SENAจ่อเปิด12โครงการใหม่ครึ่งปีหลัง มูลค่า1.7หมื่นล้าน

เสนาฯจ่อเปิด 12 โครงการใหม่ครึ่งปีหลัง รวมมูลค่า 16,000-17,000 ล้านบาท เผยถึงสิ้นปีจะเซ็นสัญญาร่วมทุนกับกลุ่มฮันคิวฯรวม 7 โครงการ ทั้งเตรียมพรีเซล“นิช โมโน ติวานนท์ ส.ค.นี้ ชูจุดขายผ่านEIA ผังเมืองนนท์ฉบับใหม่ ไม่ส่งผลกระทบแน่ ด้านไนท์แฟรงค์ฯระบุซัพพลายใหม่ย่านติวานนท์-บางซื่อยังน้อย 5 เดือนแรก มี 2 รายใหญ่เปิดตัวเพียง 2,029 หน่วย ราคาขายเฉลี่ยที่ 112,500 บาท/ตารางเมตร มั่นใจเป็นทำเลศักยภาพในอนาคต

 

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)หรือ SENA  เปิดเผยถึงภาพรวมของกำลังซื้อที่อยู่อาศัยของประชาชนในปี2561 ว่า เริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ ขณะเดียวกันทิศทางของอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับต่ำ และยังไม่มีแนวโน้มจะปรับขึ้น โดยแผนการดำเนินงานของบริษัทฯในครึ่งปีหลัง2561 จะเปิดตัวอีก 12 โครงการ รวมมูลค่าโครงการประมาณ 16,000-17,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 2 โครงการ และคอนโดมิเนียม 10 โครงการ โดยในจำนวนดังกล่าวจะเป็นการร่วมทุนกับฮันคิว เรียลตี้ พันธมิตรจากญี่ปุ่น ในปีนี้จะพัฒนาอย่างน้อย 4-5 โครงการ โดยที่ผ่านบริษัทได้เซ็นสัญญาการพัฒนาโครงการร่วมกับพันธมิตรญี่ปุ่นไปแล้ว 3 โครงการ ที่จะพัฒนาภายในปีนี้แน่นอน และจนถึงสิ่นปีนี้จะเซ็นสัญญาเพิ่มอีก 4 โครงการ รวมทั้งหมด 7 โครงการ ซึ่งจะทยอยพัฒนาในปีนี้บางส่วนและปีต่อๆไป

 

ทั้งนี้จากผลสำรวจความต้องการที่อยู่อาศัย พบว่าลูกค้ายังมีความต้องการที่อยู่อาศัยใกล้แนวรถไฟฟ้าเป็นส่วนใหญ่ หากเปรียบเทียบกันระหว่างทำเลรถไฟฟ้าสายต่างๆ แล้ว ทำเลรถไฟฟ้าสายสีม่วง ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพและน่าสนใจไม่น้อยกว่าสายอื่น ๆ ส่วนผังเมืองนนทบุรี ฉบับใหม่ จะส่งผลให้ซัพพลายใหม่ออกมาได้ยากขึ้น  เนื่องจากผู้ประกอบการต่างรอความชัดเจนของกฏระเบียบต่างๆก่อน สำหรับทำเลย่านติวานนท์ หากไม่ติดเรื่องผังเมือง ก็จะเห็นว่ามีการปรับราคาขายที่ดินอย่างต่อเนื่อง 10-20% ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ราคายังไม่รุนแรงมากเมื่อเทียบกับทำเลอื่นๆ

ล่าสุด บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่ “นิช โมโน ติวานนท์ (Niche MONO TIWANON)” ตั้งอยู่บนเนื้อที่โครงการ 2 ไร่เศษ เป็นคอนโดฯ High Rise สูง 36 ชั้น 1 อาคาร ขนาดตั้งแต่ 26-55 ตารางเมตร รวมทั้งสิ้น 526 ยูนิต  ราคา Pre sales เริ่มต้นตั้งแต่ 2.4 ล้านบาทขึ้นไป  หรือราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรอยู่ที่ 91,000 บาท และร้านค้า 2 ยูนิต ขนาด 62 และ 186.84 ตารางเมตร มูลค่าโครงการรวม ‫1,400 ‬ กว่าล้านบาท โดยจะเปิดพรีเซลในเดือนสิงหาคม 2561 นี้ ซึ่งมอบหมายให้บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด เป็นที่ปรึกษาโครงการและบริหารงานขาย คาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้จะสามารถทำยอดขายได้ 60-70% ด้านการก่อสร้างจะเริ่มดำเนินการในปี 2561 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2563

 

“เรามีความมั่นใจด้านทำเลที่ตั้งของโครงการที่ใกล้กับสถานี MRT สายสีสีม่วง และยังมีความได้เปรียบที่โครงการได้ผ่านการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) แล้ว ดังนั้นผังเมืองรวมนนทบุรี ฉบับใหม่จึงไม่มีผลกระทบอย่างแน่นอน”ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

 

อย่างไรก็ตามในครึ่งปีแรกคาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้ 5,500-5,600 ล้านบาท จากเป้าหมายยอดขายทั้งปี 2561 ที่ตั้งเป้าไว้ที่ 10,300 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัททำยอดขายได้แล้ว 5,000 ล้านบาท จากการเปิดขายโครงการใหม่ที่เปิดไปแล้ว 4 โครงการ และยอดขายโครงการเดิมที่มีอยู่ ด้านรายได้ในปีนี้บริษัทยังมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 6,200 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 5,900 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจโซลาร์ จำนวน 300 ล้านบาท โดยที่รายได้หลักยังคงมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

 

ส่วนมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) ในปัจจุบันอยู่ที่ 6,780 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในช่วงครึ่งปีหลังประมาณ 2,400 ล้านบาท และรับรู้ไปจนถึงปี2562 โดย Backlog ส่วนใหญ่จะโอนเข้ามาในช่วงไตรมาส 4/2561 ซึ่งมีโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่จำนวน 4 โครงการเริ่มโอน และงบซื้อที่ดินที่ตั้งไว้ 10,000 ล้านบาท ปัจจุบันได้ไช้ไปแล้ว 3,000-4,000 ล้านบาท

 


ด้านนายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า การเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าสายสีม่วงในปี 2559 ได้ยกระดับทำเลติวานนท์ให้มีชีวิตชีวาและเป็นที่ต้องการของผู้ที่กำลังมองหาที่พักอาศัยในย่านนี้มากขึ้น เมื่อผนวกกับการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีน้ำเงินในเดือนสิงหาคม 2560 ยิ่งทำให้ติวานนท์กลายเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สะดวกสบายระหว่างกรุงเทพมหานครและนนทบุรีอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ประกอบกับสาธารณูปโภคสาธารณูปการที่อุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ทั้งศูนย์การค้า ตลาด โรงพยาบาล สถานศึกษา และสถานที่ราชการสำคัญ รวมไปถึงโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ในอนาคตที่จะช่วยซัพพอร์ตทำเลนี้ให้พรั่งพร้อมยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วงเข้ากับสายสีชมพูและสายสีน้ำตาล และโครงการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ (ศูนย์คมนาคมพหลโยธิน) ภายใต้แนวคิด Transit Oriented Development (TOD) ซึ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน เพื่อครอบคลุมการใช้ชีวิตของคนเมืองอย่างครบวงจรทั้งการคมนาคม ที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และโรงแรม นอกจากนี้ยังมีโครงการศูนย์การค้า Gateway บางซื่อ ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างและมีกำหนดแล้วเสร็จในปี2561 นี้อีกด้วย

 

“จากความสะดวกสบายที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ ทำให้ “ติวานนท์”กลายเป็นทำเลที่ได้รับความสนใจจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายรายเข้ามาพัฒนาแหล่งที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นผู้บริโภครุ่นใหม่ที่กำลังมองหาคอนโดมิเนียมใกล้เมือง ตลอดจนนักลงทุนที่ต้องการซื้อเพื่อปล่อยเช่าหรือขายต่อ”นายพนม กล่าว

 

 

สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมย่านติวานนท์-บางซื่อนั้น ตั้งแต่ถนนงามวงศ์วานซอย 17 ถึงศูนย์ราชการนนทบุรี ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ถนนพิบูลย์สงคราม ถนนประชาราษฎร์สาย 1 และถนนประชาราษฎร์สาย 2 ถึงถนนประชาชื่น พบว่าอุปทานเริ่มต้นของคอนโดมิเนียมในย่านติวานนท์-บางซื่อในปี 2552 นั้นมีเพียง 976 หน่วยและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2561 มีจำนวนอุปทานสะสมในพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 35,400 หน่วย  โดยปีที่มีอุปทานเพิ่มขึ้นสูงสุดคือปี 2557 ด้วยจำนวนคอนโดมิเนียมที่เข้าสู่ตลาดกว่า 9,425 หน่วย ทั้งนี้อุปทานใหม่ตั้งแต่ปี 2558 ได้ลดลงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในปี 2559 และ 2560 มีห้องชุดใหม่เข้ามาในตลาดเพียง 821 หน่วย และ 615 หน่วยตามลำดับ สอดคล้องกับอุปสงค์ที่ลดลงเช่นกัน  โดยสาเหตุหลักเกิดจากการเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีน้ำเงินซึ่งยังไม่สมบูรณ์ในขณะนั้น ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่เพื่อดูแนวโน้มและทิศทางของตลาด

 

 

อย่างไรก็ตาม ในเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2561 ตลาดคอนโดมิเนียมย่านนี้กลับมามีสัญญาณที่ดีขึ้นอีกครั้ง โดยมีอุปทานใหม่เข้ามาในพื้นที่ศึกษาทั้งสิ้น 2,029 หน่วย จากผู้ประกอบการรายใหญ่จำนวน 2 โครงการได้แก่ Niche Pride เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ (742 หน่วย) และ The Line วงศ์สว่าง (1,287 หน่วย) โดยยอดขายเฉลี่ย ณ ปัจจุบันของทั้งสองโครงการอยู่ที่ประมาณ 50% ส่วนด้านราคานั้น พบว่าราคาเสนอขายโดยเฉลี่ยของโครงการเปิดใหม่ในพื้นที่ศึกษา ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2561 อยู่ที่ 112,500 บาท/ตารางเมตร

“โดยสรุปแล้วติวานนท์เป็นทำเลที่น่าสนใจเนื่องด้วยปัจจัยเกื้อหนุนหลายประการ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มศักยภาพในอนาคตจากผลพวงของการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนซึ่งจะเชื่อมระบบรถไฟฟ้าหลายสายเข้าด้วยกันในบริเวณนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ(ศูนย์คมนาคมพหลโยธิน) ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านติวานนท์ ทำให้การเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานครและนนทบุรีมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ในด้านราคาขายของโครงการในพื้นที่นี้โดยรวมยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก ติวานนท์จึงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่อยากลงทุนในทำเลอนาคต รวมถึงผู้ที่กำลังหาที่อยู่อาศัยใกล้เมืองที่มีสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย”นายพนม กล่าวในที่สุด

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง