จับตากลุ่มรับเหมาก่อสร้างหวนคืนสังเวียนอสังหาฯชิงส่วนแบ่งตลาด

โจนส์ แลงฯ เผยครึ่งปีแรก62 มีการลงทุนซื้อขายอสังหาฯ 4 รายการ รวมมูลค่า 19,200 ล้านบาท ระบุ 2 ดีลใหญ่ โดย สิงห์ เอสเตทฯและซิโนไทยฯ จับตากลุ่มรับเหมาก่อสร้างกลับคืนวงการอสังหาฯอีกรอบหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง เชื่อภาษีที่ดินฯช่วยผู้ประกอบการมีโอกาสซื้อที่ดินย่านกลางเมืองได้เพิ่มขึ้น คาดครึ่งปีหลังยังมีการซื้อขายที่ดินอาคารต่อเนื่อง พื้นที่EEC รับอานิสงส์จีนย้ายฐานการผลิต กระตุ้นอสังหาฯโลจิสติกส์ โต
 
นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ JLL เปิดเผยถึง การลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยในครึ่งแรก 2562 ว่า  มีเกิดขึ้น 4 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 19,200 ล้านบาท โดยรายการที่มีมูลค่าสูงสุดคือ การขาย “ซันทาวเวอร์ส คอมเพล็กซ์” อาคารสำนักงานริมถนนวิภาวดีรังสิต โดยบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด(มหาชน)หรือ S  เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอส ไพรม์ โกรท (SPRIME) ด้วยมูลค่า 5,700 ล้านบาท

 

รายการลงทุนมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ2  คือการซื้อที่ดิน แปลงรวมมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาทโดย บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC  และบริษัทในเครือ โดยในเดือนเมษายน ซิโน-ไทยฯ ได้ซื้อที่ขนาด 11 ไร่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิตจาก บริษัท ยูซิตี้ จำกัด(มหาชน) หรือ U  ในราคา 4,300 ล้านบาท เพื่อพัฒนาคอมเพล็กซ์ อาคารสำนักงาน ส่วนในเดือนมิถุนายน บริษัทลูกของซิโน-ไทย คือบริษัท เอสที พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ โลจิสติกส์ จำกัด ได้เข้าซื้อคอมมูนิตี้มอลล์ซัมเมอร์ฮิลล์ และอาคารสำนักงาน ซัมเมอร์ฮับ ออฟฟิศ จาก บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ด้วยมูลค่า 957 ล้านบาท

“โดยข้อมูลดังกล่าวได้รับรวบรวมโดยศูนย์บริการข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ไทยของJLL  ซึ่งครอบคลุมธุรกรรมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยโดยบริษัทและกองทุน ทั้งที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และมีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ” นางสุพินท์ กล่าว

นางสุพินท์  กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนของซิโน-ไทยฯ และบริษัทในเครือในปีนี้ สะท้อนให้เห็นแนวโน้มที่บริษัทรับเหมาก่อสร้าง เริ่มทยอยกลับเข้ามาลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง จากที่ได้เว้นช่วงไปเกือบ 2 ทศวรรษหลังวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง โดยมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายอื่นๆ ที่เข้ามาลงทุนเมื่อไม่นานก่อนหน้านี้ อาทิ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด ได้ร่วมลงทุนกับ บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด(มหาชน) AIRA และ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) หรือ SENA  ในโครงการพัฒนาอาคารสำนักงานสปริงทาวเวอร์ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสราชเทวี ส่วนไทย โอบายาชิ ได้ซื้อที่ดินติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสนานา ในราคาตารางวาละ 2.6 ล้านบาท ซึ่งทำสถิติราคาที่ดินต่อตารางวาแพงที่สุดในปี 2560 โดยขณะนี้ กำลังใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารO-NES Tower ซึ่งเป็นการลงทุนพัฒนาโครงการอาคารสำนักงานใหม่ โครงการแรกของ ไทย โอบายาชิ นับตั้งแต่เคยลงทุนก่อสร้าง อาคารนันทวัน ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสราชดำริ เมื่อปี 2534 ที่ผ่านมา

ส่วนการลงทุนซื้อขายที่ดินที่มีราคาต่อตารางวาสูงสุดในครึ่งแรกของปีนี้ เกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ โดย บริษัท แชงกรี-ลา โฮเต็ล จำกัด(มหาชน) ซึ่งซื้อที่ดินขนาด 658 ตารางวา ในย่านทองหล่อ มูลค่าประมาณ 1,900 ล้านบาท หรือราว 2.86 ล้านบาทต่อตารางวา นับว่ามีราคาต่อตารางวาที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์สำหรับการซื้อที่ดินเพื่อการพัฒนาโครงการโรงแรม แต่ยังไม่ทำลายสถิติราคาที่ดินตารางวาละ 3.1 ล้านบาท สำหรับที่ดินขนาด 880 ตารางวา บนถนนหลังสวน ที่JLL เป็นตัวแทนเจ้าของที่ดินขายไปในปี 2561

“เชื่อว่าราคาซื้อขายที่สูง ประกอบกับการที่ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ…. ฉบับใหม่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2563 จะกระตุ้นให้เจ้าของที่ดินในทำเลชั้นดีในกรุงเทพฯ นำที่ดินออกมาเสนอขายเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเข้มแข็งทางการเงิน มีโอกาสมากขึ้นในการซื้อที่ดินในทำเลชั้นดีเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ ในที่นี้หมายรวมถึงการซื้อที่ดินพร้อมอาคาร ที่ไม่สามารถสร้างรายได้สมกับศักยภาพที่เพิ่มสูงขึ้นของแปลงที่ดิน สำหรับนำไปปรับปรุงหรือรื้อถอนเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ ทั้งนี้ เชื่อว่า บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีวิสัยทัศน์จะสามารถพัฒนาโครงการใหม่ที่ยังคงให้ผลตอบแทนในระดับที่พอเหมาะได้แม้ต้นทุนที่ดินจะเพิ่มสูงขึ้นมาก” นางสุพินท์ กล่าว

สำหรับในครึ่งหลังของปี 2562 นี้ คาดว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์รายการใหญ่ๆ จะยังคงเป็นการซื้อขายที่ดินและอาคารในกรุงเทพฯ แต่ขณะเดียวกัน คาดว่า ธุรกรรมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เชิงอุตสาหกรรม อาทิ โรงงาน และโกดังสินค้า และโลจิสติกส์ จะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เนื่องจากมีบริษัทหลายรายเริ่มย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น จากผลพวงของสงครามกำแพงภาษีระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ประกอบกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-commerce)  ในประเทศไทยที่กระตุ้นให้มีความต้องการใช้อสังหาริมทรัพย์ประเภทโลจิสติกส์เพิ่มมากขึ้น

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง