“ไพรินทร์ ชูโชติถาวร”โยนเผือกรัฐบาลใหม่ สานต่อ M-MAP 2หลังรอนาน130ปี

ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร เผยรัฐบาลยังให้ความสำคัญธุรกิจอสังหาฯ อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการภาครัฐและเมกะโปรเจกต์ ทั้งเร่งผุดSmart City หวังลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญทั่วประเทศ  แนะรัฐบาลใหม่สานต่อนโยบายโครงข่ายรถไฟฟ้า M-MAP 2 ครบ 20 สาย หวังนำพาประเทศก้าวหน้า หลังรอมานาน 130 ปี

ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  ในฐานะประธานในพิธี เปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 เปิดเผยว่างานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญ ไม่ใช่เฉพาะแต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ นับเป็นงานแสดง สินค้าที่อยู่อาศัยใหญ่ที่สุด โดยมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ทั้งรายใหญ่ รายกลาง รายเล็ก พร้อมกันนำสินค้าหลากหลายโครงการมาจัดแสดง เพื่อให้ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปที่กำลังเลือกซื้อที่อยู่อาศัย โดย 3 สมาคมผู้จัดงาน ได้แก่ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย ได้ทำให้เรื่องที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องง่าย มาที่เดียวจบทุกราคา ทุกประเภท ทุกทำเล ตรงกับความต้องการมากที่สุด นอกจากนี้ ผู้ซื้อยังจะได้รับสิทธิประโยชน์ทั้งจาก ผู้ประกอบการและแคมเปญกระตุ้นยอดขายจากผู้จัดงานอีกมากมาย

 

“ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจอื่นๆ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ โดยเฉพาะโครงสร้างสาธารณูปโภคด้านการคมนาคมกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นสิ่งคู่กัน ตลอดมา พื้นที่ใดถนนตัดผ่านย่อมเกิดการขยายตัวสร้างความเจริญสู่ชุมชนใหม่ โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาประเทศไทย ให้ก้าวสู่การเป็นประเทศผู้มีรายได้สูง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญไปทั่วประเทศ โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินการ ดังนั้น โครงการเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนของการพัฒนาประเทศ เนื่องจากการเกิด Smart City มีลักษณะความอัจฉริยะใน 7 ด้าน ซึ่งครอบคลุมทั้งด้าน เศรษฐกิจ การขนส่ง พลังงาน สิ่งแวดล้อม การดำรงชีพ พลเมือง และการบริหารงานภาครัฐ”ดร.ไพรินทร์ กล่าว

 

ดร.ไพรินทร์ กล่าวเพิ่มถึง โครงการรถไฟฟ้าเฟส 1 จำนวน 10 สาย ว่า พร้อมจะเปิดให้บริการครบทุกสายภายใระยะเวลา 5 – 6 ปี สามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็นวันละราว 2.7 ล้านคน ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้เริ่มวางแผน งานพัฒนาเฟส 2 ซึ่งมีชื่อเต็มๆ ว่า แผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระยะที่ 2 หรือ M-MAP 2 เพื่อขยายรัศมีโครงข่ายรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยเน้นไปที่พัฒนาสถานีเพื่อเชื่อมต่อการขนส่งทุกรูปแบบ ทั้งรถเมล์  เรือโดยสาร และท่าอากาศยาน และเชื่อว่ายังมีงานอีกมากมายที่จะดำเนินการต่อ เพื่อให้การพัฒนาประเทศ มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบต่อไป โดยการขยายรถไฟฟ้า เฟส2 มีกรอบแนวคิด 5 เรื่องด้วยกัน ได้แก่

1.ใช้รถไฟฟ้าในการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีให้ใช้ประโยชน์สูงสุด

2.เน้นการใช้วัสดุในประเทศและพัฒนาบุคลากร

3.ลดต้นทุนในการลงทุนระบบ

4.เป็นรถไฟฟ้า เพื่อคนทุกกลุ่ม โดยที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะหาพื้นที่แนวรถไฟฟ้าเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยรองรับผู้มีรายได้น้อย และปานกลาง

5.เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเมืองบริวาร

 

สำหรับโครงข่ายรถไฟฟ้าจะทำให้เกิดการพัฒนาในรูปแบบของ TOD  : Transit Oriented Development หรือการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน โดยในแผนของ M-MAP 2 รถไฟฟ้าจะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาเมือง และกระจายความเจริญออกไปสู่รอบนอก โดยได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายในรัศมี 40 กิโลเมตร ,20 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร โดยมีสถานีสยาม สีลม มักกะสัน และพระราม 9 เป็นสถานีศูนย์กลาง โดยมีศูนย์พาณิชยกรรมการหลัก หรือที่เรียกว่า CBD : Central Business District อยู่ที่ พญาไท ปทุมวัน สีลม สาทร อโศก และมี sub CBD อยู่ที่ ศูนย์คมนาคมพหลโยธิน หรือบริเวณสถานีกลางบางซื่อ ศูนย์คมนาคมมักกะสัน และศูนย์คมนาคมตากสิน

 

โดยพื้นที่ชานเมืองในรัศมี 20-30 กิโลเมตร จะประกอบไปด้วย สมุทรปราการ ลาดกระบัง มีนบุรี รังสิต (เน้นพื้นที่มหาวิทยาลัย) บางใหญ่ ศาลายา บางขุนเทียน ส่วนเมืองรองในรัศมี 40 กิโลเมตจร ที่เป็นไปหมาย ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาครฉะเชิงเทรา

 

สำหรับแนวเส้นทางของรถไฟฟ้าเฟส 2 ซึ่งทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ได้ทำการศึกษาร่วมกับ Japan International Cooperation Agency (JICA) เบื้องต้นมี 5 เส้นทาง ได้แก่

1.สายสถานีแม่น้ำ-บางนา-สนามบินสุวรรณภูมิ ระยะทาง 33 กิโลเมตร รองรับกับการเติบโตของเมืองฝั่ง จ.สมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง

2.ส่วนต่อขยายสายสีเทา ช่วงรามอินทรา-ลำลูกกา ระยะทาง 14 กิโลเมตร รองรับการเติบโตของ จ.ปทุมธานี

3.สายรังสิต-ธัญบุรี ระยะทาง 12 กิโลเมตร รองรับการเติบโตพื้นที่โซนเขตเทศบาลนครรังสิต และ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

4.สายสถานีขนส่งสายใต้จากบรมราชชนนี-หลักสี่ ระยะทาง 30 กิโลเมตร รองรับเส้นทางคมนาคมที่มีหลากหลาย และรองรับผู้โดยสารจากสถานีขนส่งผู้โดยสารสายใต้

5.สายบางหว้า-ตลิ่งชัน-นนทบุรี-บางกะปิ แนวเส้นทางจะเป็นลักษณะวงแหวน มีระยะทาง 42 กิโลเมตร จะรองรับพื้นที่ที่ยังไม่มีระบบรถไฟฟ้าเข้าไปถึง และเป็นระบบสายรองที่รองรับโครงข่ายหลักทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีส้ม และสายสีม่วง คาดว่าจะเริ่มโครงการได้ในปี 2563

 

“รัฐบาลใหม่ต้องสานต่อนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลนี้ทำไว้ ที่เดินไปแล้วภายใต้M MAP1 จำนวน 10 สายในรัศมี 20 กิโลเมตร โดยยังมีแผนการก่อสร้าง รถไฟฟ้าอีก 10 สาย ภายใต้ M-MAP2 ซึ่งอยู่รัศมีรอบนอกอีก 40 กิโลเมตร อาทิ จะเชื่อมไปถึงจ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งการพัฒนานี้ไม่เพียงแต่ขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาฯ แต่ยังช่วยพัฒนาประเทศในภาพรวม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้ง 20 สายนี้ ประเทศไทยเรารอมาแล้วถึง130 ปี หลังจากที่ไม่ได้มีการพัฒนาระบบรางมานับตั้งแต่เปิดให้บริการสถานีรถไฟหัวลำโพง และยังมีโครงการอื่นๆอีกมากมายที่รัฐบาลใหม่ต้องสานต่อ เพื่อความก้าวหน้า เพราะโครงสร้างพื้นฐานเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ”ดร.ไพรินทร์ กล่าว

 

ดร.ไพรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2561 ที่ผ่านมารัฐบาลได้เปิดโครงการนำร่องเมืองอัจฉริยะ 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น กรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา สำหรับปีนี้จะขยายแผนงานไปยัง 24 จังหวัด และคาดว่าภายในเวลา 5 ปีจะขยายไปทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้ทำการเปิด รับสมัครเมืองทั่วประเทศ เพื่อนำมาพัฒนาเป็น Smart City เมื่อผ่านเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด เมืองเหล่านั้นก็จะได้รับ ตราสัญลักษณ์ Smart City สามารถขอรับสิทธิส่งเสริมการลงทุน จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ได้

 

นอกจากนี้ ภายใต้แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย ตั้งแต่ปี 2558 – 2565 กระทรวงคมนาคม ยังมุ่งพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทุกโครงข่าย ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ให้เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อสร้างรากฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในประเทศ รวมถึงการ สร้างสถานีขนส่ง หรือจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทางด้วยการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน หรือ Transit Oriented Development เพื่อช่วยกระจายความเจริญไปยังภูมิภาคตามแนวสายทางการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะเอื้อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชยกรรม แหล่งงาน และแหล่งที่อยู่อาศัย เป็นต้น

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง