คอนโดใหม่จากแสนสิริกับ “ความคุ้มค่าในการลงทุน”…ที่คุณไม่ควรพลาด

พัทยาน่าลงทุนจริงหรือไม่ หรือแค่คำโฆษณาชวนเชื่อของเหล่าบริษัทพัฒนาอสังหาฯ?

หลากหลายคำถามจากเหล่านักลงทุนที่ไม่เคยลงทุนคอนโดในพัทยา แต่เขาเหล่านั้นกลับพลาดโอกาสจากปีที่ผ่านๆ มา เพราะพัทยาคืออีกหนึ่งทำเลที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

ช่วงปีที่ผ่านมาเราต่างได้ยินถึงข่าว EEC : Eastern Economic Corridor หรือ โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก ซึ่งมีการลงทุนใน 4 กลุ่ม คือ (1) โครงสร้างพื้นฐาน (2) อุตสาหกรรมเป้าหมาย (3) การท่องเที่ยว และ (4) การสร้างเมืองใหม่ ใน 3 จังหวัดได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยมี 5 โครงการหลัก คือ

(1) โครงการท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เป็นการเพิ่มขีดความสามารถของท่าเรือเพื่อรองรับ ความต้องการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

(2) โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งตอนนี้เปิดใช้แล้ว มีเส้นทางบินภายในประเทศ รวมถึงระหว่างประเทศ เช่น จีน มาเลเซีย สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 10 ล้านคน รวมทั้งจะเป็นศูนย์พัฒนาบุคลากรด้านการบินและศูนย์การซ่อมบำรุงอากาศยานที่สำคัญสุดของอาเซียน

(3) โครงการพัฒนาท่าเรือจุกเสม็ดที่สัตหีบ ให้เป็นท่าเรือที่สามารถรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่และเรือ Ferry ที่จะเชื่อมโยงภาคตะวันออกของไทยไปยังหัวหิน ชะอำในเวลา 1 ชั่วโมงเศษ และเชื่อมโยงไปยังกรุงเทพ

(4) การสร้างรถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง ที่จะเชื่อมระยอง และท่าเรือแหลมฉบังเข้ากับกรุงเทพ และภาคส่วนอื่นๆ ของประเทศ มูลค่าการลงทุนประมาณ 6.5 พันล้านดอลลาร์

(5) การสร้างทางหลวงต่างๆ ก่อสร้างมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง: กรุงเทพ-ชลบุรี, พัทยา-มาบตาพุด, แหลมฉบัง-นครราชสีมา ซึ่งในส่วนของเส้นกรุงเทพ-ชลบุรีนั้นแล้วเสร็จไปเมื่อปี 2017

รวมเงินลงทุนในโครงการ EEC กว่า 1.5 ล้านล้านบาท

และแน่นอนว่าเหล่าบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ต่างชูโรงเรื่องนี้เป็นจุดขายของโครงการคอนโดมิเนียมต่างๆ ไล่มาตั้งแต่ศรีราชา พัทยา จนถึงระยอง เราไม่ปฏิเสธว่า EEC  ส่งผลดีแบบเหมารวมต่อเศรษฐกิจและความเจริญของทั้ง 3 จังหวัดนี้ แต่ในแง่ของการลงทุนอสังหาฯ นั้นกลับมีรายละเอียดและปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อความคุ้มค่าในการลงทุนมากกว่านั้น

โดยจากประสบการณ์การลงทุนเองและดูแลลูกค้านักลงทุนมาหลายปี สามารถพูดได้เลยว่า พัทยาถือเป็นทำเลที่ลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนที่ดีจริงๆ เพราะไม่ใช่แค่ EEC ที่มาสนับสนุน แต่ในความเป็นจริงพัทยาเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการลงทุนมานานแล้ว ด้วยลักษณะการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองแห่ง Event ระดับโลก เป็น World Destination ที่คนทั่วโลกต่างมุ่งหมายจะมาพักผ่อนในวันหยุด รวมถึงเป็น Retirement home ของเหล่าผู้สูงอายุชาวต่างชาติ จึงส่งผลให้เป็นแหล่งลงทุนอสังหาฯ ที่ให้ผลตอบแทนในการลงทุนสูงกว่าในกรุงเทพฯ เสียอีก

นอกจากนี้เมืองพัทยายังรายล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั้งใน 3 จังหวัด EEC ซึ่งแปลว่าจะมีเหล่าแรงงานทั้งคนไทยและต่างชาติเข้ามาทำงานเป็นจำนวนมหาศาล ข้อได้เปรียบของพัทยา คือ มีความใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ ทั้งในด้านควมเป็นอยู่ และสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงตัวเลือกในเรื่องที่พักอาศัยมีมากกว่าศรีราชา ฉะเชิงเทรา และระยอง

สำหรับเหล่านายทุนเงินหนา หรือนักลงทุนมืออาชีพอาจมองขาดในทำเลที่มีโครงการ ECC พัฒนา เพราะต่างเก็บเกี่ยวซื้อที่ดินไว้ จนมูลค่าขึ้นหลายเท่าในปีที่ผ่านมา แต่สำหรับนักลงทุนมือใหม่ หรือใครที่คิดจะลงทุนในพัทยาเป็นสินทรัพย์แรก จะลงทุนยังไงให้ปลอดภัย เชื่อใจได้ว่าผลตอบแทนเป็นตัวเลขจริงไม่ปรุงแต่งให้เป็นเพียงตัวเลขสวยงามล่อใจ

“คอนโดมิเนียม” ถือเป็นตัวเลือกอสังหาฯ ที่ดีในการลงทุน เพราะ 5 เหตุผลหลักๆ คือ

  1. Potential ศักยภาพของทำเล ส่วนใหญ่คอนโดจะอยู่ในทำเลในเมือง ใกล้แหล่งทำงาน ห้างสรรพสินค้า เดินทางสะดวก เป็นแหล่งชุมชน ทำให้ปล่อยเช่าง่าย ราคาเพิ่มขึ้นตลอด
  2. Data Analysis คอนโดสามารถหาข้อมูลราคาขาย ราคาเช่า ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ สามารถเปรียบเทียบราคาและข้อมูลอื่นๆได้ง่าย
  3. Leverage มีตัวช่วยในเรื่องของการลงทุน คอนโดมิเนียมสามารถใช้เครดิตในการกู้เงินได้ โครงการใหม่ส่วนใหญ่สามารถกู้ได้ถึง 100% ของราคาซื้อขาย หรือมือสองกู้ได้ 80-90%ทำให้คนที่ไม่มีเงินสด แต่มีเครดิตที่ดีสามารถกู้เงินมาลงทุนได้ โดยต้องเลือกคอนโดที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยธนาคาร
  4. ROI ผลตอบแทนในการลงทุนคอนโดสามารถได้ผลตอบแทนระหว่างถือครองกรรมสิทธิ์ได้โดยการปล่อยเช่า 5-8%ต่อปี และเมื่อขายยังสามารถทำกำไรได้จาก Capital Gain จากราคาคอนโดที่่ปรับสูงขึ้นได้
  5. Liquidity ถึงแม้สภาพคล่องของอสังหาฯจะไม่ดีเท่ากับการลงทุนอย่างอื่น เช่น ทองคำ หุ้น แต่สำหรับคอนโดถือเป็นทรัพย์ที่ซื้อง่ายขายคล่องมากกว่าอสังหาฯอย่างอื่น อีกทั้งเป็นอสังหาฯริมทรัพย์ที่ต่างชาติ สามารถซื้อได้ด้วยค่ะ

Investment Success Story ตัวอย่างของการลงทุนคอนโดในพัทยาที่ประสบความสำเร็จคงหนีไม่พ้นโครงการ The Base Central Pattaya โครงการที่สองของแสนสิริในพัทยา (โครงการแรก คือบ้านปลายหาด) ที่ถือเป็นโครงการที่ได้รับความนิยมในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการซื้อขายมีการเปลี่ยนมือซื้อขาย ทั้งคนไทยและต่างชาติตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนต่างชาติเต็มโควต้า 49% ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นชาวจีน และราคาซื้อขายปรับตัวสูงขึ้นถึง 5-7% ต่อปี

 

ในส่วนของการปล่อยเช่านั้นเต็มตลอดทั้งปีไม่ว่าจะ Low-High Season มีเพียงค่าเช่าที่แตกต่างกัน โดยที่ Rental Yield เฉลี่ยอยู่ที่ 7-11% ขึ้นอยู่กับระยะเวลาหรือสัญญาเช่าด้วย โดยจะมีการปล่อยเช่าตั้งแต่ 1 เดือน จนถึงเช่าแบบรายปี

เช่น ห้องขนาด 29 ตารางเมตร ปล่อยเช่าระยะสั้นที่ราคา 20,000-25,000 บาทต่อเดือน ปล่อยเช่าระยะยาวที่ราคา 18,000 บาทต่อเดือน ราคาซื้อขายช่วง Presale ปี 2013 ราคาอยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านบาท (ตึกเสร็จปี 2016) ส่วนราคาขายตอนนี้ห้อง Size นี้อยู่ที่ราคาประมาณ 3 -3.4 ล้านบาท แล้วแต่วิวและการตกแต่งห้อง ซึ่งตัวเลขทั้งหมดนี้คือตัวเลขที่มาจากตัวอย่างจริง จะเห็นได้ว่าได้ผลตอบแทนที่ดีทั้งการเช่าและการขายต่อเลยทีเดียว

ส่วนกลุ่มผู้เช่าโครงการนี้นั้นมีหลากหลายมากทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยุโรป อังกฤษ ออสเตรเลีย หรือแม้กระทั้งชาวเอเชียอย่างจีน ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น รวมถึง EXPAT ต่างชาติและคนไทยที่ทำงานในพัทยา

ล่าสุดแสนสิริเองได้เปิดตัวโครงการใหม่ โครงการที่ 3 ในพัทยาอย่าง EDGE Central Pattaya ที่กำลังจะเปิดขาย 19-20 พฤษภาคมนี้ที่กรุงเทพ และ 26-27 พ.ค.นี้ที่พัทยา ซึ่งตั้งอยู่ติดกับคอนโด The Base Central Pattaya และถือเป็นคอนโดแนวคิดใหม่ที่รวมความคุ้มค่าในการลงทุนและในการซื้อเป็นที่พักตากอากาศเข้าไว้ด้วยกัน ด้วย Concept การสร้างคอนโดที่จัดเต็มไปด้วยความหรูหราแบบโรงแรม และสิ่งอำนวยความสะดวกแบบ Club Lounge ให้ผู้พักอาศัยได้พักผ่อน และ Enjoy Life, Enjoy Vacation ไปกับส่วนกลางที่ทำให้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี้ได้ทั้งวัน มาดูข้อมูลโครงการ EDGE Central Pattaya กันก่อนค่ะ

Location                :              พัทยาสายสอง (พัทยากลาง) ติดกับ The Base Central Pattaya
Land Area             :              2 ไร่ (โดยประมาณ)
Building :              อาคารที่อยู่อาศัย 1 อาคาร 31 ชั้น

Total Unit               :              603 Unit
Parking Lots          :              114 คัน (ประมาณ 18.93%)
Facility                   :               Semi-Outdoor Lobby, Indoor Lobby Lounge, Sky Lounge, Champagne-gold infinity

pool, Fitness, Social Room, Hot Party Pool, Sunset Terrace, Steam & Sauna (Male and Female)

 

Unit Size (SQ.M)
1 Bedroom-S                       :              26.00-27.50 TYPE 1A

1 Bedroom-M                       :              29.75-30.75 TYPE 1B,1C

1 Bedroom-L                        :              32.75-33.50 TYPE D

2 Bedroom 1 Bathroom       :              48.25-48.50 TYPE 2A

2 Bedroom 2 Bathroom       :              60.00 – 60.25 TYPE 2B

วิเคราะห์ในส่วนของทำเล เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลงทุน แน่นอนว่าจุดขายเรื่อง EEC ถูกใช้เกือบทุกโครงการในพื้นที่ในพัทยาต่างๆ ซึ่งในความเป็นจริงต้องเข้าใจทำเลการลงทุนให้มากกว่านั้น ก่อนอื่นขออธิบายโซนต่างๆ ในพัทยาที่มีการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ดังนี้

โซนวงอมาตย์(พัทยาเหนือนาเกลือ) จะมีคอนโดมิเนียมใหม่ที่อยู่ติดทะเลหรือฝั่งใกล้ทะเลระดับราคาอยู่ที่ประมาณ 100,000-160,000 บาทต่อตารางเมตร เหมาะกับการพักอาศัยระยะยาว ผู้เช่าจะเป็นชาวต่างชาติที่บริษัทออกค่าเช่าให้ นิยมเช่า 2 ห้องนอน และรองลงมาเป็น 1 ห้องนอนขนาดใหญ่ กลุ่มผู้เช่าจะต้องมีรถส่วนตัวเพราะโซนนี้ไม่มีรถสองแถวผ่านในโซนใกล้หาด

โซนหาดพัทยา (พัทยาเหนือกลางพัทยาใต้) ในโซนนี้คอนโดที่ติดหาดตรงถนนเลียบหาดจะเป็นคอนโดเก่า ส่วนมากจะเป็นโรงแรม ห้างสรรพสินค้า หรืออาคารพาณิชย์มากกว่า โซนที่น่าลงทุนจะอยู่ในโซนสาย 2 แถวพัทยากลางเพราะเป็นทำเลที่เดินลงหาดพัทยาได้ ใกล้ห้างใหญ่ๆ อย่าง Central Festival Pattaya Beach ซึ่งมีโรงแรม Hilton อยู่ในอาคารเดียวกัน จุดนี้ถือเป็นจุดศูนย์กลางความเจริญของเมืองของพัทยาเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมี Pattaya Avenue ( Major), Central Marina  และ Terminal21 ที่จะเสร็จประมาณปลายปีนี้  รวมถึงใกล้ท่าเรือแหลมบาลีฮายที่ไปเกาะล้าน และที่เที่ยวอย่าง Walking street อีกด้วย

โซนนี้จะมีทั้งนักท่องเที่ยวที่นิยมอยู่แบบ Long Stay 1-3 เดือน และกลุ่ม EXPAT ที่อายุไม่มากที่มาทำงานในระยองหรือศรีราชา เป็นโซนที่มี Demand ทั้งซื้อและเช่าคอนโดสูง

โซนเขาพระตำหนัก เป็นอีกโซนหนึ่งที่มีคอนโดมิเนียมเป็นจำนวนมาก ทั้ง Low rise และ Hight rise ส่วนใหญ่เป็น Local Developer หรือ Developer ชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เพิ่งสร้างไม่กี่โครงการและพัฒนาโครงการเฉพาะในพัทยา โซนนี้จะเป็นที่พักอาศัยและโรงแรม เป็นที่นิยมของชาวรัสเซียที่มาท่องเที่ยวและอยู่อาศัยแบบระยะยาว

โซนจอมเทียน เป็นโซนที่คนไทยคุ้นเคย เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวของคนไทยมากกว่าหาดพัทยา โซนนี้ยังมีที่ดินว่างรอการพัฒนาอีกมาก คอนโดมิเนียมมีระดับ Economy จนถึง Luxury แต่ยังว่างเหลือขายมากกว่าโซนอื่นๆ เพราะ Supply ขึ้นมาในช่วง 2-3 ปีที่แล้วเน้นกลุ่มลูกค้ารัสเซีย พอรัสเซียได้รับผลกระทบจากค่าเงิน จึงทำให้มีลูกค้าทิ้งเงินจองไม่โอนกรรมสิทธิ์ รวมถึงขายคอนโดที่มีในราคาต่ำกว่าราคาตลาด รวมถึงการปล่อยเช่าจะปล่อยเช่าได้สำหรับนักท่องเที่ยวระยะ 1-3 เดือนมากกว่า

โซนบางเสร่ เป็นโซนใหม่ที่มีคอนโดมิเนียนมและโรมแรมเกิดขึ้นหลายแห่งในช่วงปีที่ผ่านมา เพราะเป็นหาดที่ยังมีที่ดินติดทะเลต้นทุนไม่สูงมากอยู่ ทำให้สามารถพัฒนาโครงการใหม่ๆที่ราคาไม่สูงมาก ในระดับราคา 1.5-3 ล้านบาทได้ แต่โซนนี้เหมาะกับการซื้ออยู่เพื่อเป็นที่พักตากอากาศมากกว่าการลงทุน เพราะจะไกลจากตัวเมือง หรือบางโครงการจะใช้วิธีการการันตีค่าเช่าแล้วให้แบรนด์โรงแรมบริหารการเช่า

จากที่กล่าวรายละเอียดแต่ละโซนมาแล้วนั้น หากพิจารณาเปรียบเทียบการลงทุนแต่ละโซนจะพบว่าในทำเลของพัทยากลาง ถนนสายสองจะเหมาะกับการลงทุนมากที่สุด ถึงแม้ช่วงปี 2016 – 2017 ที่ว่ากันว่าพัทยาเงียบ เพราะนักท่องเที่ยวลดลง แต่เชื่อหรือไม่ว่าโซนนี้ยังเป็นโซนที่มีการปล่อยเช่า รวมถึงการซื้อขายคอนโดมิเนียมมากที่สุด

ถ้าพูดถึงทำเลของ EDGE Central Pattaya จะอยู่ติดกับ The Base Central Pattaya เลยเพราะฉะนั้นจะใกล้กับห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยวตามที่ได้กล่าวไปแล้ว

สิ่งสำคัญไม่แพ้ทำเล คือลักษณะของโครงการ EDGE Central Pattaya ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่อเป็นที่พักตากอากาศและเพื่อลงทุนในการปล่อยเช่าหลายข้อ คือ

1.High Rise Condominium โครงการเป็นคอนโดสูง ออกแบบมาให้ทุกห้องระเบียงเป็นแบบเฉียงสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ โดยชั้นที่เริ่มมองเห็นทะเลชัดเจน คือประมาณชั้น12ขึ้นไป ส่วนของที่พักอาศัยเริ่มจากชั้น 5 ถึงชั้น 30 และส่วนกลางอยู่ชั้น G ชั้น30 และชั้น 31

ตัวอย่าง Floor Plan ชั้น 6-15

2. Prime Location อยู่ในทำเลที่ดีมากใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร และมีรถสาธารณะผ่าน (รถสองแถว) เพราะการเดินทางในพัทยาสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะยังใช้รถสองแถวเป็นหลัก

3. Function & Layout ห้องขายพร้อม Fully Furnished ง่ายต่อการลงทุน Layout ตอบสนองการพักอาศัยแบบระยะสั้น และการปล่อยเช่าระยะยาว เน้นแนวคิดของ Good Experience Living ทุกห้อง ทุก TYPE มีจุดขายเป็นของตัวเอง เช่น 1 ห้องนอน TYPE D มีอ่างอาบน้ำ มี Champagne Counter ตรงส่วน Living Area มองเห็นวิวทะเล


ตัวอย่าง 1 ห้องนอนห้อง TYPE D

4.Premium Facility มีส่วนกลางที่สวยงามครบครัน หรูหราระดับโรงแรม ได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจากธาตุทั้ง 5 คือ “ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง” ผสมผสานกันอย่างลงตัวทั้งภายในโครงการและ Landscape ของโครงการ

SEMI INDOOR LOBBY LOUNGE


INDOOR LOBBY LOUNGE


DROP OFF

Fitness

Social Room

Sky Lounge

ในชั้นบนสุดของโครงการชั้น 31 มีสระว่ายน้ำ Champagne-gold infinity Pool ที่สามารถมองเห็นวิวทะเลและเมืองพัทยาได้ 360 องศา ที่ถือเป็น Highlight ของโครงการนี้เลยค่ะ

  1. Project Developer แสนสิริ ที่มีความน่าเชื่อถือและสามารถมั่นใจได้ว่าโครงการสร้างเสร็จได้คุณภาพ เพราะโครงการในพัทยามีหลาย Developer ที่สร้างไม่เสร็จหรือสร้างออกมาได้ไม่ตรงตามแบบที่ขายให้กับลูกค้าตั้งแต่ presale
  2. Project Management & After Service แสนสิริมีบริษัท PLUS Property เป็นบริษัทนิติบุคคลที่ดูแลโครงการและมี แผนกที่ดูแลเรื่องการขายต่อและการเช่า (Rental for the holiday: RBH) ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญ โครงการดีแค่ไหนถ้าไม่มีบริการหลังการขายและนิติบุคคลที่ดี ก็ไม่เกิดผลดีต่อการลงทุนในระยะยาว
  3. Return on investment แน่นอนว่าเมื่อโครงการนี้เสร็จ ผลตอบแทนในการปล่อยเช่าน่าจะอยู่ประมาณ 7% ขึ้นไป เทียบได้จากข้อมูลของ The Base Central Pattaya และขอให้ข้อมูลเปรียบเทียบการลงทุนในกรุงเทพฯ ศรีราชา และพัทยา ในตอนนี้เพิ่มเติม
ข้อเปรียบเทียบ กรุงเทพฯ ศรีราชา พัทยา
ราคาคอนโดใจกลางเมือง 230,000 บาท/ตร.ม. 110,000 บาท/ตร.ม. 130,0000 บาท/ตร.ม.
ลักษณะการปล่อยเช่า ระยะยาว 6 เดือนขึ้นไป ระยะยาว 1 ปี สัญญาบริษัท ระยะสั้น-ยาว 1 เดือน ขึ้นไป
กลุ่มเป้าหมายในการปล่อยเช่า EXPATต่างชาติ EXPAT ญี่ปุ่น นักท่องเที่ยว , EXPATต่างชาติ
ผลตอบแทนในการปล่อยเช่า 4-6% 6-7% 6-10%
การขายต่อในอนาคตและศักยภาพการลงทุน

– ขายต่อได้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่สนใจซื้อเป็นที่พักอาศัยและลงทุน

– Capital Gain ในการขายสูง

ขายต่อได้สำหรับกลุ่มนักลงทุนคนไทยหรือชาวญี่ปุ่นที่ต้องการลงทุนและซื้อในนามบริษัทเพื่อให้พนักงานพักอาศัย

– ขายต่อได้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่สนใจซื้อเป็นที่พักอาศัยและลงทุน

– Rental Yield โดยรวมสูงกว่ากรุงเทพฯและศรีราชา

– Capital Gain ในตอนขายอาจจะไม่สูงเท่ากรุงเทพฯ แต่ภาพรวมถือว่าได้ผลตอบแทนที่ดี

 

หากจะเจาะลึกลงไปในการลงทุนคอนโดพัทยา คอนโดที่ได้รับความนิยมในการลงทุนมีอยู่ 2 ระดับราคา คือ

1.ระดับราคาประมาณ 1.25- 2 ล้านบาท เน้นกลุ่มผู้เช่าที่เป็นคนไทยที่มาทำงานในพัทยา หรือกลุ่มต่างชาติระดับพนักงานทั่วไปที่มาทำงานในพัทยา ศรีราชา ระยอง ด้วยระดับราคานี้ทำเลที่นิยมคือโซนติดถนนสุขุมวิท ในโซนพัทยาเหนือ-นาเกลือ การลงทุนคอนโดในระดับราคานี้มีสามารถปล่อยเช่าได้เร็ว แต่ขายต่อไม่ค่อยได้ Capital Gain เพราะโครงการมีจำนวนมาก และลูกค้ากลุ่มที่ซื้อคอนโดระดับราคานี้จะเน้นอยู่เอง พอช่วงที่จะขายต่อ มักไม่ได้คิดเรื่องกำไรเพียงขอแค่สามารถปล่อยขายห้องได้เร็ว จึงมีการตัดราคาขายกันภายในโครงการเอง

2. อีกระดับราคาหนึ่งคือช่วง 3-5 ล้านบาท จะเป็นคอนโดมิเนียมที่อยู่ในทำเลใจกลางเมืองพัทยาโซนพัทยากลาง ทั้งส่วนที่อยู่ในถนนพัทยาสายสอง ซอยบัวขาว และตามซอยในพัทยากลาง ซึ่งที่ได้รับความนิยมสูงจะต้องเป็นคอนโด High Rise เพราะได้เปรียบทั้งในการขายต่อและการปล่อยเช่าที่ได้ราคาสูงกว่าคอนโด Low Rise

จากข้อมูลทั้งหมดยิ่งทำให้เห็นชัดมากขึ้นว่า EDGE Central Pattaya คุ้มค่ากับการลงทุน ซื้อตอนนี้ ราคาเท่านี้ อาจมองว่าสูงไป แต่อีก 4 ปีข้างหน้าที่โครงการสร้างเสร็จ พัทยาคงพัฒนาไปอีกมาก และเชื่อได้ว่า EDGE Central Pattaya จะเป็น Landmark แห่งใหม่ใจกลางเมืองพัทยาที่ทรงคุณค่ามากสำหรับนักลงทุน ซึ่งโครงการจะเปิดจองออนไลน์ในวันที่ 12 พ.ค. เวลา 9.00-12.00 น.สำหรับลูกค้าคนไทย ทางเว็บไซต์วันเดียวเท่านั้น และจะเปิดพรีเซลล์ในวันที่ 19 – 20 พ.ค.ที่ โรงแรม St. Regis กรุงเทพฯ และวันที่ 26 พ.ค. ที่ โรงแรม Hilton พัทยา พร้อมพบกับเหล่ากูรูฝั่งพัทยาชื่อดังจาก Prop2Morrow ที่จะมาแลกเปลี่ยนความรู้เล่าประสบการณ์การลงทุนที่พัทยา เปิดมุมมองการลงทุนที่คุณต้องรู้ ติดตามรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่ https://www.sansiri.com/condominium/edge-central-pattaya/th/  หรือโทร 1685

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง