จับตา “เมืองจุฬาฯอัจฉริยะ”จุดเปลี่ยนทำเลพระราม4โฉมใหม่

เมืองจุฬาฯอัจฉริยะ” เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่เขตพาณิชย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริเวณสวนหลวง- สามย่าน ถือเป็นการพัฒนาพื้นที่ที่เป็นกรรมสิทธิ์ที่ดินขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวในเขตพาณิชยกรรมศูนย์กลางเมืองของกรุงเทพมหานคร ที่อยู่ติดกับพื้นที่สถาบันการศึกษา ด้วยขนาดพื้นที่ถึง 291 ไร่ จากที่ดินทั้งหมด 1,153 ไร่ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย นับได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่ง เดียวของโลก ที่มีอาณาเขตกว้างขวาง และตั้งอยู่ในศูนย์กลางเมืองหลวงของประเทศ

 

จุดเปลี่ยนเกิด “เมืองจุฬาฯอัจฉริยะ”

ดร.พรสรร วิเชียรประดิษฐ์ อาจารย์ประจำภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (Uddc) เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีแผนจะจัดทำโครงการแผนแม่บทฉบับใหม่ ประกอบกับทางจุฬามีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารชุดใหม่เมื่อปี2559 ที่ผ่านมา และมีแผนที่จะพัฒนาอุทยานจุฬาฯ100 ปี ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนและจุดเริ่มต้นของแนวคิด  “เมืองจุฬาฯอัจฉริยะ” ที่ต้องการทำแผนแม่บทที่สามารถใช้งานได้จริง ประกอบกับในช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกัน สถาบันอาคารเขียวไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ในการประกวดการออกแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities-Clean Energy) จึงทำให้ทางจุฬาฯจัดทำแผนแม่บทออกเป็น 2 ส่วน คือแผนแม่บทที่จุฬาฯใช้งานเองและแผนแม่บทสำหรับร่วมประกวด โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนา”เมืองจุฬาฯอัจฉริยะ”คือ 1.เมืองสุขภาวะ 2.ต้นแบบเศรษฐกิจและสังคมใหม่ และ3.สมาร์ทซิตี้ บนพื้นที่การพัฒนาทั้งหมด 291 ไร่

ทั้งนี้การพัฒนาในพื้นที่ “เมืองจุฬาฯอัจฉริยะ”จะแบ่งเป็น 5 โซนหลัก คือ 1. บริเวณริมถนนพระราม4 จะพัฒนาเป็นธุรกิจเชิงพาณิชย์ อาคารสำนักงาน

2.พื้นที่หัวมุมถนนบรรทัดทอง-ถนนพระราม4 จะพัฒนาเป็นพื้นที่เพื่อการพาณิชย์ อาคารสำนักงาน คล้ายๆกับพื้นที่โซนแรก แต่จะมีจำนวนที่น้อยกว่า

3.พื้นที่ลริเวณโดยรอบ “อุทยานจุฬาฯ100 ปี” จำนวน 29 ไร่ จะเน้นบริษัทชั้นนำในหลากหลายธุรกิจเป็นพื้นที่ตัวอย่าง เพื่อสร้างมูลค่าให้กับที่ดิน ซึ่งโซนนี้จะเป็นการทุนเองของจุฬาฯ หวังส่งเสริมการเรียนรู้ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดทำวัตถุประสงค์ของการว่าจ้างและผลงานที่ต้องการ(TOR) คาดว่าภายใน 2 ปีอาคารแรกจะดำเนินการแล้วเสร็จก่อน

4.โซนที่อยู่อาศัยแนวสูง โดยบางส่วนอาจจะพัฒนาเป็นหอพักนักศึกษาและสวัสดิการบุคคลากรจุฬาฯ

5.พื้นที่บริเวณด้านข้างสนามกีฬาสนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า สนามจุ๊บ จะเน้นในเรืองการท่องเที่ยวและกีฬา เพราะอยู่ใกล้สถาบันศึกษาหลายแห่ง รวมไปถึงใกล้ห้างสรรพสินค้า และแหล่งท่องเที่ยวมากมาย

ศูนย์กลางการเรียนรู้แห่งใหม่ในอนาคต

การที่โครงการพัฒนาพื้นที่เขตพาณิชย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริเวณสวนหลวง- สามย่าน จะกลายเป็นพื้นที่ตัวอย่างของ “เมืองอัจฉริยะ” ในบริบทของพื้นที่พาณิชยกรรมศูนย์กลางเมืองหลวง นอกจากจะส่งผลทางด้านบวกกับคนเป็นจํานวนมากในพื้นที่เมืองที่มีความหนาแน่นสูง ทั้งในทุกมิติอัจฉริยะของการจัด การพลังงาน การสัญจร ชุมชน สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ อาคาร รวมทั้งการบริหารจัดการเมือง และการสร้าง นวัตกรรมเมืองแล้ว ในวาระที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 2แห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี2560 พื้นที่  “เมืองจุฬาอัจฉริยะ” นี้ ยังจะมีบทบาทในการชี้นำและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในสังคม โดยเป็นพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาพื้นที่เขตพาณิชยกรรมศูนย์กลางเมือง ที่เน้นกําไรจากการสร้างนวัตกรรมทางสังคม มากกว่าการสร้างรายได้ทางธุรกิจแต่เพียงอย่างเดียว สมกับบทบาทในฐานะ “มหาวิทยาลัยของแผ่นดิน” ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้สถาปนา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ต้องสืบสานบทบาทของการเป็น “เสาหลัก” ของแผ่นดิน และสามารถเป็น จุดอ้างอิง และชี้ทิศทางสําหรับการพัฒนาประเทศได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน

 

ที่สําคัญการเป็นพื้นที่เมืองอัจฉริยะในเขตพาณิชยกรรมศูนย์กลางเมืองเพียงแห่งเดียว ที่มีนโยบายการพัฒนาและการบริหารจัดการควบคู่ไปกับสถาบันการศึกษา อย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทําให้พลวัตของการถ่ายทอดความรู้เชิงวิชาการ สู่การสร้างนวัตกรรมทางสังคมผ่านการพัฒนาพื้นที่ สามารถดําเนินการได้อย่างมั่นคง แน่นอน และเป็นรูปธรรม หากวัตถุประสงค์ที่สําคัญและยั่งยืนที่สุดในการสร้างเมืองอัจฉริยะ ที่นอกเหนือไปจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีใดๆ คือ ความสามารถในการพัฒนาสังคมอัจฉริยะ ที่ประกอบไปด้วย “คน” ที่มีจิตสานึกอย่างอัจฉริยะ

 

พื้นที่เมืองจุฬาอัจฉริยะนี้ จะช่วยยกระดับการเรียนการสอน สนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา พฤติกรรมของนิสิตและบุคลากรอย่างเต็มศักยภาพ สามารถแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดความรู้เชิงวิชาการ จากมหาวิทยาลัยสู่สังคมภายนอกอย่างแท้จริงและเป็นรูปธรรม อาทิ นวัตกรรม ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการแพทย์ ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สามารถพัฒนานวัตกรรมร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย กับสถาบันการศึกษาอื่นๆ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้มาต่อยอดในเชิงธุรกิจ ผ่านการพัฒนาพื้นที่ พาณิชยกรรมศูนย์กลางเมืองที่ตั้งอยู่เคียงคู่กับพื้นที่การศึกษาเพียงแห่งเดียวของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเป็น พื้นที่เมืองอัจฉริยะ ที่มีศักยภาพรองรับความเปลี่ยนแปลงจากพลวัตของสิ่งแวดล้อมโลก และพลวัตของคนรุ่น ใหม่จากมหาวิทยาลัยที่หล่อเลี้ยงเข้ามาในพื้นที่ตลอดไป

 

ยักษ์อสังหาฯ-องค์กรรัฐสนเข้าลงทุน

พื้นที่บางโซนอาจจะให้เอกชนเข้ามาร่วมประมูลและลงทุนพัฒนาขึ้นมา ซึ่งทราบว่าขณะนี้มีผู้ประกอบการอสังหาฯรายใหญ่หลายรายที่มีเทคโนโลยีจากต่างประเทศให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนด้วยเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีองค์กรภาครัฐให้ความสนใจจะเข้ามาเช่าพื้นที่หรือร่วมพัฒนาด้วยเช่นกัน

 

“เชื่อว่าเมื่อ”เมืองจุฬาฯอัจฉริยะ”ดำเนินการพัฒนาแล้วเสร็จทั้งหมดแล้ว จะสามารถใช้งานในทักพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น และอาจทำให้จุฬาฯสามารถต่อยอดโมเดลองค์ความรู้นี้จากมหาวิทยาลัยทั่วโลกได้อีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์4.0 ของภาครัฐ”ดร.พรสรร กล่าวในที่สุด

 

** prop2morrow โดย คุณวาสนา กลั่นประเสริฐ  เบอร์โทร.02-632-0645 E-mail : was_am999@yahoo.com

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง