รฟท.ชงสำนักผังเมืองกทม.แก้ผังสีแปลงตึกแดงบางซื่อจูงใจเอกชนลงทุน

วันนี้ (27 มีนาคม 2562 ) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้จัดสัมมนาเพื่อศึกษา ทบทวน และสำรวจ ความสนใจของผู้ประกอบการเอกชน (Market Sounding)ทั้งจากในประเทศไทยที่เป็นผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อาทิ  บริษัท อนันดาฯ กลุ่มซีพีเอ็น กลุ่มซีพีแลนด์ และเอสซีจี เป็นต้น รวมถึงนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่สำนักงานใหญ่การรถไฟแห่งประเทศไทยและพื้นที่ต่อเนื่องบริเวณตึกแดงบางซื่อ ตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ให้เอกชนร่วมลงทุนในการกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 ณ โรงแรม แกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน  ส่วนการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้ที่มีส่วนได้-เสียของคนในพื้นที่นั้นกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 2 เมษายน 2562

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการ กลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวระหว่างเปิดการประชุมว่า  โครงการพัฒนาดังกล่าวตั้งอยู่บนเนื้อที่ 120 ไร่ (จากทั้งหมดกว่า 2,000 ไร่) ซึ่งไม่เข้าข่ายหรือไม่ต้องปฎิบัติตามพ.ร.บ ร่วมทุนระหว่างภาครัฐเอกชนพ.ศ.2556 หรือเรียกว่า Public Private Partnership: PPP  แต่จะเป็นลักษณะให้สิทธิและประโยชน์ที่เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน สิทธิการเช่าที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ในโครงการร่วมลงทุนที่มีระยะเวลาการเช่าไม่เกิน 50 ปี เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดพ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 11 มีนาคม 2562 ซึ่งพ.ร.บ.ร่วมลงทุนฯใหม่นี้ช่วยให้โครงการร่วมลงทุนเกิดขึ้นเร็ว

ทั้งนี้ รูปแบบจะเป็นลักษณะสัญญาเดียว ส่วนผู้ประกอบการเอกชนจะรวมกลุ่มกันมาในรูปแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture) หรือกิจการค้าร่วม (Consortium) ก็สามารถทำได้ โดยจะต้องก่อสร้างอาคารที่ทำการให้กับรฟท.แห่งใหม่ และก่อสร้างบ้านพักพนักงานรถไฟที่จะย้ายจากบริหาร นิคม กม.11 ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจจำนวนครอบครัวที่จะต้องย้าย


ชงแก้ผังสี มิ.ย.นี้จูงใจเอกชนไทย-เทศลงทุนกว่า8หมื่นลบ.

อย่างไรก็ตาม สืบเนื่องจากการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว เป็นโครงการที่รองรับการเติบโตของเมืองและเชื่อมโยงกับโครงข่ายคมนาคมขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาให้ได้มากที่สุด และบนที่ดินแปลงดังกล่าวนั้น ตามผังเมืองรวมของกรุงเทพมหานครฉบับปัจจุบันปี พ.ศ.2556 บริเวณตึกแดง บางซื่อ กำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็น “สีน้ำตาล” ประเภท ย. 8 (คิดเป็นพื้นที่2ใน 3 ของที่ดินทั้งหมด) และ ย.9 (พื้นที่ 1 ใน 3 ของทั้งหมด) เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่น โดยประเภท ย.8 ได้กำหนดอัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดิน หรือFAR 6:1 (พัฒนาอาคารที่หนดพื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 10,000 ตารางเมตรและกำหนดอัตราส่วนของที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม (OSR ) ไม่เกิน 5.0% ส่วน ย.9 กำหนดอัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดิน หรือFAR 7:1 และกำหนดอัตราส่วนของที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม (OSR ) ไม่เกิน4.5% .

“หากสำนักผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครสามารถปรับผังสีในการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นไปอย่างเหมาะสมแล้วจะช่วยสร้างความมูลค่าการลงทุนจะเพิ่มขึ้นจากที่ 35,000 ล้านบาท(ลบ.) เป็นไม่ต่ำกว่า 80,000 ล้านบาท “ นายวรวุฒิ กล่าว พร้อมกับมีความเชื่อมั่นว่า การลงทุนในโครงการดังกล่าวมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยคาดว่าจะทำเรื่องเสนอขอปรับผังสีประเภท ย.8 ไปยังสำนักผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครได้ภายในเดือนมิถุนายน 2562 นี้

ส่วนโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณสถานีกลางบางซื่อ แปลง A พื้นที่ 32 ไร่นั้น ขณะนี้ได้ลงนามในประกาศเปิดประมูลโครงการพัฒนาพื้นที่แปลงดังกล่าวแล้ว โดยจะขายเอกสารประกวดราคาตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน ถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 (30 วัน) กำหนดยื่นเอกสารประมูลวันที่ 30 กรกฎาคม 2562คาดว่าจะลงนามสัญญาได้ช่วงปลายปี 2562 คาดเริ่มก่อสร้างในต้นปี2563

ด้านนายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัดในฐานะผู้จัดการโครงการการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบรายละเอียดเบื้องต้น โครงการพัฒนาพื้นที่สำนักงานใหญ่ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) และพื้นที่ต่อเนื่องบริเวณตึกแดงบางซื่อ กล่าวว่า สำหรับรูปแบบการพัฒนาที่วางไว้ แบ่งพื้นที่ 120 ไร่ ตามแผนการพัฒนาแบ่งเป็น 4 โซน ดังนี้

  • โซน S : อาคารสำกนังานใหญ่การรถไฟฯ พื้นที่ประมาณ 15.6 ไร่
  • โซน A : อาคารสำนักงาน พื้นที่ประมาณ 20.4 ไร่
  • โซน B :พื้นที่พัฒนาอาคารพักอาศัยและคอมมูนิตี้มอลล์ รวมพื้นที่ 55.8 ไร่
  • โซน C: บ้านพักพนักงานการรถไฟฯ บนพื้นที่ 28.2 ไร่

ทั้งนี้ รูปแบบโครงการ จะแยกเป็น การลงทุนสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ของการรถไฟฯ คาดจะมีพื้นที่รวม 113,000 ตารางเมตร มูลค่าลงทุนจากเอกชน 4,000 ล้านบาท และส่วนอีก 300,000 ตารางเมตรที่เป็นอาคารสำนักงานให้เช่าบนเนื้อที่ 20.4 ไร่ มูลค่าลงทุน 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ จะมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับพนักงานการรถไฟฯในแปลง c บางส่วน ซึ่งจะทำเป็นรูปแบบคอนโดฯจำนวน 500 ยูนิต มูลค่าลงทุน 500-600 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อการพักอาศัยประมาณ 6,000 ยูนิต ซึ่งจะเป็นรูปแบบสิทธิการเช่า(LEASEHOLD)ขนาดห้องชุด 30-35 ตารางเมตร  ราคาขายห้องชุดปัจจุบัน 70,000-75,000 บาทต่อตารางเมตรซึ่งต่ำกว่าห้องชุดที่ขายกรรมสิทธิประมาณ 30%  และหากมีการปรับผังสีประเภท ย.8 เป็น ย.9 รูปแบบการพัฒนาคงเปลี่ยนเป็นอาคารสำนักงานมีความสูงถึง 40 ชั้นจากเดิมจะพัฒนาอาคารพักอาศัยที่เป็นคอนโดมิเนียม

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง