“NOBLE”ล้างอาถรรพ์ที่ดินเพลินจิต ราคาขาย-มูลค่าพุ่งสูงลิ่วในรอบ7ปี

ปัจจุบันที่ดินย่านใจกลางเมืองโดยเฉพาะย่านชิดลม-วิทยุ-เพลินจิตนับวันจะหากซื้อได้ยากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้มีดีลซื้อขายในราคาที่สูงลิบถึง 1.91 ล้านบาท/ตารางวา ที่บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)หรือ SC ซื้อมาจากตระกูลเก่ารายหนึ่ง ที่ดินกว่า 3 ไร่  เพื่อพัฒนาโครงการ 28 Chidlom (ทเวนตี้เอท ชิดลม) อีกดีลที่เพิ่งจบไปเมื่อปลายปี2559 ที่บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เจ้าของโรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งมีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เข้าไปซื้อที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งโรงแรม “สวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ” ของตระกูล “สมบัติสิริ”บนพื้นที่ 15 ไร่ ด้วยมูลค่า 10,800  ล้านบาท และในเร็วๆนี้น่าจะมีดีลที่ใหญ่อีก 1 แปลงคือที่ดินบริเวณสถานฑูตอังกฤษ พื้นที่ 20 กว่าไร่ ที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประมูล คาดว่าราคาน่าจะสูงกว่า 2 ล้านบาท/ตารางวา

 

ส่วนที่ดินย่านเพลินจิตอีก 1 แปลงที่น่าสนใจและถือว่าเป็นตำนานคือ ที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งเดิมของ”เพลินจิตอาเขต”ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแฟชั่นและแหล่งรวมวัยรุ่นในช่วงปี 2515 ต่อมาเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปก็มีการซื้อขายเปลี่ยนมือที่ดินแปลงดังกล่าวมาถึง 4-5 ครั้ง โดยผู้ครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าวในปัจจุบันคือบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน)หรือNOBLEซึ่งเป็นการรวมที่ดิน2แปลงไว้ด้วยกันรวม9ไร่เศษ โดยแปลงแรกเป็นการซื้อต่อจากบริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด(มหาชน)ในราคา 1.2 ล้านบาท/ตารางวา ส่วนอีกแปลงเป็นการซื้อต่อจากนายตัน ภาสกรนที ในราคา 1.5 ล้านบาท/ตารางวา เพื่อพัฒนาเป็นโครงการ “โนเบิล เพลินจิต” ซึ่งปัจจุบันได้ก่อสร้างแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการลบกระแสและปรากฎการณ์ที่ดินอาถรรพ์แห่งนี้ที่ตลอดระยะเวลา 25-30ปี ยังไม่เคยมีผู้ครอบครองที่ดินรายใดประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการบนที่ดินแปลงดังกล่าว แต่โนเบิลฯสามารถทำได้สำเร็จ

 

 

7ปีราคาขายพุ่งสูง2.7แสนบาท/ตารางเมตร

 

นายกิตติ ธนากิจอำนวย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท  โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน)หรือ NOBLE เปิดเผยว่า การที่บริษัทสามารถพัฒนาโครงการ “โนเบิล เพลินจิต”จนแล้วเสร็จเพราะมีทีมงานที่เป็นมืออาชีพ และด้วยประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการอสังหาฯมายาวนานทำให้มั่นใจว่าสามารถดำเนินการได้ ซึ่งโครงการดังกล่าวถือว่าเป็นบทพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี โดยเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา เปิดขายโครงการครั้งแรกในราคา 140,000 บาท/ตารางเมตร หรือ7 ล้านบาทขึ้นไป/ยูนิต มูลค่าโครงการ 14,000 ล้านบาท ปัจจุบันปรับราคาขายขึ้นมาสูงถึง 270,000 บาท/ตารางเมตร หรือราคา 12.9 ล้านบาท/ยูนิต และมีมูลค่าโครงการเพิ่มขึ้นมาที่ 18,000 ล้านบาท

 

โครงการ “โนเบิล เพลินจิต”เป็นคอนโดฯทั้งหมด 4 อาคาร โดยอาคารA สูง 14 ชั้น อาคารB สูง 51 ชั้น อาคารCสูง 45 ชั้น และอาคารDสูง 25 เมตร พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 44-178 ตารางเมตร ราคา 12.9-30 ล้านบาท จำนวน 1,444 ยูนิต โดยปัจจุบันมียอดขายแล้ว 60% โดยส่วนที่เหลืออีก 40% บริษัทฯจะทยอยขายส่วนที่เหลือให้หมด แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะมีความต้องการซื้อมากหรือน้อยเพียงใด จึงไม่สามารถตอบได้ว่าจะปิดการขายได้ในปีนี้หรือไม่  ทั้งนี้ได้เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ปัจจุบันโอนไปแล้วประมาณ 40%

 

ปรับกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าต่างชาติ

 

คุณศิระ อุดล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ NOBLE กล่าวว่า กลยุทธ์การขายในปีนี้บริษัทฯจะรุกขยายฐานกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนไม่ถึง 10% โดยบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาซื้อโครงการของบริษัทฯ ก่อนที่จะนำโครงการไปเดินสายโรดโชว์ในต่างประเทศ จากที่ผ่านมาไม่เคยนำโครงการของบริษัทไปโรดโชว์ในต่างประเทศ และไม่มีการตั้งเอเยนซี่ขายให้กับลูกค้าชาวต่างชาติมาก่อน ซึ่งที่ผ่านลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาซื้อโครงการจะเป็นการซื้อด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่เป็นชาวไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ และจีน จากปัจจุบันที่กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนไทยถึงกว่า 90% คาดว่าหลังจากที่เริ่มมีการโรดโชว์จะมีฐานลูกค้าต่างชาติเพิ่มมากขึ้นกว่า 10%

 

อย่างไรก็ตามแผนการพัฒนาโครงการในปี2560 นี้ เบื้องต้นบริษัทวางแผนการเปิดโครงการใหม่มากกว่า 2 โครงการ จากปีก่อนที่เปิดโครงการทั้งหมด 1-2 โครงการ ซึ่งบริษัทมองภาพรวมตลาดคอยโดมิเนียมในปีนี้ว่ามีโอกาสขยายตัวขึ้นจากปีก่อนที่มีการชะลอตัว เพราะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ประกอบกับความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมูลค่าที่ดินที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ลูกค้ามีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยก่อนที่ราคาจะวิ่งขึ้นไปสูงมาก ซึ่งทำเลที่ยังมีความโดดเด่นในปีนี้มองว่ายังเป็นทำเลในกรุงเทพฯชั้นในที่มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม เพราะเป็นทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและการคมนาคมที่เพียบพร้อม

 

“แนวทางการพัฒนาโครงการของบริษัทฯในปีนี้ ยังเน้นกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง-บน เป็นหลัก เพราะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในเรื่องการกู้ยืมสินเชื่อน้อยกว่าลุ่มลูกค้าระดับล่าง โดยปัจจุบันลูกค้าของบริษัทฯไม่มีการถูกปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินเลย  เพราะที่ผ่านมาจะให้ลูกค้าวางเงินดาวน์ 20% ของราคาขาย ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการขอสินเชื่อของลูกค้า” คุณศิระ กล่าวในที่สุด

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.noblehome.com/condominium/ploenchit/th/home  

#nobleploenchit #centerofuniverse #ploenchitluxurycondo #luxurycondo #งานแถลงข่าวโนเบิล

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง