“โฮมโปร” โกยรายได้ไตรมาส 1 ปี 2562 รวมกว่า 16,553 ล้านบาท

“โฮมโปร” โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2562 กวาดรายได้รวมกว่า 16,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 652 ล้านบาท หรือ 4.10% มีผลกำไรสุทธิกว่า 1,419 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 171.37 ล้านบาท หรือ 13.73% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการควบคุม บริหารจัดการค่าใช้จ่าย การปรับเปลี่ยนกลุ่มสินค้าให้มีความครบทุกกลุ่ม


ายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” ผู้นำธุรกิจศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจร เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สำหรับไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2562 ว่า บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2562 เท่ากับ เท่ากับ 1,419.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.37 ล้านบาท หรือ 13.73% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจาก รายได้รวม จำนวน 16,553.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น 652.68 ล้านบาท หรือ 4.10% โดยประกอบไปด้วย

 รายได้จากการขาย จำนวน 15,399.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 525.01  ล้านบาท หรือ 3.53% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของธุรกิจโฮมโปร และเมกา โฮม รวมถึงการเติบโตของยอดขายจากสาขาใหม่จากธุรกิจโฮมโปรที่เปิดให้บริการในปี 2561

รายได้ค่าเช่า และบริการ อีกจำนวน 657.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.62 ล้านบาท หรือ 9.78% เป็นผลมาจากรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นจากพื้นที่เช่าภายในศูนย์การค้ามาร์เกต วิลเลจ และรายได้จากค่าบริการ “Home Service”

ทั้งนี้บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น สำหรับไตรมาส 1 ปี 2562  จำนวน 4,030.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 178.34 ล้านบาท หรือ 4.63% เมื่อเทียบกับปีก่อน  สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 25.89% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 26.17% โดยเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนของส่วนผสมสินค้ามีไว้เพื่อขายทั้งกลุ่มสินค้าทั่วไป และการเพิ่มอัตรากำไรของกลุ่มสินค้า Direct Sourcing รวมถึงการปรับปรุงแผนการจัดซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่องของธุรกิจโฮมโปร เมกา โฮม และโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซีย  ที่มีอัตราการทำกำไรที่ดีขึ้น

สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร จำนวน  2,970.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.14 ล้านบาท หรือ 2.00% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยหลักของการเพิ่มขึ้นที่เป็นตัวเงินเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายกลุ่มเงินเดือน ค่าเช่า ค่าซ่อมแซม และค่าใช้จ่ายทางการตลาด อย่างไรก็ตามอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อยอดขายมีการปรับตัวดีขึ้นโดยลดลงจาก 19.58% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 19.29% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 เศรษฐกิจยังคงขยายตัวในอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนจาก ทั้งในภาคเกษตร โดยเฉพาะการปรับตัวสูงขึ้นของราคาข้าว และการบริโภคนอกภาคเกษตรที่ยังคงปรับตัวดีขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเนื่องด้วยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการของรัฐบาล ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวยังอยู่ในระดับทรงตัว

อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศในปี 2562 จะเติบโตในอัตราที่ชะลอลงจากปีก่อน ในไตรมาสนี้ยังคงเป็นไปตามแผนงานที่ได้วางไว้ โดยมียอดขายจากสินค้าสำหรับปรับปรุงคุณภาพอากาศที่สูงกว่าปกติเนื่องจากสภาพอากาศที่มีมลพิษในระดับสูงโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ภาคกลาง และภาคเหนือ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ เช่น งาน HomePro Expo ในช่วงวันที่ 15-24 มีนาคม 2562 ซึ่งมียอดขายโดยรวมอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง