จับชีพจร ! อสังหาฯตีฝ่าวงล้อมปัจจัยเสี่ยง

Prop2morrow.com สอบถามความเห็นของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถึงปัจจัยที่ท้าทายสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงกว่า 8 เดือนที่เหลือของปี 2562 นั้นต่างเห็นพ้องกันว่า แม้ว่าจะมีปัจจัยสนับสนุนจากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่รถไฟฟ้าในหลายสายทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ยังมีมุมมองต่อภาพรวมของตลาดอสังหาฯเพื่อการอยู่อาศัยทั่วประเทศมีแนวโน้มหดตัวจากที่ตลาดขยายตัวดีในปีก่อน จากแรงกดทับปัจจัยเสี่ยง ดังนี้

  • นโยบาย Macro Prudential สำหรับที่อยู่อาศัย ที่เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นไป ปรับลด LTV (Loan-to-Value :LTV) ลงเหลือร้อยละ 80 สำหรับการกู้สัญญาที่สองขึ้นไปและที่อยู่อาศัยราคามากกว่า 10 ล้านบาท
  • การชะลอตัวของความต้องการ(Demand)ของลูกค้าจากต่างประทศ โดยเฉพาะประเทศจีน
  • แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า
  • ปัญหาการเมืองภายในประเทศ

จากปัจจัยท้าทายข้างต้นส่งผลให้ผู้ประกอบการรอสังหาฯหลายรายต่างแตะเบรกการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี พร้อมกับติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็น LTV ที่เข้มงวดมากขึ้น และประเด็นการเมืองภายในประเทศที่ถึงแม้การเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ก็ยังสร้างความกังวลต่อผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการอสังหาฯต่างสะท้อนว่าปัจจัยต่างๆเหล่านี้อาจฉุดรั้งยอดขายและยอดโอนแผ่ว

ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการได้ปรับตัวรองรับหวังตีฝ่าวงล้อมปัจจัยเสี่ยงรอบด้านในรูปแบบที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความพร้อมและศักยภาพของแต่ละราย  อาทิ

  • ระบายสต็อก ด้วยการใช้โปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย
  • ระมัดระวังการเปิดโครงการใหม่ จะเปิดตัวโครงการที่มั่นใจในศักยภาพจริงๆ
  • มองหาพื้นที่ศักยภาพ ถึงแม้ในบางทำเลมีโครงการรถไฟฟ้าซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยบวกสำคัญแต่ก็พบว่าผู้ประกอบการก็มีความระมัดระวังในการเปิดตัวโครงการใหม่เช่นกัน
  • นอกจากการทำ Pre-approve เพื่อลดการปฏิเสธสินเชื่อของธนาคารแล้ว ผู้ประกอบการยังมีความเข้มงวดในการกลั่นกรองลูกค้ามากขึ้น พร้อมกับมีการจัดโปรแกรมให้เหมาะสมกับลูกค้า อีกทั้ง มีการตรวจสอบสัญญาการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยของลูกค้าว่ามีกี่สัญญา
  • ขยายระยะเวลาการจ่ายเงินดาวน์
  • เปลี่ยนจากสร้างเสร็จก่อนขายมาเป็นแบบการจองที่อยู่อาศัยที่ยังไม่ได้สร้างหรือแบบบ้านสั่งสร้าง โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ
  • เพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำหรือ Recurring income ให้มากขึ้น เช่น รายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า เป็นต้น

นางสาวนพมาศ ฮวบเจริญ นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ หรือ อีไอซี (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศปี 2562 อาจปรับลดลงประมาณ 10% เทียบกับปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 7.6 แสนล้านบาท (หลังจากที่ปีก่อนขยายตัวสูงกว่า 26%YOY) โดยตลาดหลักยังคงเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑลประมาณ 5.1 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนหลักที่ 68%

นางสาวนพมาศ ฮวบเจริญ

ส่วนหน่วยขายได้ (Presale) ของที่อยู่อาศัยที่เปิดขายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลปี 2562 คาดว่าจะหดตัวประมาณ 14% เทียบกับปีก่อนหน้า โดยคอนโดมิเนียมมีโอกาสลดลงมากที่สุด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากมาตรการ LTV และกำลังซื้อของต่างชาติที่อ่อนแอลง ขณะที่ ผู้ประกอบการอาจชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ (หดตัวประมาณ 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า) เนื่องจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ผนวกกับภาวะอุปทาน (Supply)ส่วนเกินที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียม


มาตรการการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย:
มาตรการที่เข้มงวดส่งผลกระทบทางลบต่อความต้องการที่อยู่อาศัยให้ลดลง ซึ่งผลกระทบแตกต่างกันไปตามประเภทที่อยู่อาศัยและระดับราคา ขณะเดียวกันการซื้อที่อยู่อาศัยของกลุ่มนักลงทุน/เก็งกำไร ทั้งไทยและเทศมีแนวโน้มที่จะลดลง เนื่องจากมาตรการ LTV มีผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มชะลอลง ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยในอนาคตมีโอกาสชะลอตัวลง และลดทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งกระทบต่อความน่าสนใจของการลงทุนในตลาดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียมซึ่งเป็นประเภทที่อยู่อาศัยที่นิยมซื้อเพื่อการลงทุน/เก็งกำไรของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนที่อาจชะลอตัวลงหลังจากที่ขยายกว่า 40% ต่อปีในช่วงปี 2558-2560 จากความอ่อนแอลงของเศรษฐกิจและการเงินในประเทศจีน

สำหรับแนวโน้มอุปสงค์ที่อยู่อาศัยในระยะปานกลางแล้ว (ปี2563- 2565 )อีไอซียังคงคาดว่า หน่วยโอนกรรมสิทธิ์จะมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวที่อัตราเฉลี่ยประมาณ 3% ต่อปี และเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5% สำหรับมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ สอดรับไปกับการเติบโตของเศรษฐกิจที่มีต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของเขตเมืองตามการเพิ่มขึ้นของเส้นทางคมนาคมใหม่ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าหลายสายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และการปรับผังเมืองที่อาจเพิ่มพื้นที่ศักยภาพในระยะข้างหน้า รวมถึงขนาดของครัวเรือนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองหลัก

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง