“พลัส”มองอสังหาฯลักชัวรี่กระแสแรง ผลตอบแทนสูง7-10%

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ฯ เผยผลวิจัยตลาดอสังหาฯระดับลักชัวรี่น่าจับตา หลังพบมูลค่าตลาดเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 7% เหตุเจาะกลุ่มกำลังซื้อสูง แถมยังถูกจัดเป็นโครงการเพื่อการลงทุน ล่าสุดพบผลตอบแทนการลงทุนเฉลี่ย 7-10% โดยเฉพาะโซนสุขุมวิทชั้นใน-ทองหล่อ และสามารถทำการขายได้เร็วกว่าโครงการทั่วไป พบ 31% ขายได้หมดภายใน 1 ปี พร้อมเผยเคล็ดลับความสำเร็จจาก 3 ปัจจัย มั่นใจมาตรการLTVไม่กระทบ
นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด  เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยและพัฒนาของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้ทำการสำรวจทิศทางการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์พบว่าในปี 2562 อสังหาริมทรัพย์ที่เจาะกลุ่มผู้ซื้อระดับลักชัวรี่จะกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่น เนื่องจากผู้พัฒนาโครงการมีทิศทางการพัฒนาที่เจาะกลุ่มลักชัวรี่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากลูกค้าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง แม้ว่าในปีนี้จะมีความท้าทายมากมายในตลาดทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองทั้งภายในและภายนอก อีกทั้งการพัฒนาโครงการที่เจาะกลุ่มผู้ซื้อระดับลักชัวรี่ มีความคุ้มค่าต่อความท้าทายในการหาพื้นที่ใจกลางเมืองที่หายากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในการรวบรวมที่ดินเป็นแปลงใหญ่เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการให้สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่

 

อย่างไรก็ตามพบว่าการเติบโตของมูลค่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ย้อนหลังจากปี 2555-2561 เติบโตเฉลี่ยปีละ 7% แม้ว่าช่วง 7 ปีที่ผ่านมาการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยไม่ได้เติบโตอย่างหวือหวา อีกทั้งเศรษฐกิจโลกก็ยังมีความเสี่ยงต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังพบว่าคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่มียอดการตอบรับเฉลี่ยที่น่าสนใจ จากปี 2557-2561มียอดตอบรับเฉลี่ย 70% และอุปสงค์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเป็นสินค้าที่ในแต่ละปีจะมีการพัฒนาค่อนข้างน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ที่มีในตลาด ส่งผลให้เมื่อมีการพัฒนาโครงการระดับลักชัวรี่ขึ้นจึงได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าผู้ซึ่งมีกำลังซื้อสูง ส่วนอัตราการดูดซับของโครงการระดับลักชัวรี่อยู่ที่ประมาณ 15 ยูนิตต่อโครงการต่อเดือน ขณะที่โครงการทั่วไปมีอัตราการดูดซับอยู่ที่ 22 ยูนิตต่อโครงการต่อเดือน จากตัวเลขดังกล่าวที่โครงการลักชัวรี่มีอัตราการดูดซับน้อยกว่าซึ่งก็เป็นไปตามสัดส่วนที่มีอุปทานน้อยกว่า แต่เมื่อพิจารณาสัดส่วนของโครงการที่สามารถขายได้เร็วกว่า  1 ปี จะพบว่าโครงการระดับลักชัวรี่มี 31% ของโครงการทั้งหมดที่สามารถขายหมดได้เร็วกว่า 1 ปี ขณะที่โครงการทั่วไปจาก 417 โครงการจะมีเพียง 20% เท่านั้นที่สามารถขายหมดได้เร็วกว่า 1 ปี อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ได้รับความสนใจเนื่องจากจัดเป็นสินค้าเพื่อการลงทุนชนิดหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูงจากราคาที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา โดยอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มลักชัวรี่นั้นให้อัตราผลตอบแทนการลงทุนเฉลี่ยสูงถึง 7-10% โดยเฉพาะโซนสุขุมวิทชั้นในจนถึงทองหล่อมีอัตราผลตอบแทนการลงทุนระดับสูงที่ราว 9.5%


สำหรับความสำเร็จของโครงการระดับลักชัวรี่นั้น มาจากปัจจัยหลัก 3 ด้าน ได้แก่

1.Prime Location ตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพ ย่านเศรษฐกิจใจกลางเมือง เป็นทำเลหายากและเป็นที่ต้องการของผู้อยู่อาศัยตลอดเวลา ราคาที่ดินและราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

2.Smart Partnership ร่วมมือกับคู่ค้าทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ ช่วยยกระดับขีดความสามารถในการพัฒนาโครงการทั้งการก่อสร้างและการบริการ เช่นการจับมือกับดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในการออกแบบด้านสถาปัตยกรรมให้มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ดังเช่นการออกแบบงานศิลปะที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก

3.Exclusive Service การสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าและอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตด้วยบริการที่เหนือระดับมาตรฐาน ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ เช่น การเลือกใช้บุคลากรในการดูแลโครงการระดับบัตเลอร์ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับระดับโลก สามารถให้บริการที่ออกแบบเฉพาะในแต่ละโครงการที่ตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์อย่างรอบด้าน

 

“ในปี 2562 มองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เจาะกลุ่มลักชัวรี่จะกลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง เนื่องจากตอบโจทย์ทั้งกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง กลุ่มนักลงทุน รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติ ซึ่งในเดือนเมษายนปีนี้ แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะเริ่มใช้มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value: LTV) แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับกำลังซื้อระดับลักชัวรี่ โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เนื่องจากมาตรการนี้ระบุให้เพิ่มเงินดาวน์ตามเกณฑ์ใหม่เป็น 20% และให้สินเชื่อไม่เกิน 80% ถือเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร และนิวซีแลนด์ อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายประเทศที่มีมาตรการวางเงินดาวน์สูงกว่ามาตรการใหม่ของไทย เช่น สิงคโปร์  อยู่ที่ 75%   มาเลเซีย และเกาหลีใต้อยู่ที่ 70% และฮ่องกงอยู่ที่ 65% มาตรการของไทยจึงไม่มีผลกระทบต่อนักลงทุนกลุ่มดังกล่าว” นายอนุกูล กล่าวในที่สุด

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง