ยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสองพุ่งกว่า 2.9 แสนลบ.

 

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผยตัวเลขยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสองปี 2561 ทะลุกว่า 2.9 แสนล้านบาท เติบโต 16 % จากปีก่อน พร้อมจับตาคอนโดฯที่ซื้อขายกันในปีที่ผ่านมาจะนำกลับมาขายใหม่อีกครั้งส่งผลให้ตลาดคอนโดฯเติบโตในเชิงมูลค่าเพิ่ม 25 % ในปี 2562  ฝากกระทรวงการคลัง – รัฐบาลใหม่ผลักดันกม.นายหน้าหวังยกระดับธุรกิจ

 

 ดร.วิชัย  วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC)  เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดบ้าน(รวมคอนโดมิเนียม)มือสองว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2561 มียอดโอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่ 219,000 ล้านบาท(ลบ.) คิดเป็นสัดส่วน 40 % ของยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด โดยประมาณการณ์ถึงปลายปี 2561 จะมียอดโอนกรรมสิทธิ์ของตลาดบ้านมือสองรวมมูลค่ากว่า 290,000 ล้านบาท ถือว่ามีมูลค่าค่อนข้างมาก

 

ทั้งนี้ แยกพื้นที่ของตลาดบ้านมือสอง ระหว่างกรุงเทพฯ / ปริมณฑลกับภูมิภาคนั้นจะมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันคือ 50 : 50  โดยเป็นคอนโดมิเนียมคิดเป็นสัดส่วน 20 % ส่วนที่อยู่อาศัยแนวราบอยู่ที่ 80 % จากสัดส่วนดังกล่าวจะเห็นว่าในบ้านมือสองนั้นมีสัดส่วนคอนโดฯยังไม่มากนัก หลักๆจะอยู่ในกรุงเทพฯ/ปริมณฑล และเมืองใหญ่ๆ

 

หากดูอัตราการเปลี่ยนแปลงมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ของตลาดบ้านมือสอง จะเห็นว่าการขยายตัวของการโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2561 เพิ่มขึ้นจากปี 2560 อยู่ที่ 16 % สะท้อนให้เห็นว่าการซื้อขายของตลาดบ้านมือสองเติบโตขึ้นค่อนข้างมากในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับหากแบ่งตามพื้นที่จะเห็นว่าในเขตกรุงเทพฯ/ปริมณฑลเติบโต 26 % ส่วนพื้นที่ภูมิภาคมีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เติบโต 59 % ซึ่งถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงมูลค่าค่อนข้างมาก

ในส่วนของคอนโดฯ ในปี 2561 พบว่า มีมูลค่าลดลง 6 % ขณะที่จำนวนหน่วยนั้นเพิ่มขึ้น ส่วนที่อยู่อาศัยแนวราบมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 23 % สะท้อนให้เห็นว่า บ้านแนวราบเป็นบ้านมือสองเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น เพราะบ้านใหม่ที่ออกมาสู่ตลาดมีราคาแพงขึ้น ดังนั้นการซื้อบ้านมือสองคิดเป็นมูลค่า 60-70 % ของมูลค่าบ้านใหม่ที่อยู่ในทำเลเดียวกัน

 

สำหรับ Supply (อุปทาน) ประมาณการณ์ในปี 2561 อยู่ที่ 135,000 หน่วย (ยูนิต) ในจำนวนนี้ พบว่า อยู่ในกรุงเทพฯ/ปริมณฑลคิดเป็นสัดส่วน 40 % และอยู่ในภูมิภาคคิดเป็นสัดส่วน 60 % ทั้งนี้จากจำนวนหน่วยทั้งหมดที่อยู่ในกรุงเทพฯ/ปริมณฑลนั้นจะเห็นว่าเป็นคอนโดมิเนียมคิดเป็นสัดส่วน 70 % นี่เป็นอีกจุดหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าตลาดคอนโดฯ มีการเติบโตมากและเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นเด่นชัดในช่วง1 ปีที่ผ่านมา

คาดปี 2562 สัดส่วนมูลค่าคอนโดฯ ปรับเพิ่มเป็น 25 %

พร้อมกันนี้ ดร.วิชัย ยังกล่าวถึงภาพโดยรวมของตลาดบ้านมือสองในปี 2562 อัตราการเปลี่ยนแปลงในด้านอุปทานจะต่างจากปี 2561 โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ/ปริมณฑลคาดว่าจะเป็นสัดส่วน 60%  ส่วนอุปทานอยู่ในภูมิภาคคิดเป็นสัดส่วน 40 % และคาดการณ์ว่าคอนโดมิเนียมที่มีการซื้อขายกันในปีที่ผ่านมาคาดว่าจะนำกลับมาขายเป็นมือสองในปีนี้ ซึ่งนั่นจะเป็นอีกเหตุผลสำคัญทำให้มูลค่าการซื้อขายของคอนโดมิเนียมมือสองจะปรับเพิ่มเป็น 25 % จากปี 2561 ที่มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 20 %

 

อย่างไรก็ดี รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับตลาดบ้านมือสอง และได้ส่งเสริมให้ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ได้พัฒนาแพลทฟอร์มสำหรับการซื้อขายบ้านมือสองทั้งตลาดคาดว่าจะพัฒนาระบบให้แล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2562 พร้อมกับจะรวบรวมทรัพย์ NPA (Non-Performing Assets) จากแบงก์รัฐทั้งหมดเข้าระบบแพลทฟอร์มที่สร้างขึ้นก่อน จากนั้นก็จะขยายสู่ทรัพย์สินของประชาชนทั่วไปในอนาคตในปี 2563 พร้อมกับจะเปิดกว้างให้ประชาชนนำทรัพย์มาฝากขาย รวมถึงเข้ามาซื้อทรัพย์ผ่านช่องทางนี้ได้

 

ฝากกระทรวงการคลัง – รัฐบาลใหม่ผลักดันกม.นายหน้า

ส่วนประเด็นที่ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายนายหน้า (โบรกเกอร์) มากำกับและดูแลธุรกิจนี้นั้น ดร.วิชัย กล่าวให้ความเห็นว่า ควรมีการผลักดันให้มีการออกกฎหมายนี้มาดูแลธุรกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับตลาด รวมถึงเป็นการยกระดับธุรกิจให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพและคนทำงานทางด้านนี้ให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น เพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายเปลี่ยนมือ

 

“กฎหมายนายหน้ามีการพูดถึงและพยายามที่ผลักดันให้เกิดมากว่า 10 ปี แต่จนถึงวันนี้ยังไม่สำเร็จ ซึ่งจริงๆแล้วกฎหมายนี้มีความสำคัญมาก” ดร.วิชัย กล่าว  พร้อมกล่าวในตอนท้ายว่า ปัจจุบันตลาดบ้านมือสองมีการขยายตัวและมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคงต้องรอดูนโยบายของกระทรวงการคลังและรัฐบาลชุดใหม่อีกครั้งว่าจะมีนโยบายในเรื่องดังกล่าวอย่างไร

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง