ระวัง! ดีมานด์เทียมป่วนตลาดคอนโดฯระดับบน

วันนี้(20ก.ค.2560)สมาคมอาคารชุดไทยจัดสัมมนาหัวข้อ “ทิศทางและกลยุทธ์ธุรกิจคอนโดมิเนียม…การปรับตัวของผู้ประกอบการ ปี2560” โดยมีวิทยากร นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทยและในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจพฤกษาเรียลเอสเตท – พรีเมียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน),นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ หรือLPN ,นายพีระพงษ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบมจ. ออริจิ้นพร็อพเพอร์ตี้ หรือ ORI และนายวรวรรต ศรีสอ้าน ประธานบริหาร บจ. แกรนด์ ยูนิตี้ ดีเวลล็อปเมนท์ ในเครือบมจ. ยูนิเวนเจอร์ หรือUV ซึ่งต่างเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกันภายใต้เศรษฐกิจที่เปราะบาง การแข่งขันของธุรกิจที่รุนแรง และพฤติกรรมการอยู่อาศัยของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน จำเป็นที่ต้องปรับทั้งโครงสร้างองค์กร – ผู้ถือหุ้น ปรับโครงสร้างธุรกิจ และโปรดักส์ ขยายตลาดคอนโดฯให้ครอบคลุม เข้าถึงฐานลูกค้า ทั้งตลาดบนกลาง และล่าง  สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง แสวงหาโอกาสในการขยายการลงทุน ไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับมองว่า บิ๊กอสังหาฯแห่ผุดโครงการมิกซ์ยูสเปลี่ยนโฉมเมืองกรุงเทพฯในอนาคต

เตือนดีมานด์เทียมคอนโดฯระดับบน

โดยนายประเสริฐ กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าในปี 2560 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล คาดว่าจะขยายตัวได้ 5% โดยมีมูลค่าอยู่ที่370,000 ล้านบาท โดย 13 บริษัทรายใหญ่ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า60% ของมูลค่าทั้งหมด และในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 คาดว่าจะมีการเปิดตัวคอนโดฯใหม่มากขึ้นกว่าครึ่งปีแรกโดยข้อมูลพบว่าหน่วยคอนโดฯเปิดใหม่เติบโต 8% มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 16% โดยระดับราคาที่มากกว่า10 ล้านบาท มีการเติบโตถึง 56%

เป็นที่น่าสังเกตว่า ปรากฎการณ์จองและการขายในปัจจุบันจะเหมือนเมื่อ 5 ปีก่อนที่เกิดการเข้าคิวจองคอนโดฯในต่างจังหวัดและขายหมดอย่างรวดเร็วไม่กี่ชั่วโมง สร้างเสร็จลูกค้าไม่มาโอนกรรมสิทธิ์ สุดท้ายกลายเป็นสต็อกเหลือขาย โดยล่าสุดพบว่ามีคอนโดฯระดับกลาง-บน ที่ขายหมด700 ห้องสร้างเสร็จถึงเวลาโอนๆได้300 ห้อง กลับคืนมา400 ห้องโอนไม่ได้ อันนี้เป็นอันตรายต่อผู้ประกอบการ“ส่วนผู้ที่เข้าคิวจองซื้อในพื้นที่กทม.หากสังเกตให้ดีจะพบว่ารูปลักษณะไม่ใช่ผู้ที่จะมาซื้อที่อยู่อาศัยราคา 200,000-300,000 บาท/ตารางเมตรอย่างแน่นอน” ดังนั้นผู้ประกอบการควรระมัดระวัง หากไม่สกรีนประวัติลูกค้ามากเพียงพออาจจะทำให้โอนห้องชุดไม่ได้ แนวทางแก้ไขจะต้องระบุตัวบุคคลที่ได้รับส่วนลด ห้ามเปลี่ยนมือก่อนวันโอน แต่หากโอนก่อนกำหนดจะถูกตัดสิทธิ์ในเรื่องส่วนลด ซึ่งเป็นวิธีป้องกันดีมานด์เทียม ส่วนโครงการระดับบนหากมีการเข้าคิวจับฉลากเชื่อว่าจะต้องมีลูกค้าเก็งกำไรอย่างแน่นอน

 

จับตาที่ดิน Leasehold เปลี่ยนโฉมเมืองครั้งใหญ่

นายประเสริฐ กล่าวด้วยว่า ทิศทางที่อยู่อาศัยในอนาคตจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าของเมืองในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะที่ดินที่ให้สิทธิการเช่า(Leasehold)บนที่ดินขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ ที่ได้นักลงทุนรายใหญ่เข้ามาดำเนินการ รูปแบบจะเป็นโครงการขนาดใหญ่แบบผสมผสาน(มิกซ์ยูส)ที่มีทั้งโรงแรม พื้นที่ค้าปลีก อาคารสำนักงานและคอนโดฯอย่างน้อย8 โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาบนที่ดินให้เช่ารวมกว่า 360 ไร่ ซึ่งมีการเซ็นสัญญาไปแล้วจะอยู่ในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ(ซีบีดี) และบางแปลงมีการก่อสร้างแล้วเสร็จมีการเข้าใช้พื้นที่เรียบร้อยแล้ว อาทิ อาคารFYI ,สามย่านมิตรทาวน์,ที่ดินบริเวณหัวมุมแยกราชเทวี,โครงการหลังสวนวิลเลจ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสินธรวิลเลจ,โครงการบนที่ดินโรงแรมดุสิตธานี เป็นต้น

 

นอกจากนี้ยังมีที่ดินของภาครัฐที่จะทยอยเปิดประมูลให้เช่าที่จะเข้ามาสู่ตลาดอีกหลายแปลง อาทิ ที่ดินโรงงานยาสูบประมาณ 400 ไร่ ,ที่ดินกม.11เนื้อที่ 359 ไร่ ,ที่ดินสถานีแม่น้ำเนื้อที่ 277 ไร่ ,ที่ดินท่าเรือคลองเตย เนื้อที่ 2,000 ไร่ ,ที่ดินมักกะสันเนื้อที่ 497 ไร่ และที่ดินราชพัสดุแปลงวังค้างคาว ที่ดินแปลงต่างๆเหล่านี้จะส่งผลต่อการพัฒนาเมืองและตลาดอสังหาฯอย่างมาก จะทำให้อสังหาฯมีแนวโน้มเป็นรูปแบบการปล่อยเช่ามากขึ้นซึ่งรัฐบาลควรจะพิจารณาขยายระยะเวลาเช่าให้มากกว่า 50 ปีเพื่อทำให้ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยในอนาคตสามารถกู้สินเชื่อเพื่อซื้อคอนโดฯรูปแบบลิสต์โฮลด์ได้

 

ส่วนการที่ภาครัฐกำลังแก้ไขในเรื่องของพ.ร.บ.อิงสิทธิ์ หมายถึงสัญญาเช่าฉบับใหม่ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจมีสภาพคล่อง เพิ่มมูลค่าทางอสังหาฯ ให้เปิดกว้างและชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิในการเช่าทรัพย์สินมากยิ่งขึ้น และจะช่วยให้สถาบันการเงินมีความมั่นใจในการนำสิทธิ์การเช่ามาขอสินเชื่อได้

 

สำหรับเรื่องโครงสร้างภาษีนั้น เป็นอะไรที่น่าคิดและเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะรัฐบาลกำลังผลักดันเรื่องกฎหมายลาภลอย ,ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ  โดยกฎหมายทุกฉบับที่เกี่ยวข้องกับที่ดินล้วนส่งผลกระทบและเป็นภาระต่อผู้บริโภคทั้งนั้น

 

“ราคาที่ดินที่ปรับขึ้น 5% จากภาระภาษีที่สูงขึ้น จะมีผลต่อราคาขายต่อให้ผู้บริโภค1.5-2%”

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง