คอนโดฯแห่เปิดใหม่ Q3ปี 2561 กว่า 2.25 หมื่นยูนิตรวมมูลค่ากว่า 1.07 แสนล้านบาท

คอลลิเออร์สฯ เผยยอดเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ช่วงไตรมาส 3 ปี 2561 มีมูลค่าโครงการรวมกว่า 107,545 ล้านบาทกว่า 22,579 ยูนิต สูงกว่าช่วงไตรมาสก่อนหน้า 165 % รายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ยังคงเป็นผู้เล่นรายใหญ่  ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ 11,338 ยูนิต 50.2% และอีกประมาณ 9,868 ยูนิต หรือประมาณ 43.7% ตั้งอยู่บนแนวรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 

 

นายภัทรชัย ทวีวงศ์  ผู้จัดการอาวุโสแผนกวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยถึงการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2561 มีการเปิดตัวทั้งสิ้น 46 โครงการ จำนวน 22,579 ยูนิต รวมมูลค่าโครงการกว่า 107,545 ล้านบาท จำนวนที่เปิดตัวใหม่ในไตรมาส 3 นี้สูงกว่าช่วงเดี่ยวกันของปี 2560 ประมาณ 20 % และสูงกว่าในช่วงไตรมาส 2 ปี 2561 มากถึง 165 %

 

ทั้งนี้ จากจำนวนหน่วยที่เปิดขายพบว่า เป็นการเปิดตัวในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นในประมาณ 3,086 ยูนิต หรือ คิดเป็น 13.7 % ของหน่วยเปิดขายใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 3 เท่านั้น และคอนโดมิเนียมที่เปิดขายส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าปัจจุบัน ระดับราคา 70,000 – 140,000 บาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.)ซึ่งเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อในกรุงเทพมหานคร  และมีโครงการคอนโดมิเนียมถึง 4 โครงการ มูลค่าการลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท ที่เปิดการขายในไตรมาสที่ 3 และสามารถปิดการขายอย่างรวดเร็ว และมีหลายโครงการที่เปิดขายในไตรมาสนี่ที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากส่งผลให้ 49% ในอัตราส่วนที่ต่างชาติสามารถถือครองได้เต็มโควต้า

 

บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯยังเป็นผู้เล่นสำคัญ

ผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ยังคงเป็นผู้ที่ขับเคลื่อนตลาดคอนโดมิเนียม ในกรุงเทพฯ โดยประมาณ 76%  หรือมูลค่าการลงทุนประมาณ  87,035 ล้านบาทที่เปิดขายในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 พัฒนาโดยผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ และ ส่วนที่เหลือประมาณ 20,510 ล้านบาท เป็นของผู้ประกอบการนอกตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ยังพบว่าประมาณ 45% ของคอนโดฯ ที่เปิดขายในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมาตั้งอยู่ในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวเส้นทางสายสีน้ำเงิน สีเขียว และสีส้ม

 

ผู้ประกอบการหลายรายเปิดขายโครงการใหม่ต่อเนื่อง แต่พวกเขาก็ยังคงเฝ้าจับตามองกำลังซื้อต่อเนื่องเช่นกัน ผู้ซื้อชาวต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนชาวจีนเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์และผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ตามแนวถนนสุขุมวิท และรัชดาภิเษกในพื้นที่ศูนย์กลางเขตธุรกิจ

อุปทาน

คอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในแต่ละไตรมาสช่วงไตรมาสที่ 1 พ.ศ.2557 – ไตรมาสที่ 3 พ.ศ.2561

ที่มา: ฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

คอนโดมิเนียมประมาณ 22,579 ยูนิตเปิดขายใหม่ในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 สูงกว่าในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี2561 ถึง 165% และมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา การเพิ่มขึ้นของคอนโดฯเปิดขายใหม่ในไตรมาสที่ผ่านมานั้นเป็นเพราะว่าผู้ประกอบการทุกรายต้องการเปิดขายและทำกิจกรรมทางการตลาดในช่วงไตรมาสที่ 3 แทนที่จะรอเปิดขายในไตรมาสที่ 4 ปี 2561

 อุปทานเปิดขายใหม่จำแนกรายไตรมาส ปี 2561

                ไตรมาส      จำนวนยูนิต    อัตราการขาย มูลค่าโครงการ ( ล้านบาท )
ไตรมาสที่ 1 ปี  2561         14,050         7,455           86,466
ไตรมาสที่ 2 ปี  2561           8,511        5,654           38,593
ไตรมาสที่ 3 ปี  2561        22,579       14,401        107,545
ไตรมาสที่ 4 ปี  2561        16,417         N/A         83,800

ที่มา: ฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

:หมายเหตุ : ข้อมูลไตรมาสที่ 4 เป็นเพียงแค่การประมาณการณ์เท่านั้น

 

โครงการคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ที่เปิดขายในไตรมาสที่ 3 ตั้งอยู่ในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าปัจจุบัน เพราะในทำเลเหล่านั้นผู้ประกอบการสามารถเปิดขายที่ระดับราคา 70,000 – 140,000 บาทต่อตารางเมตรซึ่งเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อในกรุงเทพฯ

 

อุปทานและอัตราการขายคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ปีพ.ศ. 2561 จำแนกตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า

ที่มา: ฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

คอนโดฯในเขตกรุงเทพมหานคร ในช่วง ไตรมาสที่ 3 ปี 2561ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ 11,338 ยูนิต 50.2% และอีกประมาณ 9,868 ยูนิต หรือประมาณ 43.7% ตั้งอยู่บนแนวรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และอีกประมาณ 1,373 หรือประมาณ 6.1% ไม่ได้ตั้งอยู่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า

 

หากพิจารณาเป็นเส้นทางพบว่า คอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ตามแนวเส้นทางสายสีเขียวอ่อน (สายปัจจุบัน ) เป็นแนวเส้นทางที่ผู้ประกอบการเปิดการขายโครงการใหม่มากที่สุดถึง 6,587 ยูนิต หรือประมาณ 29.2% รองลงมาคือ แนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ (สายอนาคต ) ประมาณ 3,825 ยูนิต หรือประมาณ 17% และแนวรถไฟฟ้าสายสีส้ม (สายอนาคต )ที่ประมาณ 2,797 ยูนิต หรือประมาณ 12.4% ของคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในไตรมาสที่ 3 ทั้งหมด

 

หากพิจารณาตามอัตราการขายพบว่าแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ( อนาคต )มีอัตราการขายที่สูงที่สุดอยู่ที่ประมาณ 90% แต่เนื่องจากในช่วงไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีดังกล่าวเพียงแค่โครงการเดียวเท่านั้น รองลงมาคือ ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ( สายอนาคต ) ที่มีอัตราการขายอยู่ที่ประมาณ 70.6% หรือประมาณ 2,699 ยูนิต จากหน่วยขายเปิดขายใหม่ทั้งหมดในไตรมาสที่ 3 ที่ประมาณ 3,825 ยูนิต และสายสีเขียวใต้ ( สายอนาคต )ที่มีอัตราการขายอยู่ที่ประมาณ 70% หรือประมาณ 407 ยูนิต จากหน่วยขายทั้งหมด 581 ยูนิต

 

ส่วนคอนโดมิเนียมตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มซึ่งเป็นแนวเส้นทางที่มีอัตราการขายที่ต่ำที่สุดของคอนโดมิเนียม ที่เปิดขายใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมาที่ประมาณ 54% หรือประมาณ 1,523 ยูนิต จากหน่วยที่เปิดขายทั้งหมด 2,802 ยูนิต ซึ่งพบว่าบางโคคางการที่เปิดขายใหม่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าดังกล่าวสามารถขายได้เพียงแค่ 20% จากหน่วยที่เปิดขายเท่านั้น

 

นายภัทรชัย  กล่าวด้วยว่า ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครขยายตัวต่อเนื่องในปีพ.ศ.2561 และจะยังคงขยายตัวต่อไปในอนาคตตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง แม้ว่ากำลังซื้อของคนไทยจะมีจำกัดและผู้ซื้อชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยก็ต้องการซื้อเพื่อการลงทุนเท่านั้น ผู้ประกอบการทุกรายควรต้องตระหนักถึงเรื่องนี้ก่อนจะขายให้กับผู้ซื้อชาวต่างชาติ

 

แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจะมีการประกาศมาตรการการคุมเข้มสินเชื่อที่อยู่อาศัยและเพดานการปล่อยสินเชื่อตามหลักประกัน เพื่อป้องการการกังเก็งไรในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มากเกินไปจนอาจจะมีผลกระทบต่อภาพรวมในภาคอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว ซึ่งทำให้เกิดความกังวลทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและกลุ่มผู้ซื้อเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว ที่คาดว่าจะมีการประกาศใช้ในช่วงต้นปีหน้า แต่คาดว่า มาตรการดังกล่าวอาจจะยังไม่กระทบต่อภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี

อุปสงค์

ดัชนีความเชื่อมั่นในการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ที่สำรวจโดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้า ณ เดือนสิงหาคม 2561 ไทยพบว่าอยู่ที่ประมาณ 74.7 ซึ่งสูงที่สุดในช่วง 43 เดือนที่ผ่านมา การที่ความเชื่อมั่นปรับเพิ่มขึ้นนั้นสะท้อนให้เห็นความเชื่อมั่นของคนไทยต่อภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยในระยะยาว  รวมถึงภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศไทยที่มีสัญญานบวกและขยายตัวในปี 2561

อัตราการขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมทั้งหมดในกรุงเทพมหานคร

อัตราการขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมทั้งหมดที่เปิดขายตั้งแต่ปี 2558 ถึงไตรมาสที่ 2 ปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 81% สำหรับคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 มีอัตราการขายเฉลี่ยประมาณ 64% จากจำนวนทั้งหมด 22,579 ยูนิตและมีบางโครงการของผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ที่อยู่ทำเลที่ดีขายได้เกือบ 100% ภายในเวลาไม่กี่วันหลังจากเปิดขายแบบเป็นทางการ แต่ก็มี คอนโดมิเนียมหลายโครงการที่เปิดขายในไตรมาสที่แล้วและมีอัตราการขายไม่ถึง 50% ซึ่งไม่ใช่เรื่องของภาวะเศรษฐกิจไม่ดีและกำลังซื้อเท่านั้น แต่บางโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่น่าสนใจหรือราคาขายสูงกว่าราคาเฉลี่ยในพื้นที่ไปมาก

 

ผู้ซื้อชาวต่างชาติเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์และผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ตามแนวถนนสุขุมวิท และรัชดาภิเษกในพื้นที่ศูนย์กลางเขตธุรกิจ แม้ว่าผู้ประกอบการหลายรายจะสามารถขายยูนิตในโครงการที่อยู่ในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างให้กับผู้ซื้อชาวต่างชาติ

 

ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 26.4%เทียบไตรมาสก่อนหน้า

 

ราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 137,933 บาทต่อตารางเมตรเพิ่มขึ้นประมาณ 26.4% จากไตรมาสที่ผ่านมา  เนื่องจากโครงการที่เปิดขายในไตรมาสที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าปัจจุบันในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา ราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยปรับขึ้นประมาณ 15 – 20% ต่อปีหรือมากกว่านี้ในบางทำเล ผู้ประกอบการหลายรายให้ความสนใจเปิดขายโครงการระดับราคา 70,001 – 150,000 บาทต่อตารางเมตรโดยเฉพาะในปี 2561 และประมาณ 53% ของคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 ตั้งอยู่ในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายปัจจุบันเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ซื้อและนักลงทุนที่ยังมีความต้องการาคอนโดมิเนียมอย่างต่อเนื่อง

คอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่รายไตรมาสแยกตามระดับราคาขาย

โครงการคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายมากกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตรในช่วงไตรมาสที่ 1 – 3 ปี 2561 มีจำนวนมากกว่าช่วงเดียวกันของปี 2560 บางโครงการอาจจะเคยเปิดขายมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่มีการกลับมาเปิดขายใหม่อีกครั้งหลังจากหลายปีผ่านไป

 

คอนโดมิเนียมที่เปิดขายในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2561 ที่ผ่านมาส่วนใหญ่มีระดับราคาขายต่ำกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตรราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมากนัก แต่ก็มากกว่าในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2561 ประมาณ11% และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ประมาณ 8.6%

 

ราคาขายเฉลี่ยของโครงการคอนโดมิเนียมหลายโครงการที่เปิดขายในทุกไตรมาสมากกว่าโครงการเก่าหรือโครงการที่เปิดขายก่อนหน้านี้หลายเดือน ไม่เพียงแต่พื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างอยู่ด้วย

 

สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมในไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 คาดการณ์ว่า ภาพรวมของตลาดคอนโดมิเนี่ยในกรุงเทพมหานครจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องแต่อุปทานเปิดใหม่คงน้อยลงกว่าไตรมาส 3 ก่อนนหน้าซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีคอนโดมิเนียมประมาณ 32 โครงการ ประมาณ 16,417 ยูนิต มูลค่าการลงทุนประมาณ 83,800 ล้านบาทเปิดขายใหม่ในกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ภาพรวมของตลาดคอนโดมิเนียมทั้งปี 2561 เป็นปีที่มีอุปทานเปิดใหม่ทั้งปีในปีนี้อาจจะสูงถึง 61,557 ยูนิต ซึ่งถือว่าอาจจะเปิดอุปทานรายปีที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี

 

อุปทานคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่รายไตรมาส

ที่มา: ฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง