โอกาสและความท้าทายของภาคอสังหาฯครึ่งปีหลัง’62

ปี2562 ถือว่าเป็นปีที่ผู้ประกอบการอสังหาฯและผู้บริโภคต่างเจอกับปัจจัยลบที่ท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะมาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan-to-value : LTV) ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายใหม่ของผู้ประกอบการกันอย่างถ้วนหน้า เพราะนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ต้องการสกัดกลุ่มผู้เก็งกำไร แต่กลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรกกลับไม่เข้าใจในมาตรการดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการเข้าใจผิด และกระทบยอดขายของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันสถานการณ์ในปีนี้ก็ยังไม่ถึงกับเลวร้ายไปทั้งหมด ยังพอมีปัจจัยบวกให้เดินหน้าในการลงทุนอยู่บ้างโดยเฉพาะพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor : EEC) ที่ภาครัฐได้ดึงนักลงทุนเข้าไปลงทุนระบบสาธารณูปโภคทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาฯขยายฐานเข้าไปพัฒนาโครงการในพื้นที่ดังกล่าวมากขึ้นด้วย


ปีแห่งการเผชิญมรสุมปัจจัยลบ

ดร.พิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เปิดเผยภายใต้หัวข้อ “โอกาสและความท้าทายของภาคอสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีหลัง 2562 ว่า ยังเผชิญกับปัจจัยลบอีกหลายด้าน ได้แก่

1.สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ

2.กำลังซื้อยังไม่ดีขึ้น หนี้ภาคครัวเรือนยังสูง โดยเฉพาะตลาดกลาง-ล่าง โดยระดับหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ในช่วงไตรมาส1/2562 อยู่ที่ร้อยละ 78.7 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า

 3.มาตรการควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ โดยเฉพาะมาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan-to-value : LTV) ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ที่ส่งผลด้านลบต่อระบบเศรษฐกิจ คือ ความต้องการซื้ออสังหาฯของผู้ซื้อรายย่อยที่ต้องการลงทุนลดลง,กระทบยอดขายและรายได้ของผู้ประกอบการโดยเฉพาะ และอาจเกิดปัญหาด้านการชำระหนี้ของผู้ประกอบการ

ขณะเดียวกันก็เกิดผลบวกต่อระบบเศรษฐกิจ คือ ช่วยลดหนี้เสีย(NPL)ฝั่งผู้บริโภค,สกัดการเก็งกำไรของนักลงทุนอสังหาฯ ป้องกันฟองสบู่อสังหาฯ และแนวโน้มราคาอสังหาฯลดลงจากการแข่งขันด้านราคาของผู้ประกอบการอสังหาฯ

4.ตลาดลูกค้าจีนชะลอตัว

5.ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น

6.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ…. ที่จะบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563

ซึ่งปัจจัยลบดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้บริโภคที่ซื้อโครงการอสังหาฯทิ้งดาวน์ได้ อันเนื่องมาจาก ความไม่มั่นใจในเศรษฐกิจ,ความกลัวที่จะต้องเป็นภาระ,ความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน,รายได้ประจำที่ไม่มีการปรับเพิ่มขึ้น และบางรายมีรายได้ที่ลดลง หรือตกงาน

ขณะที่ปัจจัยบวก มีเพียง 2 ข้อ คือ กำลังซื้อต่างจังหวัดเริ่มฟื้นตัว และไตรมาส1/2562 ที่มีอัตราการเติบโตจากการเร่งโอน

EECบิ๊กโปรเจกต์ดึงผู้ประกอบการเข้าลงทุน

ขณะเดียวกันในปี2562 ก็ยังมีความท้าทายในการลงทุน โดยเฉพาะนโยบายการลงทุนของภาครัฐ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor : EEC) ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเร่งการดำเนินการประกาศเชิญชวนและคัดเลือกภาคเอกชนเข้าไปลงทุนในโครงการวางระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานใน 5 โครงการหลัก เป็นที่เรียบร้อยแล้วได้แก่

1.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา

2.โครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่3

3.โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่3

4.โครงการศูนย์ซ่อมบำรุอากาศยาน

5.โครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน

 

เร่งขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ

ส่วนเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City ซึ่งเป็นรูปแบบการประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัล หรือข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสารในการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของบริการชุมชม เพื่อช่วยในการลดต้นทุน และลดการบริโภคของประชากร โดยยังคงเพิ่มประสิทธิภาพให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยได้ในคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้นSmart City จึงเป็นโครงการที่หลายๆเมืองทั่วโลก พยายามพัฒนาให้เข้ากับยุค 4.0 โดยการเอาเทคโนโลยีมาผสานกับการใช้ชีวิตของประชาชน ทั้งด้านการขนส่ง การใช้พลังงาน หรือโครงสร้างพื้นฐานที่จะทำให้เมืองที่สะดวกสบายเหมือนในฝัน เกิดขึ้นได้จริง ทั้งยังทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข

ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมๆกับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี Internet of Things (loT)ซึ่งเป็นรากฐานในการเชื่อมโยงอุปกรณ์หรือสิ่งของรอบๆตัว เข้ากับโครงข่ายการสื่อสารแบบอินเทอร์เน็ต รวมไปถึบงการวางผังเมืองที่ชาญฉลาด รองรับการใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย รูปแบบการบริหารจัดการเมืองแบบ Smart City จึงเป็นการสร้างเมืองที่จะมีการเติบโตอย่างยั่งยืน เน้นการจัดสมดุลของสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน และเลือกใช้พลังงานสะอาด จึงช่วยลดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหามลภาวะทางอากาศ น้ำเสีย ขยะ การระบายน้ำ ช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดี คุณภาพอากาศที่ดี เพิ่มพื้นที่สีเขียว และลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่มี Smart City ที่สมบูรณ์เป็นรูปเป็นร่าง แต่ก็กำลังขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่เป้าหมาย ที่คัดเลือกเป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบด้วยกัน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ,เชียงใหม่,ภูเก็ต,ขอนแก่น,ชลบุรี,ระยอง และฉะเชิงเทรา โดยความร่วมมือของ 3 กระทรวง คือ กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ซึ่งมีแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยเน้น 5 เสาหลักสำคัญ คือ

เสาหลักที่ 1 : การพัฒนาเมืองอัจฉริยะต้นแบบ มีเป้าหมายในการเลือกเมืองที่มีศักยภาพ ที่จะใช้สำหรับการดำเนินงานนำร่อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

เสาหลักที่ 2 : การปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยมีเป้าหมายที่จะบูรณาการกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ

เสาหลักที่ 3 : สร้างกลไกบริหารจัดการในการขับเคลื่อน การพัฒนาเมืองอัจฉริยะไปสู่ภาคปฏิบัติ มีเป้าหมายให้มีผู้รับผิดชอบการบริหารจัดการพื้นที่ จัดเตรียมองค์กร ระบบ และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อส่งเสริมการให้บริการสาธารณะในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

เสาหลักที่ 4 : ผลักดันเมืองอัจฉริยะ ด้วยการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม มีเป้าหมายในการส่งเสริมและต่อยอดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ที่สามารถนำไปปรับใช้สำหรับเมืองอัจฉริยะในอนาคต

เสาหลักที่ 5 : ส่งเสริมการจัดเก็บข้อมูล ตลอดจนเข้าถึงการเชื่อมโยงและการใช้งานข้อมูล โดยมีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ข้อมูล สร้างการเรียนรู้ รวมทั้งสนับสนุนการวางแผน ตลอดจนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้การที่จะนำไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะที่สมบูรณ์แบบ จำเป็นต้องมีองค์ประกอบ 7 อย่างคือ

1.Smart Mobilily การสัญจรอัจฉริยะ

2.Smart Community ชุมชนอัจฉริยะ

3.Smart Economy เศรษฐกิจอัจฉริยะ

4.Smart Environment สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ

5.Smart Governance การปกครองอัจฉริยะ

6.Smart Building อาคารอัจฉริยะ

7.Smart Energy พลังงานอัจฉริยะ

 

เปิดแผนยุทธศาสตร์ชาติ20ปี

สำหรับแผนปฏิบัติการของกระทรวงการคลังที่สนับสนุนตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาฯ ได้แก่

1.การปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้โครงการ แผนบริหารจัดการที่ราชพัสดุ(กรมธนารักษ์)
2.การใช้มาตรการภาษี ที่ราชพัสดุ และด่านศุลกากร เพื่อสนับสนุนนโยบาย เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษและคลัสเตอร์ รวมถึงส่งเสริมการค้า การลงทุนในพื้นที่ ภายใต้โครงการนำที่ราชพัสดุมาสนับสนุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ(กรมธนารักษ์)

3.การผลักดันมาตรการการเงิน การคลัง เพื่อการถือครองทรัพย์สินที่เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ ภายใต้โครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ (กรมธนารักษ์)

4.การจัดสวัสดิการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ ภายใต้โครงการ การให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Reverse Mortgage : RM) (สศค.)

5.การจัดสวัสดิการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ ภายใต้โครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Complex) บนพื้นที่ราชพัสดุ (กรมธนารักษ์)

 

 

 

 

 

 

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง