LTVฉุดยอดหน่วยเปิดตัวโครงการใหม่ไตรมาสแรกปี’62ลดลง21.5%

ศูนย์ข้อมูลฯเชื่อมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯภาครัฐช่วยดันตลาดครึ่งปีหลังฟื้นตัวระบุมาตรการLTV เร่งผู้ประกอบการอาคารชุดผู้บริโภคปรับตัวรับมือขณะที่ทาวน์เฮาส์โตต่อเนื่องผลสำรวจพบการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศช่วง2 เดือนแรกปี62 พบเพิ่มขึ้น8.1% มูลค่าการโอนสูงถึง13% ด้านการเปิดตัวใหม่ไตรมาส1/62ลดลง21.5% มูลค่าโครงการรวมที่เปิดตัว101,565 ล้านบาทลดลง5.1%

ดร.วิชัยวิรัตกพันธ์ผู้ตรวจการธนาคารและรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)เปิดเผยว่าการที่รัฐบาลมีมาตรการออกมาช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯก็จะส่งผลให้ภาพรวมตลาดฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส3และ4 ได้ซึ่งเท่าที่ทราบมาพบว่ารัฐบาลเองก็มีความใส่ใจสนใจที่จะกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจให้ดีขึ้นและภาคอสังหาฯก็จะเป็นอีกหนึ่งกลไกหลักที่ทางรัฐบาลใช้เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกรอบหนึ่ง 

สำหรับผลการสำรวจข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในช่วงเดือนมกราคมกุมภาพันธ์2562 มีจำนวน50,017 หน่วยเทียบกับปี2561 ที่46,467 หน่วยเพิ่มขึ้น8.1% และมีมูลค่าการโอนเพียงแค่2 เดือนสูงถึง108,181 ล้านบาทเพิ่มขึ้น13% เมื่อเทียบกับ95,703 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปี2561 โดยแยกประเภทจะพบว่าโครงการแนวราบจะมีทั้งปริมาณและมูลค่าการโอนสูงกว่าอาคารชุดกล่าวคือแนวราบทั่วประเทศอยู่ที่33,583 หน่วยเพิ่มขึ้น5.6% มูลค่า66,576 ล้านบาทเพิ่มขึ้น9.8% ในขณะที่อาคารชุดมีปริมาณการโอนอยู่ที่16,434 หน่วยเพิ่มขึ้น13.6% มูลค่าการโอน41,605 ล้านบาทเพิ่มขึ้น18.7%

ทั้งนี้จากผลสำรวจข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในช่วง2เดือนแรกของปีพบว่ามาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย(Loan to Value : LTV)ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)  ได้ส่งผลอย่างมากต่อผู้ประกอบการและผู้ซื้อที่อยู่อาศัยเร่งปรับตัวและลดผลกระทบที่จะเกิดจากกฎของLTV  ซึ่งมีผลกระทบเฉพาะเพียงบางกลุ่มที่อยู่อาศัยนั้นโดยเฉพาะอาคารชุดซึ่งมีทั้งการซื้อเพื่อลงทุนเป็นทรัพย์สินหรือซื้อเพื่อปล่อยเช่าหรือซื้อเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกจากการอยู่อาศัย  ส่วนบ้านแนวราบที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะประเภททาวน์เฮาส์ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อจริงอยู่

และหากตามประมาณการในช่วงไตรมาส1/2562 (มกราคมมีนาคม) คาดว่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในไตรมาสนี้จะประมาณ79,933 หน่วยลดลง2.7% และลดลงต่อเนื่องทุกไตรมาส(ลดลง22.1%, 17.9% และ18.2% ตามลำดับ) ในขณะที่มูลค่าการโอนแม้ว่าในไตรมาสแรกตามประมาณการจะมีมูลค่าสูงอยู่ที่204,628 ล้านบาทขยายตัวเป็นบวกเพิ่มขึ้น16.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี2561 แต่เทียบกับไตรมาส4/2561 มูลค่าการโอนกลับลดลง17.2%

ทั้งนี้แยกเป็นไตรมาสแรกการโอนกรรมสิทธิ์แนวราบลดลง4.9% และลดลงทุกไตรมาส( 17.7% , 14.3% และ14% ตามลำดับ) ในขณะที่มูลค่าการโอนประมาณการไตรมาสแรกจะอยู่ที่128,625 ล้านบาทเพิ่มขึ้น15.5% แต่หลังจากนั้นตั้งแต่ไตรมาส2-4 มูลค่าการโอนจะลดลง( 9.3% , 6.1% และ14.1%) แต่มูลค่าการโอนแต่ละไตรมาสจะเกินกว่า100,000 ล้านบาทซึ่งเป็นตัวเลขเกิน100,000 ล้านบาทตั้งแต่ไตรมาส2/2560 อย่างต่อเนื่อง  ส่วนอาคารชุดในไตรมาส1/2562 อยู่ที่27,128 หน่วยเพิ่มขึ้น1.8% ก่อนที่จะปรับลดลงทุกไตรมาสเช่นเดียวกับมูลค่าการโอนที่ไตรมาสแรกมี76,003 ล้านบาทเพิ่มขึ้น19% และปรับลดลงทุกไตรมาส( 36.2% , 21.9% และ32.1%)

ข้อมูลโครงการเปิดตัวใหม่ในไตรมาสแรกมีจำนวน19,334 หน่วยลดลง21.5% มีมูลค่าโครงการรวมที่เปิดตัว101,565 ล้านบาทลดลง5.1% บ้านจัดสรรมีจำนวน8,069 หน่วยลดลง7.9% มูลค่าโครงการ52,215 ล้านบาทเพิ่มขึ้น25.4% โดยประเภททาวน์เฮาส์เปิดตัวมากที่สุดในกลุ่มราคา2-3 ล้านบาทส่วนอาคารชุดมีจำนวนที่เปิดตัว11,265 หน่วยลดลง29% มูลค่าโครงการ49,350 ล้านบาทลดลง24.5% กลุ่ม1 ห้องนอนเปิดตัวมากที่สุดกลุ่มราคา2-3 ล้านบาทมีการเปิดตัวมากที่สุด

ทั้งนี้ในผลสำรวจทางศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์พบการเปลี่ยนแปลงอันเป็นผลจากมาตรการLTV โดยข้อมูลโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศประมาณการณ์ตลอดปี2562 คาดจะมีจำนวน306,911 หน่วยลดลงถึง15.6% เมื่อเทียบกับปี2561 ที่มียอดโอนสูงถึง363,711 หน่วยและเทียบกับปี2560 ลดลงเพียง2.59% ในส่วนของมูลค่าการโอนตลอดทั้งปี2562 คาดว่าจะมีตัวเลขประมาณ746,924 ล้านบาทลดลง11% เมื่อเทียบกับปี2561 ที่มีมูลค่าการโอนสูงกว่าทุกปีมีตัวเลขอยู่ที่839,496 ล้านบาทส่งผลให้ตัวเลขปี2561 เทียบ2560 ที่มีมูลค่าการโอน674,116 ล้านบาทเพิ่มขึ้นระดับ24.5% แต่หากเทียบมูลค่าการโอนปี2562 กับปี2560 แล้วมูลค่าการโอนยังปรับตัวลดลงประมาณ10.8%

นอกจากนี้จากผลการสำรวจพบว่าข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑลช่วง2 เดือนแรกของปี2562 มีการโอนกรรมสิทธิ์25,877 หน่วยเพิ่มขึ้น11.2% สัดส่วนโครงการแนวราบและแนวอาคารชุดใกล้เคียงกันส่วนมูลค่าการโอน69,837 ล้านบาทเพิ่มขึ้น16.5% แนวราบจะมีมูลค่า36,931 ล้านบาทสูงกว่ามูลค่าการโอนของอาคารชุดที่มีตัวเลข32,908 ล้านบาทแต่หากพิจารณารเป็นรายไตรมาสนั้นคาดไตรมาสแรกทั้งหน่วยโอนและมูลค่าปรับสูงขึ้นโดยหน่วยโอน46,130 หน่วยเพิ่มขึ้น9.6% และมูลค่าอยู่ที่142,461 ล้านบาทเพิ่มขึ้น27.8% แต่แนวโน้มตั้งแต่ไตรมาส2 เป็นต้นไปทั้งหน่วยโอนและมูลค่าการโอนจะปรับลดลงทุกไตรมาสส่งผลให้ตลอดทั้งปี2562 คาดการณ์ข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยเฉพาะในกรุงเทพฯปริมณฑลจำนวนหน่วยอยู่ที่161,457 หน่วยลดลง17.9% (ปี2561อยู่ที่196,630 หน่วย) มูลค่าการโอนอยู่ที่479,904 ล้านบาทลดลง15.1% เมื่อเทียบกับมูลค่าในการโอนปี2561 ที่565,112 ล้านบาท

ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคพบว่าข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ทุกไตรมาสของปีนี้ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนขณะที่ประเภทแนวราบและ,อาคารชุดปรับตัวลดลงทุกไตรมาสเช่นกันคาดการณ์ว่าตลอดทั้งปีตลาดอสังหาฯในภูมิภาคการโอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่145,454 หน่วยลดลง12.9% และมูลค่าการโอนอยู่ที่267,020 หน่วยลดลง2.7%

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง