รถไฟฟ้าสายสีชมพู-ส้มเสริมศักยภาพที่อยู่อาศัยย่านมีนบุรี ราคาที่ดินพุ่งสูงปีละ10-20%

จากผลการสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยย่านมีนบุรีช่วงบางชัน-คันนายาว ของบริษัท บาเนีย(ประเทศไทย)จำกัด ให้บริการระบบค้นหาที่อยู่อาศัยผ่านเว็บไซต์ Baania.com และบริการข้อมูลการตลาดอสังหาริมทรัพย์ด้วย big data analytic พบว่าย่านมีนบุรีซึ่งอยู่ในเขตกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก ซึ่งถือว่าค่อนข้างห่างจากกรุงเทพฯชั้นในอยู่พอสมควร แต่ล่าสุดรัฐบาลได้อนุมัติการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า 2 สาย ได้แก่ สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2564 และสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) กำหนดเปิดให้บริการในปี 2567 โดยรถไฟฟ้าทั้ง 2 เส้นทางนี้จะเชื่อมโยงการเดินทางจากกรุงเทพฯฝั่งตะวันออกเข้าสู่เมืองได้สะดวกยิ่งขึ้นและเป็นปัจจัยบวกที่จะทำให้โครงการที่อยู่อาศัยในย่านมีนบุรีน่าจับตามองขึ้นอย่างมาก จึงมีความเป็นไปได้อย่างสูงที่ในอนาคตย่านมีนบุรีนี้จะกลายเป็นทางเลือกสำหรับการหาพื้นที่พักอาศัยของคนกรุงที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายจากในเมือง

 

ดังนั้นย่านมีนบุรีช่วงบางชัน-คันนายาวถือเป็นพื้นที่น่าจับตามองอีกแห่ง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ในแนวเขตรถไฟฟ้าทั้ง 2สาย และมีจุดตัดที่บริเวณสถานีมีนบุรี โดยแนวเส้นถนนตั้งแต่ทางพิเศษกาญจนาภิเษกตัดกับถนนรามคำแหงและถนนหทัยราษฏร์ พบว่าปัจจุบันที่อยู่อาศัยย่านมีนบุรีในพื้นที่บางชัน-คันนายาว ประกอบไปด้วยโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ ได้แก่ โครงการบ้านและทาวน์โฮมจำนวนทั้งสิ้น 127 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการที่ยังเปิดขายจำนวน 40 โครงการ

 

 

รถไฟฟ้า2สายช่วยดึงกำลังซื้อตลาดแนวราบอนาคต

นางสาวอัญชนา วัลลิภากร ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บาเนีย (ประเทศไทย) จำกัด  เปิดเผยว่า ปัจจุบันที่อยู่อาศัยในพื้นที่ย่านบางชัน-คันนายาว ที่มีราคาสูงสุด 3 อันดับแรกล้วนเป็นบริเวณที่ติดกับทางพิเศษกาญจนาภิเษกทั้งสิ้น สำหรับพื้นที่หมายเลข 1 ติดกับถนนรามอินทราฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯชั้นใน ทำให้มีราคากลางของโครงการที่อยู่อาศัยสูงถึง 5.84 ล้านบาท และมีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรอยู่ที่ 19,140 บาท สูงกว่าโครงการในพื้นที่หมายเลข 6 ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของถนนอยู่มาก โดยมีราคากลางสูงกว่าถึง 1.9 เท่า และราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรสูงกว่าถึง 2.3 เท่า

 

สำหรับพื้นที่หมายเลข 2 ที่มีทั้งสถานบริการสุขภาพอย่าง โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี อีกทั้งเดินทางสะดวกด้วยถนนรามอินทรา ทำให้ราคากลางที่อยู่อาศัยอยู่ที่ 4.77 ล้านบาท และราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรอยู่ที่ 16,850 บาท/ตารางเมตร ส่วนโครงการในพื้นที่หมายเลข 3 ราคากลางที่อยู่อาศัยอยู่ที่ 4.41 ล้านบาท และราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรที่สูงกว่าพื้นที่หมายเลข 2 เล็กน้อยที่ 23,040 บาท/ตารางเมตร

 

“ภาพรวมการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ (บ้านและทาวน์โฮม) ในพื้นที่ย่านมีนบุรี ช่วงบางชัน-คันนายาว มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นตามแนวถนนสายหลักในพื้นที่ เนื่องจากปัจจุบันในพื้นที่ยังคงไม่มีระบบขนส่งมวลชนทางราง ทำให้คนในพื้นที่ต้องพึ่งพาการเดินทางทางถนนเป็นหลัก แต่ในอนาคตเมื่อมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าแล้วเสร็จ จะมีโครงการที่เกิดขึ้นตามแนวรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก”นางสาวอัญชนา กล่าว

 

ทั้งนี้จากข้อมูลราคาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบย่านมีนบุรีช่วงบางชัน-คันนายาวจะพบว่า ค่ากลางราคาขายของโครงการในพื้นที่นี้มีแนวโน้มการเติบโตเฉลี่ย 0.54% ต่อปี เนื่องจากมีโครงการใหม่ในพื้นที่ที่มีราคากลางต่ำกว่าราคาเฉลี่ยเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคากลางของโครงการบ้านและทาวน์โฮมจะแปรผันไปตามโครงการใหม่ที่เกิดขึ้น แต่ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรอยู่ที่ 24,105 บาท/ตารางเมตร และมีการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 1.48% ต่อปี

 

“ย่านมีนบุรี ช่วงบางชัน-คันนายาว เป็นอีกทำเลที่สามารถรองรับการอยู่อาศัยของคนในกรุงเทพฯและปริมณฑล เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีถนนสายหลักเชื่อมต่อเข้าเมืองได้สะดวกอยู่แล้ว ในอนาคตเมื่อรถไฟฟ้าทั้งสายสีชมพูและส้มเปิดให้บริการจะยิ่งเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้นจากการเดินทางเข้าออกเมืองได้สะดวกรวดเร็ว ในขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยมีให้เลือกหลากหลายในหลายระดับราคา โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ส่วนคอนโดมิเนียมจะมีจำนวนมากขึ้นตามแนวสถานีรถไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานีมีนบุรีซึ่งเป็นจุดตัดของรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย พื้นที่ในบริเวณดังกล่าวถูกกำหนดให้เป็นศูนย์ชุมชนชานเมืองในอนาคต”นางสาวอัญชนา กล่าวในที่สุด

 

 

ที่ดินแนวสายสีส้มพุ่งสูงปีละ10-20%

ด้านนายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF กล่าวว่า บริษัทถือว่าเป็นผู้ประกอบการรายแรกๆที่เข้าไปพัฒนาโครงการทำเลตั้งแต่รามคำแหง-มีนบุรี เมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา พัฒนารวมแล้วกว่า 1,000 ไร่ ซึ่งปัจจุบันพัฒนาจนเกือบหมดแล้ว ขณะนี้มีโครงการที่อยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีส้ม คือ 1.เดอะ เมทโทร รามคำแหง-วงแหวน มูลค่าโครงการ 767 ล้านบาท ,2.เพอร์เฟค เพลส รามคำแหง – สุวรรณภูมิ มูลค่าโครงการ 2,100 ล้านบาท 3.เพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ รามคำแหง – สุวรรณภูมิ มูลค่าโครงการ 2,324 ล้านบาท 4.เพอร์เฟค พาร์ค สุวรรณภูมิ มูลค่าโครงการ 3,187 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ที่ดินที่พัฒนาก็เริ่มเหลือน้อยแล้ว และหลังจากที่ภาครัฐประกาศสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่งผลให้ราคาที่ดินในซอยพุ่งสูงไปถึง 7-10 ล้านบาท/ไร่ ขณะที่ที่ดินริมถนนใหญ่มีการปรับขึ้น 10-20%ทุกปี และส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาโครงการแนวราบ โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว แต่ซัพพลายไม่มากนัก เนื่องจากไม่ค่อยมีที่ดินให้เหลือพัฒนา หากจะพัฒนาต้องเป็นทำเลที่เลยมีนบุรีขึ้นไป

 

“คาดว่าเมื่อรถไฟฟ้าสายสีส้มก่อสร้างแล้วเสร็จ จะมีผู้โดยสารใช้บริการมากกว่าสายสีม่วง เนื่องจากเป็นขบวนรถที่วิ่งตรงเข้าตัวเมือง แต่ราคาที่ดินก็พุ่งสูงรุนแรง และขายดีกว่าโครงการในโซนตะวันตก เพราะดีมานด์มีอำนาจซื้อมากกว่า”นายวงศกรณ์ กล่าวในที่สุด

 

 

อานิสงส์รถไฟฟ้าสีชมพูลูกค้าเข้าชมโครงการเพิ่ม-ปิดขายเร็ว

ขณะที่นายธารินทร์ บวรวนิชยกูร  กรรมการ บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบภายใต้แบรนด์ เบล็สทาวน์ (Bless Town) และเบล็ส วิลล์ (Bless Ville) กล่าวว่า บริษัทมีแนวราบ 2 โครงการที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู คือ “เบล็ส ทาวน์ รามอินทรา-เกษตร-นวมินทร์ มูลค่าโครงการประมาณ 420 ล้านบาท  และเบล็ส วิลล์ รามอินทรา117-เจริญพัฒนา ซอย8 มูลค่าโครงการประมาณ 250 ล้านบาท โดยก่อนที่ภาครัฐจะประกาศสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ราคาที่ดินก็ปรับขึ้นรอไปล่วงหน้าแล้ว คือขึ้นจากราคาเดิมมาประมาณ 20% หรือไร่ละประมาณ 10 ล้านบาทขึ้นไป จากเดิมอยู่ที่  6-7 ล้านบาทแล้วแต่ทำเล ทำให้โครงการที่บริษัทเปิดขายอยู่ได้รับอานิสงส์ด้วย โดยมาลูกค้าเข้าเยี่ยมชมโครงการมากขึ้น รวมไปถึงปิดการขายได้เร็วมาขึ้นด้วย เชื่อว่ากว่ารถไฟฟ้าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2-3 ปี ราคาที่ดินคงปรับขึ้นไปอีกปีละประมาณ 10%  ทำให้หาซื้อที่ดินได้ยากขึ้น ซึ่งในส่วนของบริษัทก็ปรับแผนด้วยการย้ายไปพัฒนาโครงการในโซนลำลูกกาและบางนามากขึ้น

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง