LTVพ่นพิษคอนโดฯต่ำกว่า3ล้านอืด จีนชะลอซื้อรอกวาดของถูก

โบรกเกอร์ “ที กรุ๊ป แอซเซ็ทฯ” ชี้LTV กระทบตลาดขายอสังหาฯ แบงก์เข้มปล่อยกู้ คอนโดฯ-บ้าน ต่ำกว่า 3 ล้านบาทส่ออ่วม คอนโดมิเนียมทำเลสายสีม่วงยังต้องใช้เวลาระบายซัพพลาย จ่อรีเจกต์พุุ่งกว่า 50% ระบุตั้งแต่ไตรมาส2 การแข่งสูงจะเกิดสงครามราคา ชี้จีนชะลอซื้อรอกวาดของถูก

นายธาตรี นุชสวาท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที กรุ๊ป แอซเซ็ท จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจในการบริหารเกี่ยวกับเรื่องของการขาย เช่า ขายฝาก และบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ นักธุรกิจคนรุ่นใหม่ ซึ่งดำเนินธุรกิจบริษัทที่ปรึกษาการขายและการตลาด (เอเยนต์) เปิดเผยถึง ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีแรกว่า อาจทรงตัว จากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ส่งผลให้รายได้จากการขายจะปรับลดลง ซึ่งจะทำให้เกิดการชะลอเปิดโครงการใหม่ ในขณะที่ภาวะการแข่งขันจะรุนแรง และนำไปสู่สงครามราคาเกิดขึ้น ซึ่งภาพดังกล่าวจะเห็นในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้  โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมที่มีก่อสร้างแล้วเสร็จมาแล้ว 4 ปี จะมีการลด(ดัมพ์)ราคาลงไม่น้อยกว่า 10% ขณะที่แนวโน้มตัวเลขการปฎิเสธสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นกว่า  50% จากปัจจุุบันเฉลี่ยทั้งตลาดอยู่ที่ 40%

 

“อยากให้ภาครัฐ มีการทบทวนมาตรการด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ โดยเฉพาะการพิจารณาว่า อสังหาเป็นการออมเงินอย่างหนึ่ง อย่ามองเพื่อการลงทุนอย่างเดียว เพราะอสังหาฯนับเป็นปัจจัยที่ 4 ของชีวิต และเหตุผลที่ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อที่สำคัญ ก็อยู่บนพื้นฐานที่เรียกง่ายๆว่า 4 ใกล้1ไกล ได้แก่ ใกล้ที่ทำงาน ใกล้โรงเรียนลูก ใกล้บ้านพ่อแม่ ใกล้แหล่งที่อยู่เดิม และไกลจากความวุ่นวาย “นายธาตรี กล่าว

 

ในส่วนกำลังซื้อต่างชาตินั้น ตลาดหลักยังเป็นจีนมีสัดส่วน 80% โดยระดับราคาที่ซื้อและสนใจไม่เกิน 150,000 บาท/ ตารางเมตร  เพิ่มขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 120,000 บาท/ตารางเมตร  ซึ่งกำลังซื้อกลุ่มนี้กำลังดูสถานการณ์ทั้งการเลือกตั้ง มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value หรือ LTV) การเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้กำลังซื้อภายในประเทศลดลง ขณะที่ประเทศจีนยังมีความผันผวนของค่าเงินหยวน เศรษฐกิจยังไม่ดีพอ ดังนั้น จะรอซื้อของที่ราคาถูกลงและทำเลที่ใช่ เช่น พระราม9 รัชดา ฯลฯ เนื่องจากราคาตอนนี้แพงไปถึง 170,000-180,000 บาท/ตารางเมตร หรือแม้แต่ทำเลเอกมัย ราคาเสนอขายคอนโดฯสูงไป 180,000-200,000 บาท/ตารางเมตร

 

นายธาตรี กล่าวด้วยความเป็นห่วงต่อผลบังคับใช้ LTV ในวันที่ 1 เมษายน 2562 ว่า ได้ทำให้หลายสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยระดับต่ำกว่า 3 ล้านบาท ทั้งนี้ พบว่าในช่วง 2 เดือนแรก พบข้อมูลการปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์กว่า 50% คาดการณ์ว่าในไตรมาสแรกปีนี้จะมีอัตราการปล่อยกู้เพียงแค่ 40-50% เท่านั้น โดยในส่วนของบริษัท คาดว่าจะสามารถโอนโครงการได้ไม่ถึง100 ยูนิต จากเป้าหมายที่วางไว้คือ 200 ยูนิต เฉลี่ยพอร์ตหลักของบริษัทกว่า 80% จะมีราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท และที่้เหลือจะเป็นกลุ่มราคาสูงกว่า 3 ล้านบาท

 

“ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ บรรดาผู้ประกอบการทั้งในตลาดและนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมียอดขายและรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดจากการเร่งระบายสต็อกสินค้าก่อน LTV บังคับใช้ แต่ประเมินว่า ช่วงไตรมาส2 รายได้รวมในระบบลดลง  50% โดยผู้ประกอบการระดับกลางจะได้รับผลกระทบมาก สถานการณ์ค่อนข้างน่ากังวล และมีหลายบริษัทอสังหาฯได้ติดต่อเข้ามาเพื่อช่วยระบายสินค้า แต่มีเงื่อนไขต้องโอนให้ได้ตามเป้า ที่สูงมากและเวลาอันสั้น ตนเองมองเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก เพราะเรื่องการขายและโอนฯ อย่างน้อยต้องใช้เวลา30วัน จะให้เวลา10-15วันไม่มีทางเป็นไปได้ และหากไม่มีการเตรียมงานและวางแผนตั้งแต่ตอนนี้ รับรองไตรมาส2เป็นต้นไปวิกฤตแน่นอน”นายธาตรี กล่าว

 

ทั้งนี้ พบว่าการซื้อและขอสินเชื่อสำหรับอสังหาฯในกรุงเทพฯจะมีการปฏิเสธสินเชื่อน้อยกว่าในต่างจังหวัด โดยจะเป็นการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัย แต่จะปฏิเสธการปล่อยกู้ หากจะไปซื้อโครงการข้ามจังหวัด และเป็นการซื้อไว้เพื่อพักผ่อนวันหยุดและปล่อยเช่าในวันปกติ แม้ผู้กู้จะมีอาชีพมีรายได้ที่มั่นคงก็ตาม

 

สำหรับทำเลที่น่าเป็นห่วงคือ คอนโดแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งปัจจุุบันซัพพลายไม่ต่ำกว่า 40,000 หน่วย โดยเฉพาะช่วงสถานีเตาปูน-แคราย ระดับราคาเฉลี่ย 110,000 บาท/ตารางเมตร มีถึง 15,000 หน่วย เพราะราคาขายสูงเกินกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมาย ขณะที่แบงก์จะไม่ประเมินบล็อกทั้งโครงการ แต่พิจารณาเป็นรายบุคคล ทำให้เกิดความล่าช้าและเสี่ยงต่อการปฎิเสธสินเชื่อสูง

นอกจากนี้ ยังมีสายสีเขียวช่วงต่อขยายไปคูคต มีซัพพลาย 40,000-50,000 หน่วย ราคาเฉลี่ย 120,000บาท/ตารางเมตร  ขณะที่สายสีเขียวที่ไปบางปู ซัพพลายเหลืออยู่มากเช่นกัน ราคาเฉลี่ย 100,000 บาท/ตารางเมตร ทั้งนี้ ด้วยเหตุจากต้นทุนที่ดินสูง แต่ก็เป็นต้นทุนเพียง 20%ของมูลค่าโครงการ ที่เหลือเป็นคือต้นทุนก่อสร้าง ดอกเบี้ย ค่าการตลาดและกำไร

 

ด้านแผนงานของบริษัทที กรุ๊ป ได้วางกลยุทธ์เพื่อช่วยให้ตัวแทนสามารถปิดการขายให้กับผู้ประกอบการได้ เพื่อลดความเสี่ยงสินค้าคงค้าง กลายเป็นต้นทุนและดอกเบี้ย ซึ่งจะกลายเป็นกระทบเป็นวงโซ่ โดยจะมีการปรับโครงสร้างขยายพอร์ตสินค้าราคา 4 ล้านบาทมากขึ้น พร้อมรุกเจาะกลุ่มเป้าGen-X และ Gen-C มากขึ้น เน้นเป็นบ้านหลังแรก โดยสัดส่วนคอนโดอยู่90% แนวราบ10%

 

พร้อมกันนี้ จะขยายฐานรับลูกค้าโครงการขนาดกลางอย่างน้อย 2 ราย รวมทั้งเพิ่มตัวแทนขายอิสระคุณภาพให้ได้ 100 คน จากปัจจุบัน 60 คนที่มียอดขายต่อเนื่อง เปิดอบรมสร้างนักขายรุ่นใหม่ ทั้งนี้ บริษัทจะยังไม่ปรับเป้ายอดขายโดยคงเป้าเดิมไว้ที่ 3,000 ล้านบาท ประมาณ 1,000 ยูนิต แม้ตอนนี้จะทำได้เพียง10%ก็ตาม เนื่องจากมียอดรอโอนจำนวนมากเช่นกัน

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง