สุขุมวิทเส้นเลือดใหญ่ของเมือง

เมื่อนึงถึงใจกลางย่านธุรกิจชื่อของ “สุขุมวิท” ต่างเป็นที่รู้จักของคนไทยและชาวต่างชาติ ด้วยถนนสายนี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของเมืองก็ว่าได้เพราะเป็นถนนที่รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านค้าแฟชั่น ค่าเฟ่ ตลอดจนที่อยู่อาศัย ความยาวประมาณ 488 กิโลเมตร พาดผ่านย่านสำคัญๆของเมือง ไม่ว่าจะเป็น เพลินจิต ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ อโศก อ่อนนุช ยาวไปจนถึงภาคตะวันออกของประเทศไทย ด้วยความเป็นถนนสายหลักของเมืองจึงทำให้ที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นบนถนนสุขุมวิทแห่งนี้เป็นจำนวนมาก เพราะง่ายต่อการเดินทางในทุกช่องทาง รวมไปถึงรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทเองก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น หากแต่เมืองที่ความเจริญมากขึ้นในทุกๆวัน ย่านสุขุมวิทแห่งนี้ ยังมีแหล่งที่อยู่อาศัยที่คงความเป็นส่วนตัวและคงกลิ่นอายของความเป็นชุมชน หลีกหนีความวุ่นวายของเมืองเพียงแค่ขยับเข้ามาใน “ซอยสุขุมวิท 26” ชุมชนกลางเมืองที่คงความเป็นเอกลักษณ์และเงียบสงบจากการอยู่อาศัย

ซอยสุขุมวิท 26

ซอยสุขุมวิท 26 เชื่อมต่อถนนหลัก 2 เส้นทาง ระหว่างถนนสุขุมวิทกับถนนพระราม 4 และยังเชื่อมต่อกับถนนย่อยๆอีกหลายสาย ทั้งยังใกล้กับรถไฟฟ้าBTS สถานีพร้อมพงษ์ หากย้อนไปเพียง 1 สถานี จะทำให้การเดินทางเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น เพราะนั่นคือสถานีอโศก ซึ่งเป็นจุดอินเตอร์เชนจ์ของการเดินทางระหว่างรถไฟฟ้า BTS และ รถไฟฟ้า MRT

ซอยสุขุมวิท 26 ถนนทั้ง 2 ฝั่งเรียงรายไปด้วยร่มไม้จากต้นไม้ใหญ่ที่เป็นเสมือนอุโมงค์ต้นไม้ จนทำให้คุณอาจลืมไปเลยว่าที่นีคือใจกลางเมือง บรรยากาศค่อนข้างร่มรื่น เงียบสงบ และมีความเป็นส่วนตัว ลักษณะของอาคารและสิ่งก่อสร้างในซอยสุขุมวิท 26 เป็นการวางสลับกันระหว่างอาคารสำนักงาน กับที่อยู่อาศัยและแหล่งคอมมูนิตี้มอลล์ในย่านนี้ จึงทำให้ไม่แออัดอย่าง ย่านทองหล่อ-เอกมัย

ซอยสุขุมวิท 26 ถือเป็นแหล่งสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัยในย่านหนึ่ง ด้วยมีแหล่งไลฟ์สไตล์ที่รองรับการใช้ชีวิตอย่าง The Em District รวมไปถึง Community Mall อย่าง K Village , A-Square , Bambini Villa และใกล้กับSupermarket อย่าง Big C พระราม4 ซึ่งทำให้ซอยสุขุมวิท26 แฝงไปด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว

โดยทั่วไปแล้วเชื่อว่าบ้านหลังแรกของใครหลายคนคงไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองกันเป็นส่วนใหญ่ แต่หากกำลังมองหาบ้านหลังที่ 2 สิ่งที่นึกคิดแน่นอนว่าต้องเดินทางสะดวก รายล้อมไปด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า อาหารการกิน ร้านคาเฟ่ รวมไปถึงแหล่งแฮงค์เอ้า สุขุมวิท 26 ซอยที่พร้อมและมีครบทุกอย่างของการเลือกอยู่อาศัยและด้วยเอกลักษณ์ที่คงความโดดเด่น ในเรื่องความเป็นส่วนตัว ร่มรื่น สงบ แม้จะอยู่ใจกลางเมืองอย่างสุขุมวิทก็ตาม เป็นทำเลในใจของใครหลายคนที่อยากอยู่ในย่านแห่งนี้ จากปัจจัยแวดล้อมทำให้โครงการ AMIE Sukhumvit 26 เลือกที่ตั้งทำเลใจกลางเมืองที่เป็นส่วนตัวในแบบฉบับของซอยสุขุมวิท 26 ออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และการใช้ชีวิต ทำให้บ้านหลังที่ 2 แห่งนี้เป็นที่ชาร์จพลังสำหรับพักผ่อนในเมือง ด้วยความร่มรื่น สงบ และเป็นส่วนตัวเสมือนได้กลับไปพักผ่อนที่บ้านจริงๆ โครงการมี Shuttle รับ-ส่ง ลูกบ้านถึง 2 เส้นทาง คือจากโครงการฯไปส่งที่ปากซอย BTS สถานีพร้อมพงษ์ และ จากโครงการฯไปส่งที่ปากทางถนนพระราม 4

รู้จักกับ AMIE Sukhumvit 26

AMIE Sukhumvit 26 (อามี สุขุมวิท 26) พื้นฐานรากเสียงของคำว่า AMIE ( อามี ) มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า เพื่อน โครงการจึงเลือกใช้ชื่อ AMIE เพื่อให้รู้สึกถึงความเป็นกันเองและFriendly ของการอยู่อาศัย ดีไซน์และออกแบบให้มีความลงตัว กลมกลืนกันกับธรรมชาติในพื้นที่ทำเลย่านสุขุมวิท 26

โครงการ AMIE Sukhumvit 26 เป็นโครงการแรกของ IS AM ARE (บริษัท อีส แอม อาร์ จำกัด) หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อนี้ แต่หากเอ่ยถึงว่าเป็นบริษัทลูกของ PRE-BUILT (บริษัท พรีบิลส์ จำกัด) บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มากประสบการณ์และอยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มานาน คงทำให้หายห่วงกับคำว่า Developer หน้าใหม่ไปได้เลย หลังจากเปิดโครงการ AMIE Sukhumvit 26 เป็นโครงการแรกแล้วทาง IS AM ARE ยังคงมีโปรเจคที่รอปักหมุดอยู่ใจกลางเมืองอีกหลายโครงการให้ได้รอติดตามกัน

TRANSPORTATION

• รถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์ : 1.0 KM.
• รถไฟฟ้า MRT สถานีอโศก : 2.2 KM.
• Express Way ด่านท่าเรือ 1: 3.7 KM.

Healthcare & Park

• โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท : 2.4 KM.
• โรงพยาบาลสุขุมวิท : 3.0 KM.
• โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท : 3.8 KM.

Department Store & Community Mall

• Emporium : 1.0 KM.
• Emquatier : 1.1 KM.
• Terminal 21 : 2.4 KM.
• K-Village : 1.0 KM.
• A-Square : 1.4 KM.
• Big C Rama 4 : 1.5 KM.
• Lotus Rama 4 : 2.8 KM.

Park

• อุทยานเบญจสิริ : 1.2 KM.

ภายใต้คอนเซ็ป Feels Like Home

โครงการ AMIE Sukhumvit 26 เป็นคอนโด Low rise ความสูง 8 ชั้น จำนวน 100 ยูนิต โครงการออกแบบมาอย่างใส่ใจและตั้งใจให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของการพักผ่อนจากการใช้ชีวิตในเมือง ภายใต้คอนเซ็ป Feels Like Home ใช้ทุกเวลาของการพักผ่อนเสมือนอยู่บ้าน หลายคนอาจจะ งง? และไม่เข้าใจ เพราะว่าที่แห่งนี้ก็คือที่อยู่อาศัยและถือว่าเป็นบ้านเหมือนกัน แต่เมื่อลองพิจารณาแล้วสถานที่ที่เราเรียกว่าบ้านส่วนใหญ่เรามักจะใช้กับ “บ้านหลังแรก” ที่เกิดและเติบโตจากที่แห่งนั้น โครงการจึงเปรียบตัวเองเป็นเสมือนบ้านหลังที่ 2 ที่ตั้งใจออกแบบมาให้คุณได้รู้สึกว่าการอยู่อาศัยที่ AMIE Sukhumvit 26 เสมือนว่าคุณได้กลับบ้านและพักผ่อนจากการใช้ชีวิตในแต่ละวันจริงๆ ได้ผ่อนคลาย สงบ และเป็นส่วนตัว

แท้จริงแล้วการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยในเมืองอีกแห่ง เพิ่มเติมจากบ้านหลังแรก หากถามคนที่ใช้ชีวิตในเมือง คำตอบส่วนใหญ่ก็คงออกมาในแนวทางเดียวกัน นั่นคือ เพราะว่าสะดวกในการเดินทาง ไม่ว่าจะทำงาน การใช้ชีวิต หรือแม้แต่การพบปะสังสรรค์ระหว่างกันและกัน AMIE Sukhumvit 26 จึงได้นิยามตัวเองว่าเป็นบ้านหลังที่ 2 ที่พร้อมเปิดรองรับการใช้ชีวิตในทุกไลฟ์สไตล์

Project Info

Project name : AMIE Sukhumvit 26

Developer : IS AM ARE (บริษัท อีส แอม อาร์ จำกัด)

Project Location : ซอยสุขุมวิท 26

Project Area : 0 – 3 – 59.5 ไร่

Building Detail : 1 อาคาร สูง 8 ชั้น

Total number of units : 100 ยูนิต

Start Price : ราคาพิเศษ 5.9 MB.*

Start Construction : Q2 2562

Project Complete : Q4 2563

Car park : 79% ไม่รวมจอดซ้อนคัน

ค่าส่วนกลาง : 75 บาท /ตารางเมตร /เดือน

กองทุน : 750 บาท /ตารางเมตร  

Facility

โครงการคิดและใส่ใจในทุกรายละเอียดเป็นอย่างมาก สิ่งที่มีทุกอย่างในโครงการได้ถูกเลือกและคัดสรรด้วยความพิถีพิถัน รวมไปถึงส่วนกลางที่โครงการให้ ก็คำนึงถึงการใช้งานจริงของผู้อยู่อาศัยเป็นสำคัญ แม้แต่ด้านหน้าของโครงการ AMIE Sukhumvit 26 เลือกปลูกไม้มงคลอย่างต้น กันเกรา เพราะความหมายของต้นกันเกราหมายถึง กั้นสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายไม่ให้มาทำอันตราย ให้ความสงบ ร่มรื่น ร่มเย็น ต้นกันเกราเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ดอกมีสีเหลือง สวยงาม กลิ่นหอมไม่ฉุน ตามความเชื่อของคนไทยแล้วต้นกันเกราเป็นไม้มงคล 1 ใน 9 ชนิดที่ถูกนำมาใช้ในพิธีกรรมการก่อสร้างบ้านเรือนเพื่อความเป็นสิริมงคล เรียกได้ว่าโครงการใส่ใจตั้งแต่แรกเริ่มเมื่อก้าวเท้าเข้าสู่โครงการเลยทีเดียว

ระบบความปลอดภัยของโครงการที่เหนือกว่าด้วย 4 Steps Security เพื่อทำให้ลูกบ้านอุ่นใจและมั่นใจมากขึ้นจากการอยู่อาศัย

Step 1 ระบบเก็บข้อมูลผู้มาติดต่อ หลายครั้งที่เราเข้าโครงการแล้วต้องแลกบัตรประชาชนก่อนเข้า และเมื่อจะกลับออกไปก็แลกต้องแลกบัตรคืน แล้วเคยลืมแลกคืนจน รปภ. ต้องวิ่งมาตามหรือเปล่า (สำหรับแอดเคยเป็นนะ^^) แต่สำหรับ AMIE Sukhumvit 26 โครงการฯจะให้เรายื่นบัตรประชาชนก่อนเข้าโครงการเพื่อเก็บบันทึกข้อมูลข้องผู้ที่มาติดต่อเมื่อคีย์ข้อมูลลงระบบเรียบร้อยแล้วโครงการก็จะคืนบัตรประชาชนให้กับเราโดยไม่ต้องแลกไปแลกมาให้เสียเวลาอีก

Step 2 Digital Door Phone เมื่อผู้มาติดต่อแจ้งว่าจะมาพบกับเจ้าของห้อง โครงการออกแบบระบบมาเพื่อให้เจ้าของรับทราบว่าจะมีผู้มาพบ ซึ่งสามารถกดรับหรือปฏิเสธผ่านมือถือได้ โดยที่ไม่ต้องลงมารับทางด้านล่าง

Step 3 Access Control Lift ลิฟต์เป็นแบบระบบล็อคชั้น นั่นหมายความว่าเมื่อผู้มาติดต่อจะมาพบกับเจ้าของห้องใดก็จะสามารถขึ้นไปได้แค่ชั้นนั้น ไม่สามารถออกที่ชั้นอื่นได้ ในขณะเดียวกันเจ้าของห้องก็สามารถเข้าออกได้แค่ชั้นที่อยู่อาศัยของตัวเองและชั้นที่มีส่วนกลางเท่านั้น ระบบความปลอดภัยแบบนี้ช่วยสร้างความปลอดภัยและอุ่นใจให้กับผู้พักอาศัยในโครงการ

Step 4 Digital Door Lock & Dead Lock ประตูห้องทุกห้องภายในโครงการถูกออกแบบเป็นแบบDigital Door Lock และ Dead Lock เพื่อให้ความปลอดภัยแก่ผู้อยู่อาศัยมากขึ้น โดยมีระบบความปลอดภัยถึง 5 ขั้น สำหรับรายละเอียดขอยกไปพูดในช่วงของห้องตัวอย่าง

1st Floor

• LOBBY
• WATERFALL STEPS

2nd Floor

• BOUTIQUE GARDEN POOL
• GREENERY GYM
• VERTICAL HIGH RISE GARDEN

3Rd FLOOR

• CO-LIVING & WORKING AREA

Rooftop

• SKY GARDEN

WATERFALL STEPS
BOUTIQUE GARDEN POOL
GREENERY GYM
VERTICAL HIGH RISE GARDEN
CO-LIVING & WORKING AREA
SKY GARDEN

ชั้น 1 Lobby
เมื่อผู้มาติดต่อเข้ามาโครงการผ่านรปภ.หน้าโครงการมาแล้วและได้รับอนุญาตให้เข้ามาผ่านระบบ Digital Door Phone ที่ถูกอนุญาตโดยเจ้าของห้อง จะมาเจอกับ Lobby พื้นที่สำหรับนั่งรอผู้ที่จะมาพบ

ชั้น 2 Boutique Garden Pool , Greenery Gym 
Boutique Garden Pool สระว่ายน้ำมีขนาด 20 เมตร ระดับความลึกอยู่ที่ 1.2 เมตร และคงถูกใจใครหลายคนไม่น้อยที่รักการว่ายน้ำแต่ไม่ชอบแสงแดด สระว่ายน้ำที่โครงการออกแบบจะเป็นแบบ Out Door แต่อยู่ภายใต้อาคารซึ่งจะทำให้ช่วยบังแสงแดดได้เป็นอย่างดี
Greenery Gym ในส่วนของ Gym โครงการเลือกเครื่องออกกำลังที่คิดมาให้ลูกบ้านเป็นอย่างดีว่าส่วนใหญ่แล้วคนออกกำลังกายนิยมใช้อะไรและเล่นอุปกรณ์ชนิดใด ซึ่งโครงการต้องมีเป็นพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้งานจากลูกบ้าน

ชั้น 3 Co-Living & Working Area
Co-Living & Working Area ส่วนนี้โครงการออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ทำกิจกรรมส่วนตัว ทำงานหรือใช้ประชุมซึ่งสามารถจองห้องPrivate ได้

Rooftop
Sky Garden อยู่ที่ชั้นดาดฟ้า สวนของโครงการอยู่ที่ชั้นดาดฟ้า สำหรับผักผ่อนและพื้นที่สีเขียวที่โครงการสร้างด้วยความตั้งใจและออกแบบให้เป็นลู่วิ่ง Jogging ที่ชั้นนี้ด้วย หากใครที่ชอบวิ่งคงถูกใจเป็นอย่างมาก นอกจากนี้หากมี BBQ Party ก็ยังสามารถใช้พื้นที่ส่วนนี้ได้เช่นกัน

อีกไฮไลท์หนึ่งของโครงการคือ Vertical High Rise Garden สวนแนวตั้งที่มีความสูงตั้งแต่ชั้น 2-8 ที่โครงการตั้งใจออกแบบให้เป็นผนังสวนสำหรับTake View เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายของเมือง ด้านบนติดกระจกโปร่งแสง Glass Roof ที่ให้แสงธรรมชาติส่องถึง เมื่อมองผ่านหรืออยู่ในบริเวณ Vertical High Rise Garden จะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น เสมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติรายล้อมไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดจนอาจทำให้คุณลืมไปเลยว่าที่นี่คือสุขุมวิท

ชีวิตง่ายขึ้นด้วยแอปพลิเคชั่น
โครงการออกแบบ Application ภายใต้ชื่อ IS AM ARE เพื่อตอบโจทย์และการใช้งานของลูกบ้านในเรื่องของความสะดวกสบาย เพื่อแจ้งถึงปัญหาต่างๆ หรือการคุยเพื่อแจ้งข่าวสารระหว่างนิติบุคคลและผู้พักอาศัย นอกจากนี้ลูกบ้านสามารถจอง Facilities Booking ผ่านแอปพลิเคชั่น หรือแม้แต่บริการซักรีด ทำความสะอาด สั่งอาหาร หรือสั่งของสดเพื่อทำอาหารเอง รวมไปถึงสามารถจองตั๋วเครื่องบินผ่านแอปพลิเคชั่นดังกล่าวได้ด้วย


สำหรับใครที่สนใจสามารถเข้าชมห้องตัวอย่างได้ที่ Sale Gallery โครงการ AMIE Sukhumvit26 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 ด้านหน้าโครงการมีรูปปั้นเชิงศิลปะคน 3 คน ยืนอยู่

สาเหตุที่ Sale Gallery ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 เพราะเดินทางสะดวก ไม่ว่าจะขับรถเข้ามา หรือเดินทางมาด้วยBTS ลงสถานีพร้อมพงษ์ สามารถนั่งวินมอไซค์หน้าปากซอย หรือเดินเท้าก็ไม่ไกลมาก อีกหนึ่งเหตุผลที่สำคัญคือที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นของบริษัทฯอยู่แล้วด้วย ซึ่งในอนาคตจะมีโครงการเกิดขึ้น ณ.บริเวณที่ดินผืนนี้ด้วยเช่นกัน (อุ๊ปส์….)

ถ้ายังลังเลหรือตัดสินใจไม่ได้ทาง prop2morrow เก็บภาพห้องตัวอย่างมาให้ชมกันอย่างก่อนตัดสินใจเข้าไปดูโครงการ ห้องพักอาศัยในโครงการมีให้เลือก 3 แบบ โดยแบ่งออกเป็น
1Bed room 34.95 – 40.37 Sq.M. จำนวน 46 ห้อง
1 Bed room Plus 43.21 – 47.41 Sq.M. 29 ห้อง
2 Bed room 45.81 – 60.83 Sq.M. 25 ห้อง
โครงการขายห้องแบบ Fully Fitted ในส่วนของห้องตัวอย่างโครงการทำไว้ 3 แบบ ด้วยกัน เราจะพาไปเปิดห้องตัวอย่างทั้ง 3 แบบ ของโครงการ AMIE Sukhumvit 26

1 Bedroom 34.95 SQ.M.

ห้องตัวอย่าง Type แรก ที่โครงการทำไว้คือ 1 BED ROOM ขนาด 34.95 ตารางเมตร

สำหรับประตูโครงการติดตั้ง Digital Door Lock และ Dead Lock ให้กับทุกห้อง โดยระบบความปลอดภัยของ Digital Door Lock โครงการออกแบบมาให้ทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การกดรหัสผ่าน การสแกนลายนิ้วมือ เลือกใช้คีย์การ์ดสำหรับการเปิดห้อง หรือผ่านโมบาย Application และสุดท้ายด้วยกุญแจสำรอง นอกจากนี้โครงการ ติดตั้ง Dead Lock ไว้ให้สำหรับผู้ที่ไม่อยู่ห้องเป็นระยะเวลานาน หากล็อคห้องด้วย Dead Lock แล้ว แม้จะเปิดห้องผ่านระบบ Digital Door Lock ได้ แต่ก็ไม่สามารถเปิดประตูเพื่อเข้าห้องได้อยู่ดี ทำให้มั่นใจและอุ่นใจมากยิ่งขึ้นในการอยู่อาศัย

เข้ามาด้านในบริเวณแรกจะเป็นโซนครัว ที่ทางโครงการทำให้เป็นครัวของ Kohler Kitchen ซึ่งเป็นครัวนำเข้าโครงการใส่ใจและเข้าใจสำหรับคนชอบทำครัวเป็นอย่างดี โดยออกแบบที่แขวนให้มาด้วยเลย ระบบเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันของ Teka ติดตั้งซิงค์ล้างจานแบบคันโยกมาให้ หรือแม้แต่ฟังก์ชั่นเล็กๆน้อยๆไม่ว่าจะเป็นที่เก็บถังขยะ หรือที่เก็บช้อนส้อมสำหรับทานอาหารที่อยู่ด้านล่างทาง โครงการก็ดีไซน์มาให้หมด ท็อปครัวเป็นหินสังเคราะห์ พื้นโซนครัวเป็นพื้นกระเบื้องเซรามิค

ระบบไฟและราวแขวนอุปกรณ์โครงการดีไซน์มาให้แบบนี้เลย
พื้นที่ครัวกระเบื้องเซรามิค พื้นที่ Living Area เป็น Engineer Wood

ชั้นวางรองเท้าและวางของเครื่องใช้อเนกประสงค์ โครงการบิวท์อินมาให้แบบนี้เลย หากมีคำถามว่าจะพอหรือเปล่า เท่าที่เราได้เปิดดูแล้วขอบอกว่าเพียงพอเลยทีเดียว เพราะชั้นวางรองเท้าสามารถวางได้เกือบ 10 คู่แหน่ะ

พื้นที่ส่วน Living Area สำหรับห้องจริงจะได้เป็นผนังคอนกรีตฉาบทาสี ติดตั้งไฟ LED แบบลอยตัว เหมือนห้องตัวอย่าง ซึ่งทำให้ง่ายต่อการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนหลอดไฟกรณีที่เกิดปัญหาขึ้น แสงและความสว่างของหลอดไฟเพียงพอต่อการมองเห็นที่ทำให้รู้สึกสบายตากำลังดี Floor To Ceiling ของห้องทุกขนาดอยู่ที่ 2.55 เมตร พื้นห้องเป็น Engineering Wood ซึ่งทางโครงการก็ปูพื้นมาให้เลย การเลือกใช้แบบ Engineering Wood ทำให้พื้นห้องมีความสวยงามมากขึ้นเพราะมีลวดลายจากไม้ที่แท้จริง สามารถทำความสะอาดได้ง่าย และทนความชื้นสูงไม่ต้องกังวลเรื่องโป่งพองของพื้นจากเหตุการณ์น้ำหกใส่

ระบบแอร์สำหรับห้อง 1 Bed room ได้ 2 ตัว ตัวแรกอยู่ที่ ห้องนั่งเล่นเป็นแบบแอร์คอนซิลที่ฝังบนฝ้า ส่วนอีกตัวเป็นแอร์แบบลอยตัว อยู่ที่ห้องนอน ด้วย Space ของ Type 1 Bed Room ค่อนข้างจำกัด และโครงการให้ส่วนกั้นระหว่าง Living Zone กับ Bed Room ด้วยกระจกสไลด์ 3 ตอน และอีกด้านจะเป็น Walk-in Closet ทำให้เหลือพื้นที่การติดตั้งแอร์ได้เพียงตำแหน่งเดียวคือบริเวณหัวเตียงเท่านั้น แต่หากไปดูห้อง Type 1 Bed Room Plus และ 2 Bed Room ทางโครงการจะเลือกติดตั้งแอร์บริเวณปลายเตียงเพราะเนื้อที่ของห้องที่มากกว่า ทำให้สามารถติดตั้งได้ การติดตั้งบริเวณปลายเตียงจะดีกว่าเนื่องจากลมของแอร์ที่ออกมาจะไม่เป่าหน้าช่วงเวลาเรานอนหลับทำให้หลับสบายได้ดียิ่งขึ้น

โครงการกั้นพื้นที่ระหว่างห้องนอนและห้องนั่งเล่นด้วยกระจกบานสไลด์ 3 ตอน ที่ติดตั้งมาให้ กระจกที่ใช้ทั้งหมดเป็นสีเขียวตัดแสงทำให้ห้องดูโปร่ง โล่ง สบายตา กันแสงแดดและรังสีUVที่ส่องเข้ามาจากทางด้านนอกได้ดีรวมไปถึงสะท้อนพลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นทำให้ห้องเย็นสบาย ทั้งยังเก็บเสียงจากมลภาวะด้านนอก

ห้องนอน โครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุต ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งจริงๆแล้วสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุต ได้เลย และยังมีพื้นที่ด้านข้างมากพอที่สามารถทำเป็นโซนส่วนตัวสำหรับการอ่านหนังสือหรือสำหรับคนที่ Work Hard จะทำเป็นโต๊ะทำงานในห้องนอนมุมเล็กๆก็ยังได้ เรามักจะเห็นหลายๆโครงการที่แค่วางเตียงก็เต็มแล้ว หรือเปิดเข้ามาก็เจอเตียงที่แค่เอาไว้นอนอย่างเดียว แท้จริงแล้วห้องนอนควรมี Space เล็กๆ ให้พอเดินได้ หรือ สามารถวางโต๊ะเล็กๆสักตัว เพราะก่อนนอนหลายคนมักมีกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ทบทวนความจำหรือเคลียงานค้างในแต่ละวัน หากเป็นคุณผู้หญิงด้วยแล้วละก็คงต้องการพื้นที่เล็กๆสักนิดในการใช้เสริมความงามและยลโฉมของตัวเองก่อนนอน พื้นที่ที่ให้เราได้ทำกิจกรรมสั้นๆก่อนนอนถือเป็นความสำคัญที่โครงการใส่ใจและออกแบบมาด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง ภายในห้องนอนทางโครงการติดตั้งกระจกบานกระทุ้งไว้ให้ เพื่อระบายอากาศ และความชื้นออกจากห้อง หรือเปิดให้ลมธรรมชาติเข้าบ้างเพื่อระบายกลิ่นอับของห้องที่เราใช้งานในทุกวัน

Walk-in Closet โครงการให้มาถูกใจสาวๆหลายคนเป็นอย่างแน่นอนหรือแม้แต่คุณผู้ชายก็ตาม เพราะทำให้เราได้พื้นที่สำหรับการแต่งตัวที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น โครงการดีไซน์และออกแบบมานึกถึงการใช้งานจริงเป็นสำคัญ เราจะเห็นว่าชั้นวางของและตู้เก็บถูกออกแบบมาเป็นสเตปขั้นสำหรับใช้วางของ เก็บของหรือแขวนเสื้อผ้าตามความเหมาะสม สำหรับสาวๆหลายคนที่มีปัญหาในเรื่องของชุดราตรี ก็หมดกังวลไปได้เลย อย่างที่บอกด้วยการออกแบบมาเป็นสเต็ปขั้น ทำให้เหลือพื้นที่เพียงพอสำหรับการแขวนชุดยาวและทำให้ชุดไม่ยับหลังจากรีดแล้ว นอกจากนี้ด้านบนโครงการออกแบบมาให้มีขนาดใหญ่มากพอที่จะเก็บกระเป๋าเดินทางได้สำหรับคนที่ชอบการเดินทางหรือต้องเดินทางบ่อย พื้นที่ในส่วนนี้ตอบโจทย์ของการใช้งานได้มากเลยทีเดียว

ห้องน้ำ โครงการให้ผลิตภัณฑ์จาก Kohler ทั้งห้องน้ำ โดยโครงการเลือกใช้ระบบหม้อต้มน้ำร้อนของ Stiebel Eltron แทนการใช้ระบบเครื่องทำน้ำอุ่นเพราะให้ความอุ่นของอุณหภูมิน้ำที่ดีกว่า ทั้งอ่างล่างหน้าและระบบอาบน้ำฝักบัว พื้นที่อาบน้ำในห้องนี้ ขนาดประมาณ 1.2 * 1 เมตร ถือว่าสบายมากสำหรับการยืนอาบน้ำ นอกจากนี้กระจกกั้นระหว่างพื้นที่อาบน้ำและพื้นที่ห้องน้ำโครงการติดตั้งมาให้พร้อมแล้ว เรียกว่าเห็นอะไรในห้องน้ำนี้ได้หมดเท่าที่เห็นเลยก็ว่าได้ (ไม่รวมผลิตภัณฑ์จำพวกสบู่ แชมพูที่โครงการวางตกแต่งไว้)

พื้นที่ระเบียงมองเผลินๆ อาจดูเล็กและแคบไปสักหน่อย โครงการเลยดีไซน์ให้เป็นกระจกบานเพี้ยมเพื่อให้ได้พื้นที่มากขึ้นสามารถลากโต๊ะนั่งเล่นเล็กๆสักตัว หรือเก้าอี้ Arm-Chair มานั่งกินลมชมวิวของเมืองหลวงก็ยังได้และให้ความรู้สึกว่าเพิ่มพื้นที่ดังกล่าวให้ใหญ่ขึ้นจากเดิม พื้นที่ส่วนหนึ่งของระเบียงถูกใช้เป็นที่เก็บคอมเพลสเซอร์แอร์

1 Bedroom Plus 46.94 SQ.M.

ถัดมาเป็นห้อง 1 BED ROOM PLUS ขนาด 46.94 ตารางเมตร
สำหรับห้อง 1 Bed Room Plus ประตูห้องและพื้นที่ครัว รวมไปถึงชั้นเก็บของได้เหมือนกันกับห้อง 1 Bed Room สำหรับ Type นี้โครงการกั้นพื้้นที่ Living Area และ Bed Room ด้วยผนังซีเมนต์ ทำให้มีพื้นที่สามารถติดตั้งทีวีในห้องนอนเพิ่มได้อีก 1 จุด

ความพิเศษสำหรับ 1 Bed Room Plus ที่ไม่เพียงแต่ขนาดห้องที่ใหญ่ขึ้นเท่านั้น สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ

1) พื้นที่ Living Area โครงการดีไซน์ให้สามารถวางทีวีได้ 2 จุด
จุดแรกคือตามห้องตัวอย่างที่เราจะเห็นว่าทีวีอยู่ทางด้านข้าง ถัดมาเป็นโซฟา ซึ่งทำให้ได้ระยะการดูทีวีที่ระยะสายตากำลังดี ได้พื้นที่อีกส่วนที่จริงๆแล้วสามารถวางเป็น Dining Zone สำหรับ 4 ท่าน ได้อย่างสบายๆ หรือหากเปลี่ยนมุมสำหรับวางทีวี มาวางอีกจุดหนึ่ง คือ ผนังตรงบริเวณ Dining zone ตามภาพ วางตำแหน่งโซฟาตรงข้ามทำให้ได้ระยะที่ไกลออกไปเพิ่มขึ้น ทำให้เราได้ทีวีที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นด้วยสำหรับคนรักการดูทีวีหรือชมภาพยนต์แล้ว รูปแบบการจัดวางแบบนี้คงเหมาะมาก แต่อาจจะต้องลดพื้นที่ Dining zone ให้เล็กลงสักหน่อยและไปอยู่ด้านหลังของห้องแทน พื้นที่เชื่อมออกไปโซนระเบียงสำหรับ Type นี้โครงการยังคงให้เป็นกระจกบานเพี้ยมแต่เป็นแบบ Double Volume คือเปิดออก 2 ทาง ทำให้ได้พื้นที่ที่มากขึ้นและรู้สึกได้ถึงความโปร่ง โล่ง สบาย ไม่อึดอัด

2) ห้องที่เพิ่มขึ้นมาคือ ห้อง Muti Function
ห้อง Muti Function ที่โครงการออกแบบมาให้ดูเป็นห้องทำงานซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่มากพอให้เราได้ลุกเดิน หรือจัดวางเอกสารสำหรับงานไว้ได้เยอะมากพอสมควร หากจะเปลี่ยนห้องนี้เป็นห้องนอนเล็กๆ หรือห้องนอนสำหรับ Baby ก็สามารถทำได้อย่างสบายๆ สามารถวางเตียงเล็กๆ ประมาณ 3.5 ฟุตได้ และตู้เสื้อผ้าขนาดย่อมเยา หรือจะเปลี่ยนเป็น Walk-in Closet ห้อง Muti Function นี้คงตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว ในห้องติดตั้งแอร์เพิ่มให้อีก 1 ตัว

3) ตู้เสื้อผ้า
สำหรับ Type นี้ โครงการไม่ได้ให้ Walk-in Closet มา แต่ให้เป็นตู้เก็บเสื้อผ้าแทน หลายคงอาจร้อง อ้าว!!! แต่เดี๋ยวก่อนตู้เสื้อผ้าที่ทางโครงการให้ ไม่ได้เล็กแบบที่เราเคยเห็นในหลายๆโครงการที่แค่เอาไว้แขวนเสื้อผ้าเท่านั้น จริงๆแล้วตู้เสื้อผ้าที่ทางโครงการให้มามีขนาดใหญ่มากพอที่สามารถเอาตัวเองเข้าไปยืน แล้วขยับไปมาในการแต่งตัวก็ยังถือว่าสบายมาก จริงๆก็เสมือน Walk-in Closet ย่อมๆก็ว่าได้ แต่หากคุณต้องการหรือใช้พื้นที่ที่มากขึ้น คุณสามารถเปลี่ยนห้อง Muti Function ให้เป็น Walk-in Closet ได้อย่างสบายๆ

4) ห้องน้ำ
โครงการออกแบบให้สามารถเข้าได้ทั้ง 2 ทางคือทางโซนครัว และ จากห้องนอน หากต้องการความเป็นส่วนตัวสำหรับเพื่อนที่มาเยี่ยมห้องแล้วต้องการเข้าห้องน้ำก็ไม่ต้องให้ผ่านเข้าห้องนอนของคุณก็ได้ ห้องน้ำมีขนาดพื้นที่ใหญ่ขึ้น จริงๆสามารถใส่อ่างอาบน้ำเข้าไปได้เลยด้วยซ้ำ แต่ทางโครงการไม่ได้ใส่อ่างอาบน้ำมาให้เป็นเพราะโครงการเลือกถึงความจำเป็นที่แท้จริง โดยปกติแล้วคงไม่มีใครอาบน้ำโดยใช้อ่างอาบน้ำในทุกๆวัน แต่สำหรับพื้นที่อาบน้ำ Shower เราใช้กันทุกวัน หากใส่อ่างอาบน้ำเพิ่มเข้าไปจะทำให้พื้นที่อาบน้ำมี Space ที่เล็กลงและต้องอาบน้ำในอ่างอาบน้ำซึ่งตามความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้สบาย และไม่สะดวกสำหรับการอาบน้ำด้วยซ้ำ โครงการจึงเลือกสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้สำหรับลูกบ้าน

ในส่วนของโถสุขภัณฑ์ หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงไม่ใช้ระบบอัตโนมัติ เราแอบไปถามเซลขายโครงการมาโดยให้เหตุผลว่า ข้อแรกระบบอัตโนมัติ ใช้ไม่สะดวกด้วยวัฒนธรรมของคนไทยการใช้ระบบอัตโนมัติความรับรู้พื้นฐานก็จะยังคงรู้สึกว่าไม่สะอาด ข้อที่สอง โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติส่วนใหญ่โถจะมีขนาดเล็กซึ่งทำให้นั่งไม่สบาย
โครงการเลยมองว่าจริงๆแล้วมันไม่จำเป็นที่ต้องใช้โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติก็ได้เลยเลือกแบบธรรมดาแต่ดีไซน์ให้ตอบสนองการใช้งานที่แท้จริงซึ่งเป็นผลดีมากกว่า

2 Bedroom 50.30 SQ.M.

แบบสุดท้ายคือ 2 BED ROOM ขนาด 50.30 ตารางเมตร
โครงการทำห้องตัวอย่างขนาดไซส์ 50.30 ตารางเมตรไว้ให้ดู สำหรับห้อง 2 Bed Room โครงการออกแบบโซน Living Areaให้วางทีวีได้ 2 จุด จุดแรกเหมือนห้องตัวอย่างที่วางไว้ให้ดู หรือจุดที่สองจะสลับพื้นที่ระหว่างการวางทีวี กับโซฟาก็สามารถทำได้ และจะทำให้โซฟาเข้ามุมห้องพอดี การวางในลักษณะแบบที่สองนี้จะช่วยทำให้ห้องดูเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น

พื้นที่ครัว ชั้นวางรองเท้า และชั้นเก็บของอเนกประสงค์ ได้เหมือนกับ 1 Bed Room สำหรับห้องน้ำจะมีลักษณะเหมือน 1 Bed Room Plus แต่มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นมานิดหน่อยและยังคงเข้าออกได้ 2 ช่องทางคือ จากทาง Living Area และ จากทาง ห้องนอน

ทางเข้าห้องน้ำเมื่อมองจากโซน Living Area
ทางเข้าห้องน้ำเมื่อมองจากห้อง Bed Room

ลักษณะของห้องนอนใหญ่จะเหมือนกับห้อง 1 Bed room Plus คือมีเตียง มุมใช้สอยภายในห้องนอน และตู้เสื้อผ้าลักษณะเดียวกัน แต่สำหรับห้องตัวอย่าง 2 Bed room แบบ Type F ระเบียงจะเชื่อมต่อกับห้องนอนโครงการไม่ได้ให้กระจกบานเพี้ยมเหมือน Type ที่ผ่านมา แต่ให้เป็นบานเลื่อนแทน เพราะห้องจะอยู่ด้านหลังของโครงการ ซึ่งด้านหลังของโครงการจะเป็นอพาท์เมนท์ 5 ชั้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการอยู่อาศัยจะทำให้ไม่ได้มาTake View ในโซนนี้มากสักเท่าไร หากกำลังน้อยใจว่าโครงการให้ Space ในส่วนนี้น้อยกว่าห้องอื่นหรือเปล่า โครงการก็ได้ออกแบบมุมสำหรับทำงาน หรือ Relax ซึ่งเป็นมุมที่มองออกไปจะเห็น วิวสวน Vertical High Rise Garden ของโครงการ ที่เป็นสวนแนวตั้งมีความสูงตั้งแต่ชั้น 2 – 8 เป็นมุมสำหรับการTake View และใช้พักผ่อนมองออกไปผ่านสวนสีเขียวที่ช่วยให้ผ่อนคลาย และรู้สึกถึงความปลอดโปร่ง สบาย มากยิ่งขึ้น ถือเป็นมุมพักผ่อนที่ดีและถูกใจหลายๆคนแน่นอน

พื้นที่ทำงานสามารถ Take View ของสวน Vertical High Rise Garden ที่มีความสูงตั้งแต่ชั้น 2-8

ห้องนอนเล็ก พื้นที่จริงๆสามารถวางเตียง 5 ฟุตได้ ซึ่งจะพอดีกับห้อง และยังคงเหลือพื้นที่บางส่วนให้ได้ยืนสำหรับแต่งตัว โครงการให้ตู้เสื้อผ้าที่มีการออกแบบด้วยความใส่ใจรวมถึงออปชั่นเล็กๆน้อยๆ สำหรับคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงมาเป็นอย่างดี ซึ่งทางโครงการก็ให้มาพร้อมเลย โครงการแต่งห้องไว้เป็นไอเดียด้วยการใช้เตียงเล็ก ให้ห้องดูโล่งและมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น แต่มีลูกเล่นเพิ่มเติมที่เตียงคือเลือกใช้เตียงที่สามารถดึงด้านล่างออกมาได้ก็จะทำให้ได้ที่นอน 2 ชั้น สามารถนอนได้ 2 คน อีกไอเดียหนึ่งที่ชอบที่ทางโครงการทำไว้ให้ดูคือการติดกระจกแบบเต็มบานไว้ด้านข้างตู้เสื้อผ้าทำให้ห้องดูใหญ่ขึ้นและดูไม่อึดอัด เหมือนได้พื้นที่เพิ่มขึ้นมา และยังใช้ส่องกระจกเพื่อสำรวจความเรียบร้อยก่อนออกไปใช้ชีวิตกลางเมือง

สุขุมวิท ทำเลที่เมื่อมองไปทางไหนก็รายล้อมไปด้วยอาคารสูงระฟ้า เป็นที่รู้กันดีว่าที่ดินของสุขุมวิทมีค่ามากกว่าทองคำ ยิ่งด้วยปัจจัยแวดล้อมที่ทำให้สุขุมวิทสะดวกยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องการเดินทาง การคมนาคม และการใช้ชีวิต จึงทำให้ที่อยู่อาศัยเป็นที่หมายปองของการมีชีวิตอยู่ในย่านสุขุมวิทแห่งนี้

ทำเลของการใช้ชีวิต ด้วยความสงบ ร่มรื่น และเป็นส่วนตัว เอกลักษณ์ที่บ่งบอกของ สุขุมวิท 26 ที่หลีกหนีความวุ่นวายของเมือง แต่รายล้อมไปด้วยระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ตลอดจนการเดินทางและการใช้ชีวิตในแบบฉบับของคนเมืองที่ทำให้ทุกวันยังคงมีสีสัน จึงทำให้ AMIE Sukhumvit 26 ดึงอัตลักษณ์เพื่อสะท้อนความเป็นอยู่และเข้าใจการใช้ชีวิตของคนเมือง ทำให้รู้สึกว่าการอยู่บ้านหลังที่ 2 แห่งนี้ ได้พักผ่อนเสมือนการกลับไปอยู่บ้านอย่างแท้จริง ใส่ใจในทุกรายละเอียด และเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดโดยคำนึงถึงความจำเป็นของลูกบ้านเป็นสำคัญ เติมพลังและชาร์จไฟในตัวเองก่อนเริ่มวันใหม่กับชีวิตใจกลางเมือง โครงการ AMIE Sukhumvit26 จะเปิดขายรอบ Exclusive Sale ในวันที่ 27-28 เมษายน นี้ สนใจดูข้อมูลและคลิกลงทะเบียนที่ www.amiecondo.com หรือโทรสอบถามข้อมูลที่ 092-401 5000 ทุกวันตั้งแต่ 10.00-19.00 น.