REIC เผยดัชนีความเชื่อมั่นอสังหาฯลดลง

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลประจำไตรมาส 4 /2559 ค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบัน  ในภาพรวมของตลาด มีค่าเท่ากับ 51.9 จุด ซึ่งปรับลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสที่แล้ว (ไตรมาส 3/2559) ที่ดัชนีมีค่าเท่ากับ 53.8 จุด และดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า มีค่าเท่ากับ 59.6 จุด ซึ่งปรับลดลงจากไตรมาสที่แล้ว (ไตรมาส 3/2559) ซึ่งมีค่าเท่ากับ 64.7 จุด

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC)ธนาคารอาคารสงเคราะห์  ได้เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประจำไตรมาส 4 ปี 2559 พบว่าค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบัน (Current Situation Index) ในภาพรวมของผู้ประกอบการในภาพรวมของตลาด มีค่าเท่ากับ 51.9 จุด ซึ่งยังคงมีค่าที่สูงกว่าค่ากลาง (ระดับ 50 จุด) แต่ปรับลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสที่แล้ว (ไตรมาส 3/2559) ที่ดัชนีมีค่าเท่ากับ 53.8 จุด

 

ทั้งนี้ ในภาพรวมผู้ประกอบการมีค่าความเชื่อมั่นในระดับที่ใกล้เคียงค่าดัชนีของไตรมาสก่อนหน้าในหลายด้าน แต่มีค่าดัชนีต่ำลงเล็กน้อย ประกอบด้วย ด้านผลประกอบการ ด้านการลงทุน การจ้างงาน ด้านต้นทุนการประกอบการ และด้านการเปิดโครงการใหม่ แต่ดัชนีความเชื่อมั่นด้านยอดขายมีการปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก ทั้งนี้คงเป็นผลจากการที่มาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองของรัฐบาลได้สิ้นสุดลง

 

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณากลุ่มกลุ่มผู้ประกอบการ 2 กลุ่ม คือ ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Companies) และที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Non-listed Companies) พบว่าทั้งสองกลุ่มมีระดับความเชื่อมั่นที่แตกต่างกัน โดยผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในระดับที่สูงกว่า ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

 

ดังจะเห็นได้ว่า ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันเท่ากับ 60.2 จุด ซึ่งยังคงสูงกว่าค่ากลาง (ระดับ 50 จุด) มากพอสมควร แต่ก็ได้มีการปรับลดลง 1.8 จุดจากไตรมาสก่อนหน้าที่ระดับ 62.0 จุด ขณะที่ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายกลางและรายย่อย ก็มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันลดลงในทิศทางเดียวกัน โดยลดลงเหลือเท่ากับ 43.6 จุด ซึ่งเป็นค่าดัชนีไม่ต่ำมากนักว่าค่ากลาง (ระดับ 50 จุด) โดยลดลงไป 2.1 จุดจากไตรมาสก่อนหน้าที่ระดับ 45.7 จุด

 

การปรับลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นของทั้งสองกลุ่มเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีการลดลงจากช่วงต้นปี 2559 แต่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีค่าความเชื่อมั่นด้านการลงทุนและต้นทุนการประกอบการที่เพิ่มขึ้น และมีความเชื่อมั่นเรื่องการจ้างงานที่ไม่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งแตกต่างจากผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ยังคงมีความเชื่อมั่นเรื่องยอดขายที่สูงกว่าไตรมาสที่ผ่านมาถึง 5.1 จุด และความเชื่อมั่นด้านยอดขายและด้านการเปิดโครงการใหม่ที่ใกล้เคียงกับไตรมาสที่ผ่านมา แต่มีความเชื่อมั่นด้านการลงทุน ด้านต้นทุนการประกอบการ และด้านการจ้างงานที่ลดลงพอสมควร

สำหรับดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า (Expectations Index) ประจำไตรมาส4/2559 มีค่าเท่ากับ 59.6 จุด ซึ่งปรับลดลงจากไตรมาสที่แล้ว (ไตรมาส 3/2559) ซึ่งมีค่าเท่ากับ 64.7 จุด อย่างไรก็ตามหากเปรียบเทียบกับ ค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบัน (Current Situation Index) ข้างต้น ก็อาจกล่าวได้ว่า ในภาพรวมผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้สะท้อนมุมมองที่มีความคาดหวังเชิงบวกต่อทิศทางของตลาดที่อยู่อาศัย โดยมีความคาดหวังในเชิงบวกในเกือบทุกด้าน ยกเว้นด้านต้นทุนการประกอบการ

 

หากพิจารณากลุ่มผู้ประกอบการ พบว่า ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้าเท่ากับ 62.5 จุด ซึ่งปรับลดลงมากจากระดับ 69.6 ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก็มีค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้าเท่ากับ 56.7 จุด ซึ่งปรับลดลงจากระดับ 59.8 จุด ในไตรมาสที่แล้ว สะท้อนว่าผู้ประกอบการซึ่งทั้ง 2 กลุ่มมีความคาดหวังที่ดีต่ออนาคต แต่ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ทั้งนี้ทั้ง 2 กลุ่มมีค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้าที่สูงกว่าค่ากลาง (ระดับ 50 จุด) มากพอสมควร

 

อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า (Expectations Index) กับ ค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบัน (Current Situation Index) ข้างต้น ก็อาจกล่าวได้ว่า ผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้ง 2 กลุ่มได้สะท้อนมุมมองที่มีความคาดหวังเชิงบวกต่อทิศทางของตลาดที่อยู่อาศัย โดยมีความคาดหวังในเชิงบวกในเกือบทุกด้าน ยกเว้นด้านต้นทุนการประกอบการ

 

หมายเหตุ: ในการสำรวจดังกล่าวเป็นการตอบแบบสอบถามจำนวน 168 บริษัท เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 32 บริษัท และบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 136 บริษัท โดยมีค่ากลางของดัชนีเท่ากับ 50

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง