“กลุ่มเฌอร่า”เชื่อครึ่งปีหลัง61ตลาดวัสดุโตตามการลงทุนภาครัฐ ล่าสุดเปิดตัว2ผลิตภัณฑ์ใหม่-เตรียมขยายฐานตลาดเอเชีย

กลุ่มเฌอร่าเผยภาพรวมตลาดวัสดุทดแทนไม้ยังไม่ฟื้นตัวตามคาดการณ์ เชื่อหลังภาครัฐมีความชัดเจนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและEECส่งผลความต้องการใช้วัสดุเพิ่มขึ้น  ล่าสุดเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ เฌอร่า ชายน์ไลน์ และเฌอร่าชีดาร์ เชค สีเมโทร เกรย์ ทั้งเตรียมขยายฐานส่งออกตลาดเอเชียเพิ่ม ตั้งเป้ายอดขายปีนี้โต 10%

 

 

นายประกรณ์ เมฆจำเริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฌอร่า จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึง ภาพรวมตลาดวัสดุทดแทนไม้ในประเทศ ตั้งแต่ปี 2560ที่ผ่านมาต่อเนื่องมาในช่วง 3 เดือนแรก 2561 ว่าตลาดยังไม่เติบโตตามที่คาดการณ์ ผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นไม่เต็มที่ และโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ของรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจน แต่คาดว่าช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มเห็นการลงทุนออกมามากขึ้น รวมทั้งการเดินหน้าโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) จะส่งผลดีต่อตลาดวัสดุจากความต้องการใช้วัสดุที่มากขึ้น โดยวัตถุดิบของวัสดุก่อสร้างบางประเภทเริ่มเห็นการขยับราคาขึ้นบ้าง แต่ราคาวัสดุก่อสร้างยังไม่ขยับขึ้น จากการแข่งขันสูงในตลาด ขณะที่ตลาดวัสดุส่งออกยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีการขยายสัดส่วนการส่งออกมากขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยงด้านยอดขาย คาดว่าจะมียอดขายจากการส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดหลักของบริษัทยังเป็นบ้านแนวราบ สัดส่วน 70-80%  และได้มีการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฟเบอร์ซีเมนต์ เช่น พื้น วัสดุตกแต่ง ซึ่งสามารถนำมาใช้กับคอนโดมิเนียมได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มยอดขายได้ นอกจากนี้ ได้มีการเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน “สถาปนิก’61” คือ 1. เฌอร่า ชายน์ไลน์ ไม้ระแนงและไม้รั้ว ที่พิเศษด้วยการเคลือบเงา เพิ่มความแวววาว สวยงาม และสีที่คงทน ให้ไม้ไฉไลยาวนานไม่เปลี่ยนแปลง ขนาดความยาว 3 เมตร/แผ่น ราคา 70-100 บาท/แผ่น  และ 2.เฌอร่าชีดาร์ เชค สีเมโทร เกรย์ หลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์เสมือนหลังคาไม้สนซีดาร์ แต่มีอายุการใช้งานยาวนานและดูแลรักษาง่ายกว่า โดยเฉดสีใหม่อย่างสีเทาเมโทรเกรย์ สะท้อนความสุขุม เสน่ห์ และความโมเดิร์นของกลิ่นอายเมืองใหญ่  ขนาดตั้งแต่ 4-8 นิ้ว ราคา 900-1,000 บาท/ตารางเมตร  ซึ่งเทรนด์วัสดุทดแทนไม้ยังได้รับการตอบรับดีจากกระแสรักษ์โลก

 

ในส่วนของบริษัทฯในปีนี้ คาดว่ายอดขายทั้ง ผลิตภัณฑ์ไม้ หลังคา และกระเบื้อง จะเติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีอัตราการเติบโต 5-7%  แบ่งเป็นเป็นในประเทศ 75% และต่างประเทศ 25% ขณะนี้มีการส่งออกกว่า 40 ประเทศ ทั้งใน เอเชีย แอฟริกา และยุโรป และปีนี้มีแผนจะขยายการส่งออกมากขึ้นในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมา เวียดนาม อินเดีย ปากีสถาน และศรีลังกา เป็นต้น

 

สำหรับช่องทางการจำหน่ายแบ่งเป็น 3 ช่องทางหลักคือ ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง สัดส่วน 70% ,โมเดิร์นเทรด 20% และลูกค้าโครงการ 10% และในปีนี้จะคงสัดส่วนทั้ง 3 ช่องทางไว้เท่าเดิม คาดว่าสัดส่วนยอดขายจากการส่งออกในอนาคต 3 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 35%

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง