“สิริ เวนเจอร์”เตรียมครึ่งปีหลัง61จ่อลงทุนด้านเทคโนโลยีผ่านกองทุนครั้งแรก

สิริ เวนเจอร์สฯเผยแผนครึ่งปีหลัง61 คาดเข้าลงทุนเกี่ยวกับเทคโนโลยีของกลุ่มสตาร์ทอัพผ่านกองทุนครั้งแรก อยู่ระหว่างพิจารณาทั้งไทยและต่างประเทศ มูลค่าประมาณ 1-5 ล้านเหรียญสหรัฐ ระบุต้องมีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนา 4 นวัตกรรม ด้านเทคโนโลยีใหม่ ทั้งเตรียมประกาศสตาร์อัพรอบคัดเลือก 20 ทีมสุดท้าย เพื่อเสนอแผนธุรกิจในงาน “TechSauce Global Summit 2018” ระหว่างวันที่ 22-23 มิถุนายน 2561  ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัล เวิลด์

 

 

นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 นี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปการเข้าลงทุนในกองทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีของกลุ่มสตาร์ทอัพอย่างน้อย 1 กองทุน โดยเป็นการลงทุนผ่านกองทุนเป็นครั้งแรกของบริษัท หลังจากในช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีการลงทุนผ่านสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยไปแล้ว 3-4 สตาร์ทอัพ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณากองทุนที่อยู่ไนไทยและต่างประเทศ โดยที่มูลค่าการลงทุนคาดว่าจะอยู่ที่ 1-5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมาจากเงินลงทุนของบริษัทที่ตั้งไว้ 1,500 ล้านบาท ในช่วง 3 ปี (ปี 61-63) ซึ่งการลงทุนผ่านกองทุนในประเทศมีกองทุนที่บริษัทให้ความสนใจเข้าลงทุน คือ 500 TukTuks แต่จะต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาอีกครั้ง โดยที่การลงทุนผ่านกองทุนจะทำให้บริษัทรู้จักสตาร์ทอัพต่างๆได้มากขึ้น

 

โดยที่นโยบายการลงทุนของบริษัทจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนา 4 นวัตกรรม ที่ช่วยส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ พรอพเทค (PropTech) หรือการส่งเสริมด้านการซื้อขายแนวใหม่ การบริหารจัดการโนว์ฮาวของอสังหาฯ ที่จะครอบคลุมและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้หลากหลายมากขึ้น, ลีฟวิ่ง เทค (LivingTech) ซึ่งเป็นนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยใหม่ๆ มีเป้าหมายเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ในการใช้ชีวิตของลูกบ้าน เช่น การเพิ่มความสะดวกสบาย, ความบันเทิง, ความปลอดภัย และยังมีเป้าหมายลดค่าใช้จ่าย ผ่านสตาร์ทอัพที่ สิริ เวนเจอร์ส ลงทุนไปแล้ว เช่น Appysphere ซึ่งเชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์การพัฒนาโฮม ออโตเมชัน (Home Automation) หรือเทคเมติกส์ (Techmatics) ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่พัฒนาหุ่นยนต์แสนดีที่เปิดตัวให้บริการส่งของให้กับลูกค้าในโครงการไปเมื่อปีก่อน

 

นวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิต และสุขภาพองค์รวมของลูกบ้าน (Health & Wellness Tech) และนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีด้านการออกแบบ ก่อสร้าง ควบคุมคุณภาพ รวมไปถึงวัสดุในการก่อสร้างใหม่ๆ (Construction Tech) เพื่อให้โครงการต่างๆของแสนสิริที่จะพัฒนาขึ้นมา สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลได้อย่างตรงความต้องกาน และยังสามารถช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานโดยรวมอีกทางหนึ่ง โดยที่ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีการลงทุนด้านนวัตกรรม Construction Tech ซึ่งคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้การลงทุนผ่านกองทุนจะเข้ามาช่วยเสริมด้านนวัตกรรม Construction Tech เข้ามาเสริมให้ครบทั้ง 4 นวัตกรรม

 

“การลงทุนในสตาร์ทอัพ เราจะให้ความสำคัญกับสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายของแสนสิริทั้ง 4 ด้าน และเป็นสตาร์ทอัพที่สร้างนวัตกรรมออกมาที่สามารถผลักดันไปใน Global สามารถนำไปใช้งานได้ในหลากหลายประเทศได้ อย่างเช่น สตาร์ทอัพในอเมริกา อิสราเอล และสิงคโปร์ ที่สร้างนวัตกรรมออกมาใช้ได้ในระดับ Global แต่ในเรื่องผลตอบแทนตรงนี้เราก็ไม่ได้คาดหวังมาก แต่จะไม่ลงทุนในสิ่งที่เรามองว่าขาดทุนแน่นอน สิ่งสำคัญของการลงทุน คือ การที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆมาใช้กับโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริ เพื่อส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตของลูกบ้านแสนสิริดีขึ้น ส่วนเงินทุนในปัจจุบันที่ตั้งไว้ 3 ปี  1,500 ล้านบาท เราใช้ไปนิดหน่อยแล้ว ก็ไม่ได้ตั้งว่าจะใช้ปีละเท่าไร แล้วแต่โอกาสกับสิ่งที่เราคิดว่าน่าสนใจลงทุนมากกว่า”นายจิรพัฒน์ กล่าว

 

ด้านการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆที่บริษัทลงทุนไปแล้วมาใช้ในโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริในปีนี้นั้น เบื้องต้นจะมีฟาร์มเชลฟ์ (Farmshelf) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเพาะปลูกแบบอัตโนมัติ ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถปลูกผักเพื่อการบริโภคได้ง่ายดายภายในบ้านหรือที่ทำงาน โดยที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับรูปแบบของตู้เพาะปลูกให้เข้ากับภาวะอากาศของประเทศไทยและเข้ากับรูปแบบของที่อยู่อาศัยที่จะนำไปใช้ ซึ่งมีที่อยู่อาศัยของแสนสิริที่จะนำนวัตกรรมของ Farmshelf ไปใช้เบื้องต้น 10 โครงการทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมในช่วงไตรมาส 3/61 และการลงทุนนวัตกรรม Wind Turbine กังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าในที่พักอาศัยบนหลังคา (Wind Farm) ที่บริษัทเข้าลงทุนใน Semtive ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาทำเลในโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริในการติดตั้งกังหันลมที่เหมาะสม ซึ่งคาดว่าจะเริ่มติดตั้งได้ในช่วงไตรมาส 3/2561 ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และส่งเสริมให้เกิดการแบ่งปันการใช้พลังงานไฟฟ้าร่วมกันในชุมชน

 

ทั้งนี้บริษัทได้เปิดเวทีเฟ้นหาสตาร์ทอัพด้าน Prop Tech เป็นครั้งแรก โดยจะเปิดรับสมัครทีมสตาร์ทอัพที่จะเข้าร่วม SIRI VENTURES Global Connection Platform บนเว็บไซต์ www.siriventurespitching.com ไปจนถึงวันที่ 18 มิถุนายน 2561 โดยบริษัทจะทำการคัดเลือกเหลือ 20 ทีมสตาร์ทอัพสุดท้ายที่มีศักยภาพเพื่อนำเสนอแผนธุรกิจในงาน “TechSauce Global Summit 2018” ระหว่างวันที่ 22-23 มิถุนายน 2561  ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัล เวิลด์ ซึ่งในงานดังกล่าว ยังมีช่วงเสวนาพิเศษเกี่ยวกับเทรนด์ Prop Tech ระดับโลกบนเวทีโดยวิทยากรจากสิริ เวนเจอร์ส, Plug and Play และ SOSA เกี่ยวกับแนวทางการสร้างความร่วมมือในการผลักดันการสร้างระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพร่วมกับเครือข่ายสตาร์ทอัพจากหลากหลายสาขาทั่วโลก รวมถึงการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมสำหรับอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยเพื่อมาร่วมพัฒนาต่อยอดให้เกิดได้จริงในด้านธุรกิจ โดยที่บริษัทตั้งเป้าหมายสร้างเครือข่ายกับผู้พัฒนานวัตกรรมใหม่ด้าน Prop Tech อย่างน้อย 200 รายภายในปี 2563

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง