NOBLE เปิดสูตร! อสังหาฯ 3 ปีเป้าขาย 30,000 ลบ.

“ธงชัย บุศราพันธ์”นำทีมผู้บริหารใหม่ปลุก “ โนเบิล” ตื่นจากหลับ ชู 5 กลยุทธ์ใหม่ทวงคืนตลาดรับแผนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดตั้งเป้ายอดขายรวมกว่า 30,000 ล้านบาทใน 3 ปีข้างหน้า

“ โนเบิล เป็นยักษ์หลับมากว่า 6 ปี ทั้งๆที่เรามีศักยภาพที่จะเติบโตไปข้างหน้า” นั่นคือข้อความบางช่วงบางตอนที่ “ธงชัย บุศราพันธ์” ประธานกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม และกรรมการผู้จัดการบมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ หรือ NOBLE กล่าวเมื่อวันที่ 2 พ.ค 2562 ระหว่างงานแถลงข่าว “ประกาศทิศทางธุรกิจและกลยุทธ์ที่สำคัญปี 2562” ร่วมกับ  “แฟรงค์ เหลียง” รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ซึ่ง “แฟรงค์ เหลียง” เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดในฟัลครัม-โกลบอล แคปิตอล   (Fulcrum Global Capital)  และได้เข้าถือหุ้น 24.9%  ในโน NOBLE ผ่านการลงทุนภายใต้ชื่อบริษัท เอ็นคราวน์ จำกัด (nCrowne Pte. Ltd.) ขณะที่ “ธงชัย ” ได้เข้ามาครอบครองหุ้น NOBLE สัดส่วน 23.3 %

ส่วน ฟัลครัม-โกลบอล แคปิตอลที่ “แฟรงค์ เหลียง” ผู้ถือหุ้นทั้งหมด เป็นกองทุน Private Equity ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศ  และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าของโลกโดยดูแลโครงการในสหราชอาณาจักร จีน ญี่ปุ่น และประเทศไทย ประเดิมด้วยการเหมาซื้อคอนโดมิเนียม 500 ห้องในโครงการพาร์ค 24 จากบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัดที่ “ธงชัย ” นั่งบริหารงานในตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารในช่วงก่อนหน้า

การที่ “ธงชัย ” คัมแบ็ก NOBLE พร้อมควง “ฟัลครัม-บีทีเอส กรุ๊ป ” ถือหุ้นใหญ่ เป็นการกลับบ้านหลังเก่า หลังที่จากไปเกือบ 7 ปี ซึ่งที่นี่ NOBLE คือที่ทำงานแห่งแรกๆของ “ธงชัย ตั้งแต่ปี 2535 ตำแหน่งสุดท้ายคือ รองประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ ก่อนที่จะลาออกเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2555 ซึ่ง “ธงชัย ” นั้นมีศักดิ์เป็นหลานของ “กิตติ ธนากิจอำนวย” ผู้ก่อตั้ง NOBLE ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกิตติคุณ (Chairman Emeritus) และถือหุ้นในสัดส่วน 4.71 %

การรับไม้ต่อของ“ ธงชัย ” ครั้งนี้มาพร้อมกับการปรับเปลี่ยนโลโก้บริษัทใหม่ที่เขาบอกว่า “ขอเอามงกุฎออก… ขอเป็นคนธรรมดา” อีกทั้ง“ ธงชัย ” ยังมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมกับทีมผู้บริหารชุดใหม่ จะทำให้บริษัทฯบรรลุเป้าหมายที่สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดตามแผนที่วางไว้ ด้วยยอดขายรวมที่มากกว่า 30,000 ล้านบาท (ลบ.)ภายใน 3 ปีนับจากปี 2562-2564

“ก่อนที่ผมจะออก เราเป็นบริษัทอสังหาฯขนาดกลางยอดขาย 3,000-5,000 ล้านบาท แล้วก็เป็นขนาดเล็กคือ ไม่โต ทั้งๆที่ industry นี้มีขนาดใหญ่ขึ้น ที่เหมาะสมยอดขายควรอยู่ที่ 15,000 ล้านบาท จากนี้ไปเราต้องทวงตลาดคืนมา”

พร้อมกันนี้ “ ธงชัย ” ยังกล่าวว่า ปี 2561 เป็นปีที่ NOBLE  เติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยกำไรต่อหุ้นที่ 2.16 บาท สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ของบริษัทฯ ในขณะที่อัตราส่วนกำไรต่อหุ้นสุทธิ ที่สูงกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันที่ 19.2%  และยอดขายเพื่อรอรับรู้รายได้ (Pre-sales) ของโครงการในอนาคตเพิ่มขึ้น 148% ในปี 2561

ชูบันได 5 ตั้งเป้าการเติบโตใน 3 ปีเป้าขาย 30,000 ลบ.

ด้วยเป้าหมายการเติบโตแบบก้าวกระโดด NOBLE ได้วาง 5 กลยุทธ์ใหม่สู่เป้าหมายระยะกลาง 3 ปียอดขายรวมปีละกว่า 10,000  ล้านบาท รวม 3 ปีต้องมียอดขายรวมมากกว่า 30,000 ล้านบาท  และอัตราผลตอบแทนต่อหุ้นที่เพิ่มขึ้น 2 เท่าเป็น 30% โดยจะยังคงรักษาอัตราส่วนของหนี้ต่อทุนสุทธิที่ 1.5 เท่า

เน้นการสร้างรายได้คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่และอสังหาฯเชิงพาณิชย์ที่เกือบ 10,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 3,300 ล้านบาท … กลยุทธ์ในการสร้างรายได้ช่วงแรก คือ จะเป็นการเร่งระบายสต๊อกโครงการที่มีจำนวนยูนิตเหลือขายพร้อมโอน ที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการทั้ง 7 โครงการ มีมูลค่าสต๊อกรวมทั้งหมด 17,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีสินค้าที่สร้างเสร็จพร้อมขายและส่งมอบมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท อาทิ มาจากโครงการโนเบิล เพลินจิต 4,000 ล้านบาท  และ โครงการที่ รัชดาฯอีก 600-700 ล้านบาท  ส่วนที่เหลือเป็นโครงการรอขายที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ขณะที่ยอดขายรอโอน (Backlog) ที่จะทยอยรับรู้เข้ามาเป็นรายได้ในช่วง 3 ปีนี้ มูลค่ารวม 17, 800  ล้านบาท

เน้นการขายพื้นที่เชิงพาณิชย์เพื่อหมุนเวียนเป็นเงินทุน นำไปลงทุนในโครงการที่มีศักยภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าผลตอบแทนและนำไปสู่การเพิ่มผลตอบแทนตอผู้ถือหุ้น … ส่วนอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นรีเทล หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่มีอยู่ 4 แห่งมูลค่ากว่า 2,500-3,000 ล้านบาท NOBLE มีแผนจะขายพื้นที่ดังกล่าวให้นักลงทุน โดยเงินที่ได้มาจะนำมาลงทุนต่อ คาดว่าน่าจะได้ผลตอบแทนมไน้อยกว่า 25-30 %  โดยก่อนหน้านี้ ได้ขายพื้นที่รีเทล 4 ชั้นให้กับบมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS ) ด้วยมูลค่า 800 ล้านบาท ซึ่ง NOBLE ได้เช่าพื้นที่กลับคืนมาสัญญาเช่า 15 ปี

เน้นการสร้างยอดขายในตลาดต่างประเทศ พร้อมกับขยายฐานเครือข่ายต่างชาติ รวมถึงการเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ บริษัทฯ จะเน้นกระจายไปที่กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติมากขึ้น เนื่องจากว่าปัจจุบันชาวต่างชาติจากหลายประเทศสนใจเข้ามาซื้อที่อยู่อาศัยในไทย ไม่เพียงแต่กลุ่มลูกค้าสิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และจีน เท่านั้น ซึ่งตั้งเป้าจะมีสัดส่วนยอดขายลูกค้าต่างชาติไม่ต่ำกว่า 40% จากเดิมอยู่ที่เพียง 28% โดยในการทำการตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่จีนนั้น ก็จะขยายฐานตลาดออกไปสู่เมืองรองมากขึ้น

“ก่อนหน้านี้ที่ผมนำเอาโครงการพาร์ค 24 ไปขายที่จีน เพียง 4 เมืองหลักๆ เท่านั้น แต่ตอนนี้เราไปมากกว่า 20 เมืองแล้วเป็นเมืองรองที่มีคนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านคนต่อเมือง และเมืองรองเหล่านี้ก็มีการบินตรงจากไทย ” ในขณะเดียวกัน ก็มีแผนที่จะเข้าไปลงทุนพร็อพเพอร์ตี้ในต่างชาติ “ธงชัย” บอกว่า ลอนดอนเป็าหมายแรกที่ NOBLE จะไปในอนาคต

ด้าน “ แฟรงค์ เหลียง”กล่าวเสริมว่า สำหรับในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 ประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดต่างประเทศ โดยมียอดจองในไตรมาสที่ 1 ทั้งสามเดือนเป็น 60% เทียบกับยอดจองทั้งปี 2561 เป็นผลทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของ NOBLE  เติบโตขึ้นมากจาก 8% ในปี 2561 เข้าสู่ระดับที่มากกว่า 28% ในไตรมาส2นี้ รวมทั้งเป็นการตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดต่างประเทศของบริษัทฯ อย่างเข้มแข็ง เป็นผลทำให้ยอดขายเพื่อรอรับรู้รายได้ของโครงการที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง มีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นสูงกว่า 75%

นายแฟรงค์ เหลียง

สินทรัพย์ที่สร้างเสร็จพร้อมเพื่อการขายและส่งมอบมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท และพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่ากว่า 2,500  ล้านบาท สินทรัพย์ดังกล่าวมีเป็นสินทรัพย์ที่มีต้นทุนที่ต่ำกว่าราคาตลาดในปัจจุบัน และไม่มีหนี้สินผูกพันอยู่ การเร่งสร้างยอดรับรู้รายได้จากสินทรัพย์ที่เรามีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดให้เราได้ในทันที และสามารถสร้างอัตราผลกำไรสุทธิที่เป็นที่น่าพอใจให้กับบริษัทฯ

เน้นการปรับเพิ่มสัดส่วนของการพัฒนาโครงการในเซกเมนต์ที่เติบโตและมีความต้องการสูง และปรับพอร์ตการลงกทุนในที่ดินของบริาํทให้มีประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทนที่มีอัตราที่สูงขึ้น … ส่วนแผนการเปิดตัวโครงการใหม่นั้น “ธงชัย” บอกว่าในปีนี้เปิดตัวโครงการใหม่ 3-4 โครงการมูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท ซึ่งมีที่ดินพร้อมหมดแล้ว

ที่ดินอีกแปลง เนื้อที่ 3 ไร่ในซอยทองหล่อ 18 ซึ่งโนเบิลได้รวบรวมที่ดินและได้ซื้อ ที่ดินบริเวณซอยทองหล่อ18 กว่า 1 ไร่ (ภัตตาคาร ล็อกโฮม เดิม) จากบริษัท ทีซีซี พีดี 11 จำกัดบริษัทในเครือของเจ้าพ่อน้ำเมา-ราชาเทกโอเวอร์เมืองไทย “ เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี”

บริษัทฯวางแผนเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องปีละ 4-5 โครงการ โดยจะปรับราคาขายไปเน้นที่กลุ่มระดับราคา 100,000-150,000 บาท/ตารางเมตรมากขึ้น หรือราคาขายเฉลี่ย 3-7 ล้านบาท/ยูนิต เป็นระดับราคาที่มองว่ามีความเหมาะสมและลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่าย ผ่านแบรนด์ NUE และโครงการใหม่ที่จะเปิดจะขยายสู่พื้นที่รอบนอกมากขึ้นและอยู่ตามแนวรถไฟฟ้า โดยได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ 3,000  ล้านบาทต่อปีในการจัดซื้อที่ดิน โดยงบที่ตั้งไว้สำหรับซื้อที่ดินในแต่ละปีรองรับกับการเปิดตัวโครงการใหม่นั้นเพียงพอที่ช่วยผลักดันยอดขายในแต่ละปีที่ตั้งไว้ 10,000 ล้านบาทในแต่ละปีได้สบายๆ ในอนาคตสัดส่วนของสินค้าระดับราคา 100,000-150,000 บาทต่อตารางเมตรนั้นจะเพิ่มเป็น 60-70%

สำหรับพื้นที่ในเมืองโครงการที่จะเปิดขายระดับราคา 200,000-300,000 บาท/ตารางเมตร หรือระดับราคา 10 ล้านบาท/ยูนิต ทั้งนี้ การพัฒนาโครงการจากนี้ไปจะดูในเรื่องความเหมาะสมของราคาในแต่ละทำเล พร้อมกับปรับลดมาร์จิ้นของโครงการใหม่ลงเหลือ 17-18% ต่อโครงการ จากเดิมที่ 20% ต่อโครงการ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้สนใจมากขึ้น

เน้นการสร้างระบบการจอง pre-sales ให้เข้มแข็งและรวดเร็วให้สอดคล้องกับ timeline ของการเปิดโครงการใหม่แต่ละโครงการ เพื่อสร้างการรับรู้รายได้ที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องในอนาคต …“ธงชัย”บอกว่า จากนี้ไปรูปแบบการทำการตลาดและขายของ NOBLE จะมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับการตลาดที่เปลี่ยนไป ทั้งรูปแบบการแข่งขัน และพฤติกรรมของผู้บริโภค รวมถึงมุ่งเน้นการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ผนวกกับเทคโนโลยีในการอยู่อาศัย เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้บริโภคที่ซื้อที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและตึกสูง

ทีมผู้บริหารใหม่กับก้าวต่อไป NOBLE มุ่งมั่นให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจให้เจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด ด้วยเป้าหมายการเพิ่มยอดขายปีละประมาณ 10,000 ล้านบาทในสามปีนับจากปี 2562“ธงชัย” เป็นไปหมายที่สามารถทำได้ไม่ยากนัก เพราะทีมผู้บริหารชุดใหม่ NOBLE  จะนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการ ประกอบกับ ชื่อเสียงของแบรนด์โนเบิลฯที่โดดเด่น และฐานลูกค้าที่ยังคงภักดีกับแบรนด์

การพัฒนาโครงการใหม่ใจกลางเมืองและตลอดแนวรถไฟฟ้าเมื่อรวมกับความแข็งแกร่งของฐานการจัดการทางการตลาดต่างประเทศของ ฟัลครัม โกลบอล “ธงชัย” มั่นใจว่า NOBLE จะก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรมนี้อย่างแน่นอน

คณะผู้บริหารมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่า ด้วยโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่  จะส่งเสริมให้การดำเนินงานของบริษัทฯ มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น สามารถดำเนินการตามกลยุทธ์ต่างๆ พื่อสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดยในอนาคต

นายธงชัย บุศราพันธ์ เป็นผู้บริหารและนักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์  เคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ และกรรมการของบริษัทโนเบิลฯ ระหว่างปี 2535 ถึง ปี 2555 (ปัจจุบันถือหุ้นในสัดส่วน 23.3%ในโนเบิล)

ฟัลครัม โกลบอล แคปิตอล   (Fulcrum Global Capital) ซึ่งมีนายแฟรงค์ เหลียง เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด เป็นกองทุน Private Equity ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศ  และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าของโลกโดยดูแลโครงการใน สหราชอาณาจักร จีน ญี่ปุ่น และประเทศไทย  (ปัจจุบันได้เข้าถือหุ้น 24.9 %ในโนเบิล )

บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (BTSG)   กลุ่มบริษัทบีทีเอส เป็นผู้ให้บริการระบบขนส่งมวลชน ธุรกิจสื่อโฆษณา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริการระดับแนวหน้าของประเทศไทย โดยมุ่งมั่นที่จะส่งมอบแนวคิด “ซิตี้ โซลูชั่นส์” สร้างความยั่งยืนแก่ชุมชนเมืองทั่วเอเชีย  (ปัจจุบันถือหุ้น 9.9 % ในโนเบิล)

*** อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >>>“ธงชัย บุศราพันธ์”คัมแบ็กNOBLE ถือหุ้น 23%

เกี่ยวกับบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) : บริษัท โนเบิลฯ ก่อตั้งในปีพ.ศ.2534 และได้ดำเนินการด้วยความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง มาเกือบ 3 ทศวรรษ โนเบิลฯ ได้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทยในปีพ.ศ.2540 ภายใต้ชื่อ Stock Quote ว่า NOBLE โดยดำเนินธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย ในรูปแบบที่หลากหลายอันได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ อาคารชุดพักอาศัย ทั้งแนวราบและตึกสูง โดยมุ่งเน้นการนำเสนอแนวคิดในการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายเป็นทางเลือกทางใหม่ให้แก่ผู้บริโภค ทุกโครงการของโนเบิลฯ คือ ภาพสะท้อนแนวคิดและปฏิญญาที่บุคลากรทุกคนยึดถือ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการออกแบบที่อยู่อาศัยอันเป็นเอกลักษณ์ที่ตอบสนองความต้องการ และรูปแบบการใช้ชีวิตในโลกยุคปัจจุบัน

 

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง