ลูกค้าจีนแตะเบรกคอนโดฯเจอพิษหลายปัจจัยลบ แนะเพิ่มโอกาสเช่าระยะสั้น-จูงใจสร้างผลตอบแทน

แองเจิลเรียลเอสเตทฯเผยหลายปัจจัยลบทั้งในนอกประเทศส่งผลนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะจีนลดการซื้ออสังหาฯไทยไป50% ทิ้งโอนเพิ่มถึง8% ย้านฐานลงทุนไปประเทศอื่น ระบุตลาดไทยยังน่าสนใจแต่ต้องแก้ปัญหาเปิดช่องปล่อยเช่าระยะสั้นได้กำลังซื้อจึงคืนกลับรับ 5 เดือนแรกยอดขายต่ำเป้าคาดทั้งปีแตะ15,000-20,000  ล้านบาท  ระบุห้องชุดราคา 2-6 ล้านบาทขายดีสุดรายใหญ่ในตลาดฯแห่ฝากขายเพียบ
นายไซม่อน ลี ประธานกรรมการ บริษัท แองเจิล เรียลเอสเตท  คอนซัลแทนซี่จำกัด หรือ ARE  บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดและขายชั้นนำของประเทศไทยโดยเฉพาะโควตาต่างประเทศ(Foreign Quota ) เปิดเผยว่าบริษัทฯได้เริ่มเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยเมื่อปี 2557 เป็นการร่วมทุนระหว่าง 3 นักธุรกิจชาวจีนและ 1 นักธุรกิจชาวสิงคโปร์ ด้วยการก่อตั้งบริษัทฯดังกล่าวขึ้นมา ด้วยทุนจดทะเบียน 15 ล้านบาท  เพื่อให้บริการทางด้านการตลาดการขายและด้านการเงินให้ลูกค้าที่ต้องการเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยโดยมองเห็นโอกาสในประเทศไทยที่อสังหาฯ-คอนโดมิเนียม ราคาไม่แพงและสินค้าคงค้าง (Stock) มีปริมาณไม่มาก ทำให้เล็งเห็นโอกาสที่จะนำอสังหาริมทรัพย์มาขายได้ทั่วโลก มีอนาคตและดูมีแนวโน้มในเรื่องผลกำไรส่วนต่างจากราคาหลักทรัพย์( Capital Gain ) จึงทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ดีที่สุดในการเข้ามาลงทุน ทำให้แองเจิลฯต้องการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

 

โดยเริ่มต้นจากการขายอสังหาฯที่จ.เชียงใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาจังหวัดดังกล่าวเป็นที่รับทราบในวงการอสังหาฯว่า เป็นเมืองปราบเซียน ดังนั้นบริษัทฯจึงต้องการสร้างความท้าทายด้วยการนำอสังหาฯของผู้ประกอบการการท้องถิ่นจำนวน 2 โครงการ ราคาเฉลี่ย 3-4 ล้านบาท/ยูนิต ซึ่งสามารถปิดการขายได้ภายในระยะเวลา1 ปี  หลังจากนั้นในปี 2558 จึงเริ่มรุกทำตลาดอสังหาฯในกรุงเทพฯ เริ่มจากการนำยูนิตที่เป็นโควตาชาวต่างชาติจาก 2 บริษัท จำนวน 4 โครงการคือ 3 โครงการ ของบริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด  และ 1 โครงการของบริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัดโดยเฉพาะไซมิสฯนั้น บริษัทได้เข้าไปถือหุ้นในการพัฒนาโครงการเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ด้วยเม็ดเงินมูลค่า 30 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

จากปัจจัยด้านสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐจีน,มาตรการของรัฐบาลจีนที่ควบคุมเงินทุนไหลออกนอกประเทศ, เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น,ผู้ประกอบการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เริ่มเปิดโครงการจนอาจจะล้นตลาด(Overstock ) ทำให้ราคาสูงเกินความเป็นจริง ส่งผลให้ส่วนต่างราคาหลักทรัพย์และตลาดผู้ขายต่อไม่ค่อยดีเท่าที่ควร เพราะราคาปรับขึ้นมาสูงแล้ว ประกอบกับสินค้าในตลาดที่มีจำนวนมากมีและไม่นิยมซื้อสินค้ามือสอง  อีกทั้งไม่สามารถปล่อยเช่าในระยะสั้นได้ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องพ...อาคารชุดปี 2522 ขัดกับพ...โรงแรมปี 2547 ทำให้นักลงทุนโดยเฉพาะชาวจีน ไม่ค่อยอยากลงทุนเพราะไม่คุ้มค่า อีกประการสำคัญคือเมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา มีลูกค้าชาวจีนพบว่าบางโครงการที่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว แต่ปรากฏว่าในภายหลังผู้ประกอบการไทยได้นำยูนิตที่เหลือมาขายถูกกว่าช่วงพรีเซล  ส่งผลให้นักลงทุนชาวต่างชาติโดยเฉพาะจีนลดความสนใจการซื้ออสังหาฯในประเทศไทยไปถึง50% ทำให้อัตราการไม่รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของลูกค้าชาวจีนเพิ่มเป็น8% จากปกติเพียง2% เท่านั้นและย้ายฐานการลงทุนไปประเทศอื่นแทนโดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มเห็นภาพดังกล่าวตั้งแต่ปี2561 ที่ผ่านมา ดังนั้นบริษัทฯจึงปรับแผนด้วยการขยายตลาดไปที่ประเทศญี่ปุ่น กัมพูชา และตุรกี มากขึ้น  แต่ในสายตาของบริษัทฯมองว่าอสังหาฯในประเทศไทย ก็ยังถือว่าน่าลงทุนเป็นอันดับ2

 

เรื่อง พ...อาคารชุดปี 2522 ขัดกับ พ...โรงแรมปี 2547 คือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งแม้แต่เทวดาก็ลงมาช่วยไม่ได้ แต่จะดีที่สุดถ้าทำให้ปล่อยเช่าระยะสั้นได้ ราคาก็จะลงไปด้วย จะทำให้นักลงทุนในจีนเข้ามาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยอีก และมองว่าวิธีการผู้ประกอบการไทยควรมีการขายแยกตึก แยกพื้นที่ส่วนกลางออกอย่างชัดเจนด้วยเช่นกัน และมองว่าควรขายสินค้าในช่วงเวลาที่สามารถขายได้ ถ้าเก็บเอาไว้นานเกินไปอาจจะทำให้ขายยาก หรือราคาตก ซึ่งก่อนที่เราจะเข้ามาลงทุนในไทย เรามีพันธมิตรที่เป็นบริษัทในประเทศจีนและสิงคโปร์ ซึ่งมีมุมมองที่เป็นสากลสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับพฤติกรรมการหาซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่างชาติ และสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรม หรือไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ว่าชอบอะไรโครงการแบบไหน ดีไซน์แบบไหน และสิ่งสำคัญในการนำเงินจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยนายไซม่อน กล่าว

นายไซม่อน กล่าวเพิ่มเติม ถึงแนวโน้มการกลับมาของลูกค้าชาวจีนในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยว่าสิ่งสำคัญตลาดผู้ขายต่อ( Reseller Market ) และเรื่องส่วนต่างราคาหลักทรัพย์( Capital Gain )  จะต้องสร้าง 2 ตลาดนี้ก่อน ประเทศไทยเป็นประเทศที่ดีที่จะอยู่อาศัย แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดต้องสามารถให้ปล่อยเช่าในระยะสั้นได้ ราคาก็จะลงไปด้วย จะทำให้นักลงทุนในจีนเข้ามาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

 

สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา เป็นไปในทิศทางตามเป้าที่วางไว้กล่าวคือสามารถสร้างผลงานด้านยอดขายให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในไทยได้อย่างต่อเนื่องโดยเริ่มต้นช่วง 2 ปีแรก2557-2558 ขายได้ห้องชุดได้ 500 ยูนิต  ก่อนที่จะขยับยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในปี 2559 ขายได้ 1,000 ยูนิต ปี2560 ขายได้ 2,000 กว่ายูนิต  ปี 2561 ขายได้ 3,000 กว่ายูนิต และในปี 2562 วางเป้ามูลค่าการขายไว้ที่  15,000-20,000  ล้านบาท และในอนาคตอันใกล้จะเพิ่มยอดขายสู่ระดับ 35,000 ล้านบาท

โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2562 ที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายได้ 500 กว่ายูนิต ซึ่งถือกว่าลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่ผ่านมา ที่สามารถขายได้ประมาณ 900 ยูนิต โดยในอดีตคอนโดฯระดับราคา 5-10 ล้านบาท จะขายได้ง่ายมาก แต่ปัจจุบันต้องเลือกห้องชุดระดับราคา 2-6 ล้านบาท มาขายแทน อันเนื่องมาจากปัจจัยลบต่างๆข้างต้น แต่ยอดขายที่ได้ในปัจจุบันก็ถือว่าพอใจแล้ว ที่แองเจิลฯนั้นสามารถขายได้ในระดับที่ดีและสามารถขายในต่างประเทศได้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย โดยห้องชุดที่นำไปขายลูกค้าต่างชาติล้วนพัฒนาโดยผู้ประกอบการรายใหญ่แทบทั้งสิ้น อาทิ บริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน),บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตทจำกัด(มหาชน),บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน),บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์จำกัด(มหาชน) บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด(มหาชน) ,บริษัทแอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) ,บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์จำกัด(มหาชน)  และบริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด  เป็นต้น

การที่บริษัทฯเคยมีประสบการณ์ในการขายที่ประเทศจีน  ฮ่องกง  และ ฝรั่งเศส เพราะฉะนั้นเราคิดว่ากลยุทธ์ในการทำตลาดในประเทศไทยนั้นจะเริ่มจากผู้ประกอบการโครงการอสังหาริมทรัพย์รายเล็กๆก่อน เพื่อสร้างชื่อเสียงและเมื่อขายได้ดีจะสามารถขายให้กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ได้โดยฐานลูกค้าของบริษัทนั้นประมาณ 55% มาจากตลาดประเทศจีน และ35% มาจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย และอีก15% จากประเทศฝรั่งเศล และประเทศเบลเยี่ยม ขณะที่ประเทศไทยมีศักยภาพ เป็นประเทศเดียวที่มีการแข่งขันในการดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศ ทำให้ราคาถูกลง โดยอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยยังดีอยู่ กลไกทางการตลาดยังคงปรับเปลี่ยนได้ด้วยตัวเอง บริษัทฯจึงยังคงโฟกัสประเทศไทยอยู่ ชาวต่างชาติอยากเข้ามาลงทุน แต่ขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบการโครงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้การสนับสนุนแค่ไหนนายไซม่อน กล่าวในที่สุด

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง