CBRE เผยอสังหาฯ ปี’62 เผชิญหลายปัจจัยท้าทาย

ซีบีอาร์อีเผยแนวโน้มตลาดอสังหาฯ ปี 62 เจอหลายปัจจัยท้าทาย  คอนโดฯ ปรับสูงขึ้นตามราคาที่ดิน  ผู้ประกอบการเร่งระบายสต๊อก คาดซัพพลายใหม่ย่านใจกลางกทม.ปีนี้ลดลงมาที่ 9,000 ยูนิต  ผู้ประกอบการเปิดพื้นที่ทำเลใหม่-เช่าที่ดินระยะยาวผุดมิกซ์ยูส กระจายความเสี่ยง เชื่อหลังเลือกตั้งรัฐบาลใหม่เข้าบริหารมีเสถียรภาพ การเมืองนิ่งแน่นอนและมองหาทำเลใหม่ ต่างชาติเบนเข็มหันร่วมทุนแนวราบ ญี่ปุ่นยังเป็นสัดส่วนมากสุด 78 %

 

 

นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด (CBRE) เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 ว่า เป็นปีที่มีความเปลี่ยนแปลงและท้าทาย ต่างจากช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยมาจากหลายปัจจัย ได้แก่  ราคาขายคอนโดฯ ที่สูงกว่ากำลังซื้อ หากย้อนไปเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา ราคาขายคอนโดฯ เฉลี่ยจะอยู่ที่ 200,000 บาท/ตารางเมตร และปี 2561 ที่ผ่านมาราคาปรับขึ้นมาที่ 280,000 บาท/ตารางเมตร และเมื่อเทียบกับราคาคอนโดฯ ในรอบ 20-30 ปีที่ผ่านมา มีการปรับขึ้นเฉลี่ยปีละ 8-9 %  แต่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาราคาที่ดินปรับสูงมากยิ่งขื้น ส่งผลให้ราคาขายคอนโดฯ สูงขึ้นเฉลี่ย 12.5-13 % ต่อปี   ขณะเดียวกันผู้ประกอบการบางรายก็มีการพัฒนาสินค้าในบางทำเลที่ผิดกลุ่มเป้าหมาย และมีราคาขายที่สูงเกินกว่ากำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทำให้มีสต๊อกในตลาดเหลือมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งระบายสินค้าเก่ามากกว่าการเปิดตัวโครงการใหม่ ทำให้ในปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนซัพพลายย่านใจกลางกทม.ที่เปิดใหม่เข้ามาในปีนี้ลดลงมาที่ 9,000 ยูนิต จากปีก่อนที่ 12,000 ยูนิต

 

มาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value :LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีผลกระทบต่อตลาดระดับกลาง-บน และไฮเอนด์ แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดลักชัวรี่และซูเปอร์ลักชัวรี่  ขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น 0.25 % จะมีผลกระทบต่อตลาดระดับกลาง-ล่าง แต่ในระยะยาวไม่มั่นใจว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นไปแตะเพดานที่เท่าไหร่

 

สถานการณ์ทางการเมือง ในปีนี้มองว่าจะส่งผลกระทบหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความมั่นคง หากรัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศ ไม่มีเรื่องรุนแรง ก็เชื่อว่าการเมืองก็จะส่งผลแค่ในระยะสั้นเท่านั้น

เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบในระยะยาว เนื่องจากมั่นใจว่าประเทศไทยยังเป็นแหล่งท่องเที่ยงอันดับต้นๆ อยู่  สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน อาจจะทำให้เกิดการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวและนักลงทุนชาวจีน แต่ยังเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่มีกำลังซื้อสูง และมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

 

ขณะที่การขยายตัวของระบบขนส่งมวลชน จะมีผลต่อธุรกิจอสังหาฯ ในด้านบวก เช่น การเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสายสีน้ำเงิน ในปีนี้ ที่จะส่งผลกระทบต่อที่ดินที่อยู่รอบๆ แนวรถไฟฟ้า ที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยให้มีความคึกคักมากขึ้น และผู้ประกอบการจะมีการเปิดพื้นที่ในทำเลใหม่ ที่ราคาที่ดินยังไม่สูงมากเพิ่มขึ้น

 

Agile Workplace (พื้นที่ทำงานที่มีความคล่องตัว) และ Co-working Space จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และเป็นธุรกิจที่จะเข้ามาแข่งขันกับอาคารสำนักงาน เช่นเดียวกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นและส่งผลกระทบต่อตลาดรีเทล เนื่องจากมีอัตราการเติบโตที่สูงมาก

 

ผังเมืองใหม่กรุงเทพฯ-ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ ที่จะประกาศใช้ในปี 2563 ที่ขณะนี้ยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนมากนัก แต่ผู้ซื้อคอนโดฯ ก็ยังไม่มีความกังวลมากนัก  หากตลาดคอนโดฯ กลับมาบูมอีกครั้งดีมานด์ก็ยังซื้อเพื่อการลงทุนระยะยาว และอยู่อาศัยมากขึ้น เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีอยู่  ส่วนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor :EEC) ยังเป็นแรงจูงใจในการลงทุน ซึ่งขณะนี้เริ่มมีโครงการภาครัฐประมูลไปแล้วหลายโครงการ

 

สินค้าจะต้องมีจุดขายที่นอกเหนือจากการออกแบบและฟังก์ชั่นที่สวยงาม เช่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียวมากขึ้น รวมไปถึงการใช้ราคาเป็นตัวขาย คือสินค้ามีคุณภาพเท่ากับคู่แข่ง แต่มีราคาที่ถูกกว่า  รวมไปถึงการนำระบบบ้านอัจฉริยะ การจัดการปล่อยเช่า และการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส  เป็นต้น ขณะเดียวกันตลาดแนวราบ เริ่มเกิดขึ้นในพื้นที่มิดทาวน์และพื้นที่ที่เป็นถนนตัดใหม่ ระยะทางไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก เพิ่มมากขิ้น ซึ่งนักลงทุนต่างชาติจะเริ่มชะลอการร่วมทุนพัฒนาโครงการแนวสูงและมาให้ความสำคัญกับโครงการแนวราบมากขึ้น โดยกลุ่มหลักยังเป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่นอยู่ในสัดส่วน 78 %, สิงคโปร์ 8 % , สหรัฐฯ 6 %, จีน 4 % และฮ่องกง 4 %

 

“เราเชื่อว่าในปี2562 นี้ จะเป็นโอกาสทองของกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่เองและลงทุนในระยะยาว เนื่องจากมาตรการควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่เข้มงวดขึ้น จะทำให้จำนวนผู้ซื้ออสังหาฯ ลดน้อยลง ในขณะที่ผู้พัฒนาจะต้องแข่งขันที่จะเร่งระบายสินค้าคงเหลือก่อนที่มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งผู้ซื้ออาจสามารถซื้อโครงการที่ใกล้จะสร้างแล้วเสร็จในราคาที่เท่ากับตอนที่โครงการเปิดตัวได้” นางสาวอลิวัสสา กล่าว

 

นางสาวอลิวัสสา กล่าวเพิ่มเติมว่า  ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในทำเล กรุงเทพฯ จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะมีการชะลอตัวในหลายตลาด ส่วนการแข่งขันในด้านการหาที่ดินแบบมีกรรมสิทธิ์ถาวรหรือฟรีโฮลด์ในทำเลย่านใจกลางเมือง โดยเฉพาะตามแนวรถไฟฟ้า ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง เริ่มหายากมากขึ้น ส่งผลให้ราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้นไปอีกจากสถิติราคาสูงสุดในปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่ดินบนถนนหลังสวนที่ราคา 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา  ดังนั้น ด้วยราคาที่ดินที่ฟรีโฮลด์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บวกกับการเริ่มชะลอตัวของตลาดคอนโดฯ ทำให้ผู้ประกอบการหันมาพิจารณาที่ดินแบบเช่าระยะยาวมากขึ้น โดยมีการปรับแผนการลงทัน และกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดอื่นๆ เช่น อาคารสำนักงาน โรงแรม และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ เป็นต้น

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง