำเนินงานให้มีความมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งจะมุ่งสร้างผลตอบแทนให้คุ้มค่า ให้กับที่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน ที่ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในบริษัทฯ

“ออลล์ อินสไปร์ เราไม่ใช่ pure real estate แต่เป็น total real estate solution มีการเติบโตทะลุทะลวงเป็นการเติบโตแบบ convenience store”นายธนากร กล่าว พร้อมกับระบุว่า ธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทประกอบไปด้วย

ธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย ประเภทคอนโดมิเนียม

  • โครงการภายใต้แบรนด์ “The Excel” เป็นโครงการคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise ความสูงไม่เกิน 8 ชั้น เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลาง ระดับรายได้ 25,000 – 50,000 บาทต่อเดือน เป็นคนรุ่นใหม่และอยู่ในวัยทำงานที่สามารถเป็นเจ้าของได้แทนการเช่าห้องชุด
  • โครงการภายใต้แบรนด์ “RISE” เป็นโครงการคอนโดมิเนียมทั้งแบบ Low Rise และ High Rise เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลาง – ระดับบน ระดับรายได้ 40,000 – 80,000 บาทต่อเดือน เป็นคนทำงานที่เน้นความทันสมัยและความสะดวกสบายเป็นหลัก
  • โครงการภายใต้แบรนด์ “Impression” เป็นโครงการคอนโดมิเนียมแบบ Luxury โดยเน้นทำเลที่มีศักยภาพ เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน – ระดับไฮเอนด์ ระดับรายได้มากกว่า 150,000 บาทต่อเดือน เป็นนักลงทุน

ทั้งนี้ บริษัทฯ เน้นพัฒนาโครงการในบริเวณพื้นที่แนวระบบขนส่งมวลชนหลักของกรุงเทพฯ เช่น รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว และรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน เป็นต้น รวมถึงทำเลใกล้เคียงอื่นที่มีศักยภาพ เช่น ใกล้ทางด่วน พื้นที่ที่อยู่ในความต้องการของกลุ่มลูกค้า หรือมีความหนาแน่นของชุมชน เป็นต้น

 ธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวราบ ประเภททาวน์โฮม ภายใต้ชื่อ “The Vision” เป็นโครงการทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5-5.5 เมตร เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลาง  – ระดับกลางบน ระดับรายได้ประมาณ 40,000 – 100,000 บาทต่อเดือน เป็นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยเหมือนบ้านเดี่ยว และเหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นครอบครัว

ธุรกิจให้บริการเป็นตัวแทนและนายหน้าในการขายอสังหาริมทรัพย์ สำหรับตลาดต่างประเทศทั้งของกลุ่มบริษัทและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายอื่นๆ ซึ่งเป็นลูกค้าต่างชาติที่มีความต้องการและสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย และเป็นกลุ่มประเทศที่มีกำลังซื้อสูง ดำเนินการภายใต้ชื่อ “ Thai D” หรือ บริษัท ไทย ดี เรียลเอสเตท จำกัด

 ธุรกิจลงทุนและซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างแล้วเสร็จจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายย่อย ภายใต้ชื่อRise Venture” ดำเนินงานภายใต้บริษัท ไรส์ เอสเตท จำกัด

 ธุรกิจให้บริการบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งเป็นงานให้บริการหลังการขายโครงการของบริษัทฯ เพื่อให้ลูกบ้านหรือลูกค้าได้รับความพอใจและประสบการณ์ที่ดีในการซื้อโครงการของบริษัทฯ  ดำเนินการภายใต้ชื่อ “ALL Prop”  หรือ บริษัท ออลล์ พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส จำกัด

นอกจากนี้ มีกิจการร่วมค้าจำนวน 3 บริษัท คือ

1) ALL Hoosiers  เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทฯ ในสัดส่วนการถือหุ้น 51% และที่เหลืออีก 49 % ถือหุ้นโดย Hoosiers Asia Pacific Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ Hoosiers Holdings ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange) ประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม ความสูง 8 ชั้น ภายใต้ชื่อของโครงการ “The Excel Hideaway Sukhumvit 50”

2) AHJ Ekkamai  เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทฯ ในสัดส่วนการถือหุ้น 51% และที่เหลือ 29 % ถือหุ้นโดย Hoosiers Asia Pacific Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ Hoosiers Holdings  และอีก 20 %ถือหุ้นโดย Kyushu Railway Company เพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม ภายใต้ชื่อของโครงการ “Impression Ekkamai”

3) AG Thonglor  เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทฯ กับ กราวด์ พร็อพเพอร์ตี้ พีทีอี แอลทีดี (กราวด์ พร็อพเพอร์ตี้)โดยได้จัดตั้งเป็นบริษัทร่วมทุน คือ บริษัท เอจี ทองหล่อ 12 จำกัด (“AG Thonglor”) เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมร่วมกันซึ่งตั้งอยู่ที่ซอยทองหล่อ 16 (อยู่ระหว่างตั้งชื่อโครงการ) โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 62.10 %  และกราวด์ พร็อพเพอร์ตี้ ถือหุ้นในสัดส่วน 37.90% ทั้งนี้ กราวด์ พร็อพเพอร์ตี้ เป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งที่ประเทศสิงคโปร์เพื่อประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ปี 2562 เปิดใหม่ 6 โครงการ มูลค่ารวม 18,250 ล้านบาท

บริษัทออลล์ อินสไปร์ ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2556 ถึงปี 2561 มีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยรวมทั้งสิ้น 17 โครงการ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 18,135 ล้านบาท มีผลประกอบการเติบโตมาตลอดทั้งยอดขาย รายได้ และกำไร

ในปี 2561 ที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้รวม 2,343 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คิดเป็น 84% หรือมีมูลค่า 1,978 ล้านบาท ธุรกิจนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์คิดเป็น 9% หรือมีมูลค่า 204 ล้านบาท และรายได้อื่นๆ คิดเป็น 7% หรือมีมูลค่า 106.6 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 343 ล้านบาท เติบโต 15% เทียบกับปี 2560 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 81 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังมียอดขายที่รอรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) จำนวน 11 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 6,354 ล้านบาท

ส่วนแผนการเปิดโครงการใหม่ในปี 2562 รวม 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 18,250 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมไฮไรส์ (High Rise) จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ ทำเล ทองหล่อ 12 ทองหล่อ 16 และโครงการ อิมเพรสชั่น เอกมัย (Impression Ekkamai)โครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ (Low Rise) จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ ทำเล ลาดพร้าว – สุทธิสาร 20 มิถุนาแยก 5 และลาซาล 83

ในไตรมาส 1 / 2562  บริษัทฯเปิดขายไปแล้ว 2 โครงการ เป็นโครงการแนวราบ 1 โครงการที่ทำการตลาดต่อเนื่องมาจากปี 2561คือ โครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์ Phase 1 ทาวน์โฮม 3 ชั้น  จำนวน 199 ยูนิต มูลค่าโครงการ Phase 1 ประมาณ 890 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวรวม 2 Phase มีทั้งหมด 308 ยูนิต มูลค่ารวม 1,391 ล้านบาท

ส่วนอีกโครงการ High Rise คอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ อิมเพรสชั่น เอกมัย เป็นโครงการลักซูรี เรสสิเดนท์ ICONIC PROJECT เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน จำนวน 380 ยูนิต มูลค่าโครงการทั้งสิ้น 4,800 ล้านบาท สำหรับโครงการนี้ บริษัท ออลล์ อินสไปร์ฯ ได้ร่วมทุนกับสองบริษัทยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นอย่าง ฮูซิเออร์ส โฮลดิ้งส์ (Hoosiers Holdings) และ คิวชู เรลเวย์ คัมปะนี (Kyushu Railway Company) ทั้งนี้  ทั้งทำเลที่ตั้งและการออกแบบที่เข้าใจความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง

ขายหุ้น IPO ได้ภายในเดือน พฤษภาคม 2562 นี้

พร้อมกันนี้นายธนากร กล่าวถึงแผนเสอนขายหุ้นไอพีโอ(IPO) ในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ(MAI) ให้กับประชาชนทั่วไป จำนวน 150 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็น 26.79% ของจำนวนหุ้นหลังไอพีโอ โดย ก.ล.ต.ได้อนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนแล้ว ปัจจุบัน บริษัท มีทุนจดทะเบียนจำนวน 560 ล้านบาท และมีทุนที่ชำระเต็มแล้ว จำนวน 410 ล้านบาท หรือคิดเป็น 410 ล้านหุ้น โดยคาดว่าจะขายหุ้นไอพีโอได้ภายในเดือน พฤษภาคม 2562 นี้ การระดมทุนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ

1.เพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนาโครงการ ทั้งแบบ Low -Rise Rise Rise และ High -Rise Rise

2.เพื่อชาระคืนเงินกู้ยืม

3.เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ระบุในหนังสือชี้ชวนตราสารทุน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 4.66 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 6.78 เท่า ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2560 อีกทั้ง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 บริษัทฯ มีหนี้สินรวมจำนวน 5,237.9 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจำนวน 3,603.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 68.78 ของหนี้สินรวม

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 บริษัทฯ มีเงินกู้ยืมระยะยาวและหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวม 3,603.3  ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นภาระหนี้จากเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงินจำนวน 2,518.86 ล้านบาท และหุ้นกู้จำนวน 921.4 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มบริษัทฯ

 

หมายเหตุ : 1. พัฒนาโดยบริษัท เอเอชเจ เอกมัย จำกัด (บริษัทร่วมทุน โดยบริษัทฯ ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 51)

  1. พัฒนาโดยบริษัท เอจี ทองหล่อ 12 จำกัด (บริษัทร่วมทุน โดยบริษัทฯ ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 62.10)