ตลาดซื้อขายรร.ปี’62ยังคึกคักกว่าคาดการณ์

JLL เผยตลาดการลงทุนซื้อขายโรงแรมในประเทศไทยปี62ยังคึกคัก ระบุปี61 มีการซื้อขายรวมมูลค่าทั้งสิ้น 14,000 ล้านบาท ติดอันดับ 5 ภูมิภาคเอเชีย แต่ลดลงจากปี60ประมาณ22% ผู้ซื้อส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในธุรกิจรร.มาก่อน โดยกรุงเทพฯ ยังเป็นเมืองที่มีการซื้อขายเกิดขึ้นมากที่สุด สัดส่วน 73%

 

นายไมค์ แบทเชเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรม บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ JLL  เปิดเผบว่า ประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในตลาดการลงทุนซื้อขายโรงแรมคึกคักมากที่สุดในเอเชีย โดยในปี 2561 มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดอยู่ในอันดับ 5 ของภูมิภาค รองจากสี่อันดับแรกคือ ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และฮ่องกง สำหรับปี 2562 นี้ คาดว่า การลงทุนซื้อขายโรงแรมในไทยจะยังมีสภาพคึกคัก เนื่องจากนักลงทุนยังคงสนใจสูง ภาคการท่องเที่ยวยังคงมีแนวโน้มที่ดี แม้การขยายตัวของนักท่องเที่ยวจากจีนจะลดลง แต่ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในปีที่ผ่าน ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 38.3 ล้านคน และคาดว่าในปีนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 40.3 ล้านคน

 

“นอกเหนือจากการมีชื่อเสียงที่มั่นคงในฐานะหนึ่งในประเทศได้รับความนิยมจากที่นักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก ความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐฯ ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนถึงการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโครงการขยายสนามบินหลักๆ จะช่วยเอื้อให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทยมีศักยภาพที่สูงมากยิ่งขึ้นต่อไป” นายแบทเชเลอร์ กล่าว

 

ด้านนายนิฮาท เออร์แคน กรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรมภาคพื้นเอเชีย บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ JLL เปิดเผยถึงตลาดการลงทุนซื้อขายโรงแรมในประเทศไทย ว่ายังคงคึกคัก โดยในปีที่ผ่านมา มีการซื้อขายเกิดขึ้นคิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 14,000 ล้านบาท แม้จะสูงกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้และสูงกว่ามูลค่าเฉลี่ยของช่วงห้าปีก่อนหน้า (2556-2560) ที่ 13,200 ล้านบาทต่อปี แต่ยังต่ำกว่าปี 2560 ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนซื้อขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 17,100 ล้านบาท ตามการรายงานจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล

 

“นักลงทุนไทยและต่างชาติยังคงมีความสนใจสูงในการซื้อโรงแรมในประเทศไทย แต่การที่มีโรงแรมเสนอขายน้อยลงและช่องว่างที่เพิ่มขึ้นระหว่างราคาที่ผู้ขายและผู้ซื้อคาดหวัง ทำให้มูลค่าการลงทุนในปีที่ผ่านมาไม่สูงเท่ากับปี 2560 ซึ่งเป็นปีที่มีมูลค่าสูงสุด”นายนิฮาท กล่าว

 

ทั้งนี้ข้อมูลจากหน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรม JLL ระบุว่า การลงทุนซื้อขายโรงแรมในประเทศไทยในปี 2561 มีมูลค่าลดลงจากปี 2560 ประมาณ 22% โดยมีการซื้อขายโรงแรมเกิดขึ้น 7 รายการที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเกาะสมุย เทียบกับปี 2560 ที่มีการซื้อขายเกิดขึ้น 12 รายการที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต หัวหิน เชียงราย นครราชสีมา พัทยา และเกาะลันตาที่กระบี่

 

โดยกรุงเทพฯ ยังคงเป็นเมืองที่มีการซื้อขายโรงแรมเกิดขึ้นมากที่สุดในปีที่ผ่านมา มีสัดส่วนคิดเป็น 73% ของมูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นทั้งหมดในประเทศไทย ในส่วนของผู้ซื้อ พบว่า นักลงทุนไทยเป็นผู้ซื้อหลัก โดยในปีที่ผ่านมา การซื้อของนักลงทุนไทยมีสัดส่วนคิดเป็นมากกว่า 80% ของมูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นทั้งหมด นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่า เกือบ 70% ของมูลค่าการซื้อโดยนักลงทุนไทย เป็นการซื้อโดยบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในธุรกิจโรงแรม สะท้อนให้เห็นถึงการกระจายการลงทุนของบริษัทต่างๆ เข้ามาในธุรกิจโรงแรมมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เริ่มเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนนักลงทุนต่างชาติที่ซื้อโรงแรมในไทยในปีแล้ว มาจากสองชาติคือ สิงคโปร์และสหราชอาณาจักร

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง