REIC ชี้ปี 61ตลาดอสังหาฯ โต10 % หวั่นปี 62 เสี่ยงรอบด้านฉุดตลาดร่วง

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผยภาพรวมตลาดอสังหาฯ ปี 2561 เติบโตกว่า 10 % พร้อมห่วงปี 2562 ปัจจัยเสี่ยงรอบด้านทั้งสงครามการค้าป่วนเศรษฐกิจโลก กระทบลูกค้าต่างชาติชะลอซื้อคอนโด ดอกเบี้ยขาขึ้น และมาตรการเข้มปล่อยกู้บ้านใหม่ของแบงก์ชาติกระทบคนวางแผนซื้อบ้านหลังแรก ซื้อเพื่อการลงทุน ฉุดภาพรวมอสังหาฯ ปีหน้าลดลงตาม

 

นายวิชัย  วิรัตกพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานกลยุทธ์2  และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2561 และแนวโน้มปี 2562 ว่า สถานการณ์ล่าสุดในช่วงไตรมาส 3 ปี 2561 ตลาดที่อยู่อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งด้านความต้องการหรือ อุปสงค์ (demand) และ อุปทาน (supply) เมื่อเทียบกันกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาโดยพิจารณาจากยอดการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมี 48,617 ยูนิตขยายตัวเพิ่ม 5 % เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อคิดเป็นมูลค่า 139,000 ล้านบาทเพิ่มขึ้นถึง 14.6 % เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีการปล่อยเพิ่มขึ้น 13.3 % ส่วนจำนวนซัพพลายที่เปิดขายใหม่ในตลาด เมื่อคิดเป็นจำนวนยูนิตมีการปรับเพิ่มขึ้น 28.5 % คิดเป็นมูลค่ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 32.6 % ถือเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกหลังจากชะลอตัวมา 4 ไตรมาสติดกัน (ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2560) ส่วนไตรมาส 4 ผู้ประกอบการเริ่มวางแผนการเปิดตัวมากขึ้นแต่ยังน้อยกว่าไตรมาส 3 และมีการเร่งการโอนเพิ่มขึ้นเพื่อหลีกเลี้ยงมาตรการคุมเข้มสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ

คอนโดฯ ต่างจังหวัดยังเหลือขายบาน

สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคในช่วงไตรมาส 3 ปี 2561ตลาดมีความต้องการ (อุปสงค์) ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า โดยสะท้อนจากจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.8 % และมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น 9.8  % โดยมีการเพิ่มขึ้นมากในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญ รวมถึงพื้นที่จังหวัด EEC (ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา) ส่วนด้าน Supply (อุปทาน) มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย  พิจารณาจากการขอใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่ลดลงประมาณ 5.1 %  โดยเป็นผลจากที่อาคารชุดมีการลดลงอย่างชัดเจนถึง 67.9 % เนื่องจากยังมีอุปทานที่อยู่อาศัยเหลือขายสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก  ขณะที่แนวราบกลับมีการเพิ่มขึ้น 5.6 %

“โดยภาพรวมแล้วที่อยู่อาศัยในภูมิภาคการขายยังไม่ดีขึ้นนัก ซึ่งสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่ถูกขับเคลื่อนมาสู่ระดับรากหญ้ากลุ่มคนมีรายได้น้อยยังไม่มีรายได้เพิ่มขึ้น จึงชะลอการซื้อที่อยู่อาศัย”

 

อย่างไรก็ดี หากมองแนวโน้มภาพรวมตลอดทั้งปี 2561 คาดว่าทั้งด้านดีมานด์และซัพพลายยังคงขยายตัวต่อเนื่องมากกว่าปี 2560 สอดคล้องกันกับทิศทางการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศ ที่เป็นผลมาจากการขยายตัวด้านการส่งออก และภาคการท่องเที่ยว รวมไปถึงการนำงบประมาณเข้าไปลงทุนในโครงการขนาดใหญ่หรือโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ ที่เร่งการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ รวมถึงรถไฟความเร็วสูง ขณะที่มาตรการคุมสินเชื่อของแบงก์ชาติ จะส่งผลทำให้มีการเร่งการโอนกรรมสิทธิ์และสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อหลีกเลี่ยงข้อบังคับก่อนที่มาตรการจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2562  กล่าวโดยสรุป ในปีนี้ภาพรวมของทั้งปียังคงเติบโตทั้งเชิงมูลค่า และซัพพลาย ตลอดจนยอดโอน ที่ขยายตัว 10-12%

ห่วงปัจจัยลบฉุดตลาดปีหน้าร่วง10-20%

 

นายวิชัย  ยังกล่าวให้ความเห็นถึงแนวโน้มภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ ปี 2562 ยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบกำลังซื้อทำให้เกิดการชะลอตัวประมาณ 10-20 % โดยปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นนั้น อาทิ

  • ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง เห็นได้จากเสียงแตกของการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งล่าสุด (14 พ.ย. 2561) มีมติ 4 ต่อ 3 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ย (ดบ.) นโยบายไว้ที่ 1.50 % ต่อปี  โดย 3 เสียงเห็นควรให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 % จาก 1.50 % เป็น 1.75 % ต่อปี
  • มาตรการคุมเข้มในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ของแบงก์ชาติ นโยบายนี้เชื่อว่าจะกระทบตลาดบ้านหลังแรก 30-40% รวมถึงกระทบผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง ขณะที่กลุ่มผู้ซื้อเพื่อการลงทุน อย่างน้อยเกือบ 50 % ของคนกลุ่มนี้ย่อมได้รับผลกระทบ และเกิดความลังเลในการซื้อที่อยู่อาศัย เพราะต้องวางเงินดาวน์มากขึ้น
  • ตลาดโลกมีความเสี่ยง จากสงครามการค้า และเศรษฐกิจโลกหดตัว ตลาดท่องเที่ยวที่หดตัว อาจส่งผลให้ลูกค้าต่างชาติ อาทิ กลุ่มคนจีน ญี่ปุ่น  นั้นหายไปจากตลาด ซึ่งนั่นจะส่งผลกระทบต่อตลาดคอนโดมิเนียมที่กฎหมายเปิดให้ต่างชาติถือครองในสัดส่วน 49 % ชะลอตัว

 

พร้อมกันนี้นายวิชัย ยังกล่าวในตอนท้ายว่า ภาวการณ์ชะลอตัวที่เกิดจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะมาตรการของแบงก์ชาตินั้นคงได้รับผลกระทบในเชิงลบสักระยะ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี หลังจากนั้นตลาดน่าค่อยๆ จะปรับตัวดีขึ้น

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง