“สนข.” เร่งแก้ไขปัญหาจราจรทั้งระบบบนถนนสายหลักในเขตกทม.-ปริมณฑล

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 โครงการศึกษาการแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งระบบบนถนนสายหลักในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยมีนายสุรพงษ์ เมี้ยนมิตร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นประธานเปิดการสัมมนา พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมการสัมมนา

เนื่องจากปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล มีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้น ซึ่งจากการศึกษาทบทวนข้อมูลจุดหรือตำแหน่งที่มีปัญหาการจราจรภายใต้โครงการศึกษาจัดทำแผนเร่งด่วนในการปรับปรุงเบ็ดเสร็จบนถนนสายหลัก เมื่อปี 2556 ของ สนข. มีจำนวนทั้งสิ้น 257 จุด และในปี 2565 สนข. ได้ทำการตรวจสอบสภาพกายภาพและปัญหาการจราจรในปัจจุบัน พร้อมได้รวบรวมข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล พบว่า คงเหลือจุดที่มีปัญหาการจราจรที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และดำเนินการแล้วไม่เป็นไปตามแผน ประมาณ 120 จุด ครอบคลุมทั่วพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล

โดยมีทั้งจุดปัญหาประเภททางแยก จุดกลับรถ จุดคอขวดทางกายภาพ และป้ายหยุดรถโดยสารประจำทาง ซึ่งมีความจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาการจราจรในบริเวณดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ดังนั้น สนข. จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาการแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งระบบบนถนนสายหลักในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยมีระยะเวลาการศึกษารวม 14 เดือน (กันยายน 2565 – ตุลาคม 2566) เพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรเร่งด่วนบริเวณตำแหน่งที่มีปัญหาการจราจรติดขัด และจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลให้เป็นปัจจุบัน

รวมทั้งจัดทำแนวทางบริหารจัดการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเพื่อการขับเคลื่อนให้เกิดการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility)  ตลอดจนเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โดยการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ รวมทั้งเทคโนโลยีในการวิเคราะห์และวางแผนระบบการจราจรและขนส่งให้แก่บุคลากรของ สนข. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการที่ผ่านมา สนข. ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของการศึกษามีความคืบหน้าไปแล้วมากกว่า 50% ประกอบด้วย งานแก้ไขปัญหาจราจรในระยะเร่งด่วน โดย สนข. ได้ทบทวนการแก้ไขปัญหาจราจรตามการศึกษาโครงการงานศึกษาจัดทำแผนเร่งด่วนในการปรับปรุงเบ็ดเสร็จบนถนนสายหลัก ปี 2556 มีการตรวจสอบสภาพปัญหาจราจรและกำหนดจุดปัญหาจราจรในปัจจุบัน รวมทั้งมีการสำรวจ วิเคราะห์สภาพปัญหาจราจร และคัดเลือกจุดปัญหาจากผลคัดกรองจุดปัญหาจราจรจากแผนเร่งด่วนในการปรับปรุงเบ็ดเสร็จบนถนนสายหลัก ปี 2556 ร่วมกับการวิเคราะห์ความเร็วเฉลี่ยจากข้อมูล GPS และ CCTV ของโครงการการศึกษาจัดทำโมเดลการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการจราจรกรุงเทพฯ ที่ สนข. อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษา

โดยสามารถกำหนดจุดปัญหาจราจรระยะเร่งด่วนได้ 4 กลุ่มปัญหา รวม 127 จุดประกอบด้วย ปัญหาจราจรบริเวณทางแยก 57 จุดปัญหาคอขวดของถนน 34 จุด ปัญหาที่เกิดจากจุดกลับรถ 18 จุด และปัญหาที่เกิดบริเวณป้ายรถโดยสารประจำทาง 18 จุด

นอกจากนี้ยังมีงานจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยทบทวนแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาจราจรที่ได้เสนอต่อคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) และแผนงาน/โครงการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจราจรฯ เช่น แผนแม่บทการพัฒนาและบูรณาการโครงข่ายถนน สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และการจราจรในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล การศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในภาพรวมทั้งระบบ รวมทั้งรวบรวมแผนงาน/โครงการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 16 หน่วยงาน ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ ตำรวจจราจร และจังหวัดปริมณฑล ตลอดจนทบทวน วิเคราะห์การใช้ประโยชน์ที่ดินที่กระทบต่อการจราจร

รวมทั้งงานจัดทำแนวทางการจัดการจราจร เพื่อให้การขับเคลื่อนให้เกิดการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) โดยทบทวนการศึกษาและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางการบริหารจัดการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล การบูรณาการข้อมูลและจัดตั้งศูนย์ข้อมูลการจราจรและแนวทางบริหารจัดการข้อมูลจราจร เพื่อให้เกิดการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) ที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย การประยุกต์ใช้ Technology Smart Mobility เช่น ข้อมูลจากระบบ CCTV และข้อมูล GPS ของรถบรรทุกขนส่งสินค้า รถโดยสารประจำทาง และรถแท็กซี่ สำหรับประกอบการวิเคราะห์สภาพจราจรและรูปแบบของปัญหาการจราจรในพื้นที่วงแหวนกาญจนาภิเษก

ทั้งนี้โครงการศึกษาการแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งระบบบนถนนสายหลักในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล กำหนดให้มีการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น จำนวนทั้งสิ้น 8 ครั้ง (เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2566) ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำโครงการ ขอบเขตการดำเนินงาน ภาพรวมจุดปัญหาจราจรระยะเร่งด่วนทั้งสิ้น 127 จุด พร้อมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาจราจรระยะเร่งด่วนเบื้องต้น

สำหรับการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 ที่ สนข. จัดขึ้นในครั้งนี้ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ฝั่งเหนือ โซน 1 ประกอบด้วย จุดปัญหาจำนวน 15 จุด ในเขตพื้นที่เขตลาดพร้าว เขตหลักสี่ เขตจตุจักร เขตบางซื่อ เขตสายไหม เขตบางเขน และเขตดอนเมือง  ได้แก่ กลุ่มพื้นที่ถนนกำแพงเพชรและพระรามที่ 6 ตัดใหม่ (แยกสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ คอขวดถนนพระรามที่ 6 ตัดใหม่ อุโมงค์ทางลอดสะพานรถไฟข้าม-จุดตัดเตชะวณิช) กลุ่มพื้นที่ถนนพหลโยธิน (แยกพลาธิการ ทอ. แยกโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย แยก คปอ. จุดกลับรถหน้าตลาดสะพานใหม่)

กลุ่มพื้นที่ถนนสายไหม (แยกหน้าตลาดวงศกร แยกวัดหนองใหญ่) คอขวดถนนเพิ่มสิน (บริเวณศาลเจ้าพ่อสมบุญ) คอขวดถนนงามวงศ์วานก่อนถึงแยกบางเขน (มาจากแยกพงษ์เพชร) จุดกลับรถใต้สะพานข้ามแยกประชานุกูล จุดคอขวดทางขึ้นสะพานวัชรพล ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถนนปัญญาอินทราตัดถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก (แยกปัญญา) ป้ายรถโดยสารหน้าศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ (ถนนรามอินทรา) และแยกสุคนธสวัสดิ์

โดย สนข. จะนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากผู้เข้าร่วมสัมมนาฯ ไปพิจารณากำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรเร่งด่วนบริเวณตำแหน่งที่มีปัญหาการจราจรติดขัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการแก้ไขปัญหาการจราจรในภาพรวมของพื้นที่กรุงเทพฯรและปริมณฑลให้เป็นไปอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง