อนันดาฯ เผยความสำเร็จอีกครั้งในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งใหม่มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาทให้กับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 รุ่น คือ รุ่นอายุ 2 ปี และรุ่นอายุ 4 ปี มูลค่า 1,407.6 ล้านบาท และ 2,592.4 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายกิจการตามแผน

 

ดร. ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN  เปิดเผยว่า การเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัท อนันดา ฯ เสนอขายหุ้นกู้ครั้งใหม่มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาทให้กับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ ในการสเนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ มีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ชุดที่ 1 และมีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ชุดที่ 2

การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ได้รับกระแสตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อผลประกอบการ และฐานะการเงินที่แข็งแกร่งของอนันดาฯ ประกอบกับความเชื่อมั่นในการเติบโตอย่างต่อเนื่องและการเป็นผู้นำในตลาดคอนโดมิเนียมติดกับแนวรถไฟฟ้าของอนันดาฯ ที่เป็นปัจจัยทำให้การจำหน่ายหุ้นกู้ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ โดยสามารถระดมทุนผ่านหุ้นกู้ทั้ง 2 ชุด รวมเป็นมูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท  โดยหลังจากนี้ อนันดาฯ จะเดินหน้าขยายธุรกิจตามโครงการที่ได้วางแผนไว้ต่อไป

สำหรับหุ้นกู้ดังกล่าว เป็นหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยแบ่งออกเป็นหุ้นกู้ของบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 2/2562 ชุดที่ 1 อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.80% ต่อปี และหุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.50% ต่อปี เสนอขายให้กับผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ ระหว่างวันที่ 1 – 3 เมษายน 2562 และวันออกหุ้นกู้วันที่ 4 เมษายน 2562 โดยบริษัทได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2562 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแกร่งของบริษัทในตลาดคอนโดมิเนียม ยอดขายรอการรับรู้รายได้ที่มากขึ้น และสัดส่วนรายได้ค่าบริหารโครงการและส่วนแบ่งกำไรจากโครงการร่วมทุนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น


บริษัทฯ มีแผนเปิดโครงการใหม่ในปี 2562 จำนวน 10 โครงการ มูลค่ากว่า 38,000 ล้าบาท
เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 42 โดยเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 8 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับมิตซุย ฟูโดซัง 7 โครงการ และโครงการแนวราบ 2 โครงการ โดยตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ14 อยู่ที่ 36,000 ล้านบาท จาก 31,500 ล้านบาท ในปีก่อน และตั้งเป้ายอดโอนเติบโตที่ร้อยละ 9 จากปีก่อนอยู่ที่ 36,000 ล้านบาท โดยในปี 2562 บริษัทฯ คาดว่ามีคอนโดมิเนียมที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอน 10 โครงการเพิ่มเติมจากในปี 2561 ซึ่งมีคอนโดมิเนียมใหม่ที่สร้างแล้วเสร็จ และเริ่มโอนกว่า 10 โครงการ

ในปีนี้บริษัทฯได้กำหนดทิศทางกลยุทธ์การตลาด โดยให้ความสำคัญกับ 3 สิ่งที่สำคัญ ได้แก่
 1.กลยุทธ์การบริหารจัดการโครงสร้าง และมาตรฐานของแต่ละแบรนด์สินค้า เพื่อให้มีจุดยืนที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละเซ็กเม้นท์ได้อย่างเหมาะสม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย ที่มีความแตกต่างในด้านความสนใจ รสนิยม และ กำลังซื้อ ครอบคลุมตั้งแต่โครงการระดับพรีเมี่ยมจนถึงโครงการที่ราคาคุ้มค่า จับต้องได้ และตอบโจทย์ทุกด้านในการใช้ชีวิตผ่านแบรนด์ต่าง ๆ ทั้งที่อยู่อาศัยแนวสูงและแนวราบ อาทิ แบรนด์ Ashton (Accessible Luxury Condominium) แบรนด์ Top-Tier ของอนันดา,แบรนด์  IDEO Q ( Premium Condominium ) ,แบรนด์ IDEO MOBI (Innovative Condominium)  และแบรนด์ Artale (บ้านเดี่ยวหรู ใจกลางเมือง) , แบรนด์ Airi (บ้านเดี่ยวสมัยใหม่ สไตล์มินิมอล) , แบรนด์ Arden (ทาวน์โฮมดีไซน์โดดเด่น ทำเลเมือง) และ Atoll (บ้านเดี่ยวสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่)  เพื่อตอบโจทย์ความเป็น Urban Living Solutions ได้อย่างดีที่สุด
2.ขับเคลื่อนองค์กรและกลยุทธ์การตลาดด้วยแนวทางดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมโยงสินค้าเข้าสู่ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด พร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับกลุ่มลูกค้าในช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะช่องทางดิจิทัลที่ในปัจจุบันสามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด รวมทั้งยกระดับการทำการตลาดดิจิทัลไปสู่อีกขั้นภายใต้ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับชั้นนำ
3.กลยุทธ์การเปิดโครงการใหม่ในปีนี้ จะเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าระดับกลางจนถึงพรีเมี่ยมภายใต้แบรนด์ ไอดีโอ, ไอดีโอ คิว และ แอชตัน ซึ่งโครงการที่นำมาเปิดขายในปีนี้ ทางบริษัทฯ มั่นใจว่า จะได้รับการตอบรับที่ดีเหมือนอย่างเช่นเคย และยังมีโครงการที่มีมูลค่าโครงการสูงสุดเท่าที่อนันดาฯ เคยพัฒนามา
สำหรับโครงการที่เป็นไฮไลท์ในปีนี้ ได้แก่ โครงการ ไอดีโอ คิว พหล-สะพานควาย ตั้งอยู่ติดกับรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสะพานควาย (0 เมตร) บนที่ดินขนาด 5 ไร่  มีจำนวนห้องพักอาศัย 1,114 ห้อง มูลค่าโครงการประมาณ 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 อาคาร อาคารเอ มีจำนวนห้อง 396 ห้อง อาคารบี มีจำนวนห้อง 287 ห้อง และอาคารซี มีจำนวนห้อง 431 ห้อง ทั้งยังมีร้านค้าปลีก 5 ร้าน โดยโครงการจะเปิด Presales กลางปี 2562  และ โครงการเซอร์วิส อพาร์ทเม้นต์ ชายหาดพัทยากลางบนที่ดินราว 4 ไร่ มีจำนวนห้องพัก 324 ห้อง มูลค่าโครงการเกือบ 2,000 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายในการพัฒนาโครงการร่วมทุนเพิ่มขึ้น ด้วยมูลค่าโครงการร่วมทุนเกินกว่า 157,600 ล้านบาท ในปี 2562จากปี 2561 ที่มีมูลค่า 128,000 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาตำแหน่งผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าโครงการร่วมทุนสูงที่สุดในประเทศ