หวั่นมาตรการ DSR เป็นอุปสรรคใหม่และใหญ่ตลาดอสังหาฯ

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผยธปท.คลายเกณฑ์ LTV สำหรับผู้กู้ร่วมพยุงตลาดอสังหาฯในช่วงครึ่งหลังปี 2562 ขยายตัวได้ 5% แต่ย้ำทั้งปียอดการโอนกรรมสิทธิ์ยังติดลบอยู่ที่ 10% พร้อมสนับสนุนรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯโดยตรงช่วยทั้งผู้บริโภคที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยและช่วยระบายสต็อกคงค้างในตลาด ขณะเดียวกันหวั่นเกณฑ์ใหม่ธปท.กำหนดมาตรฐานกลาง DSR เป็นอุปสรรคใหม่และใหญ่ตลาดอสังหาฯ

 

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ผ่อนปรนมาตรการ (Loan to Value : LTV) ในกรณีการนับสัญญากู้ร่วม โดยถ้าผู้กู้ไม่มีชื่อเป็นกรรมสิทธิ์ จะผ่อนปรนเสมือนยังไม่เป็นผู้กู้ในครั้งนั้น เนื่องจากไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่ออยู่อาศัย เพียงแค่ช่วยเหลือกันภายในครอบครัว และมีผลบังคับใช้ทันทีนั้น จะช่วยให้ภาพรวมการโอนอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ดีขึ้นเล็กน้อย และเชื่อว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบของผู้กู้ร่วมที่ไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในการอยู่อาศัยได้รับสินเชื่อตามความเหมาะสมมากขึ้น เพราะปัจจุบันผู้บริโภคกลุ่มนี้ก็มีอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของยอดผู้ขอสินเชื่อรวมหรือกว่า 3 หมื่นราย มีสิทธิ์กลับเข้ามากู้ในสัญญาแรก ส่วนที่ว่าเมื่อยื่นขอกู้แล้วจะกู้ผ่านหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้กู้และเกณฑ์การพิจารณาของธนาคาร

“การผ่อนปรน LTV จะช่วยผู้บริโภคจำนวนหนึ่งที่ติดเงื่อนไขมีโอกาสเข้ามาสู่ระบบซึ่งก็จะช่วยเรื่องโอนได้ระดับหนึ่งและส่งผลให้การขยายตัวของตลาดอสังหาฯ ในครึ่งหลังของปี 2562 ดีขึ้นจากครึ่งแรกราวๆ 5 % แต่เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนก็ยังติดลบอยู่” ดร.วิชัย กล่าว พร้อมกับได้คาดการณ์ว่าในปีนี้ยอดโอนกรรมสิทธิ์น่าจะลดลงจากปี 2561 ประมาณ 17-20% แต่เมื่อธปท.ได้ผ่อนปรนเกณฑ์ LTV ยอดโอนกรรมสิทธิ์ในกรุงเทพฯและปริมณฑลจะติดลบน้อยลงคือประมาณ 10 % ขณะที่ต่างจังหวัดน่าจะติดลบประมาณ 4.8% แต่อย่างไรก็ตาม หากมองภาพรวมทั้งประเทศคาดว่าน่าจะติดลบประมาณ 10 % โดยมีรายละเอียดโอนกรรมสิทธิ์ ดังนี้ คือ

1.1    ภาพรวม หน่วยโอนกรรมสิทธิ์ กทม.+ปริมณฑล – ไตรมาส 2/2562 คือ 40,442 หน่วย ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน -15.3% และ ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีก่อน -18.9%

1.2   ภาพรวม หน่วยโอนกรรมสิทธิ์ กทม.+ปริมณฑล “เฉพาะแนวราบ” – ไตรมาส 2 /2562 คือ 22,091 หน่วย ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน -14.0% และ ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีก่อน -11.2%

1.3  ภาพรวม หน่วยโอนกรรมสิทธิ์ กทม.+ปริมณฑล “เฉพาะคอนโด” – ไตรมาส 2/2562 คือ 18,351 หน่วย ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน -16.9.0% และ ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีก่อน -26.6%

1.4   ภาพรวมของการโอนกรรมสิทธิ์ ปรับตัวมาใกล้เคียงกับตัวเลขในปี 2560 ดังนั้น หากมีการออกมาตรการสนับสนุนและมีปัจจัยบวกทางเศรษฐกิจที่ดีแล้วจะทำให้

– ภาพรวมไตรมาส 3/2562 ขยายตัวได้ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน +7.1% และ ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมารส 3 ของปีก่อน -10.9%

– ภาพรวมไตรมาส 3/2562 “เฉพาะแนวราบ” ขยายตัวได้ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน +9.7% และ ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปีก่อน -0.6%

– ภาพรวมไตรมาส 3/2562 “เฉพาะคอนโด” ขยายตัวได้ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน +3.9% และ ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมารส 3 ของปีก่อน -2.7%

1.5  ภาพรวมของการโอนกรรมสิทธิ์ Q3/2562

–    ภาพรวมไตรมาส 3/2562 ขยายตัวได้ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน +7.1% และ ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมารส 3 ของปีก่อน -10.9%

–  ภาพรวมไตรมาส 3/2562 “เฉพาะแนวราบ” ขยายตัวได้ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน +9.7% และ ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปีก่อน -0.6%

–  ภาพรวมไตรมาส 3/2562 “เฉพาะคอนโด” ขยายตัวได้ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน +3.9% และ ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมารส 3 ของปีก่อน -2.7%

1.6  ภาพรวมของการโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งปี 2562

–  ภาพรวมทั้งปี 2562 ขยายตัวได้ ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน -10.2%

–  ภาพรวมทั้งปี 2562 “เฉพาะแนวราบ” ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน -3.5%

–   ภาพรวมทั้งปี 2562 “เฉพาะคอนโด” ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน -17.0%

หนุนออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯโดยตรง

ดร.วิชัย ยังกล่าวให้ความเห็นว่า จากการที่ธปท.และสมาคมสินเชื่อ ออกมาระบุว่าการปล่อยสินเชื่อใหม่ยังมีการขยายตัวนั้นค่อนข้างสวนทางกับตัวเลขที่ทางศูนย์ข้อมูลมี ดังนั้นตัวเลขที่มีการขยายตัวน่าจะมาจากการรีไฟแนนซ์มากว่า  อย่างไรก็ดี กรณีที่คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.ศก.) มีมติเห็นชอบออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 3.1 แสนล้านบาทนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเงินดังกล่าวจะถูกส่งตรงไปยังรากหญ้าช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายทันที แต่คงไม่มาถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ ส่วนตัวเห็นด้วยหากรัฐบาลจะออกมาตรการมากระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาฯโดยตรงจะช่วยทั้งผู้บริโภคที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยและช่วยระบายสต็อก โดยไม่จำเป็นต้องเป็นมาตรการเดิมๆ เหมือนที่เคยออกมาก่นหน้า กล่าวคือ ในการออกมาตรการอะไรมาควรพิจารณาและดูความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ว่ามีพื้นฐานลักษณะของความต้องการซื้อบ้านที่แตกต่างกันด้วย อีกทั้งควรดูปัจจัยแวดล้อมอื่นๆประกอบด้วยเช่นกัน

“ แต่ละพื้นที่คนซื้อมีพื้นฐานแตกต่างกัน หากพื้นที่ใดมีความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยทดแทนการเช่าก็จะต้องคลายกฎเกณฑ์ LTV ลง เพื่อให้คนเหล่านี้สามารถซื้อได้ แต่หากพื้นที่ใดมีการซื้อเพื่อเก็งกำไรค่อนข้างมาก ก็ไม่ต้องผ่อนเกณฑ์ให้” ดร.วิชัย กล่าวให้ความเห็น พร้อมกับย้ำว่าในช่วงที่ผ่านมาทางศูนย์ข้อมูลอสังหาฯก็ได้ส่งรายงานข้อมูลภาคอสังหาริมทรัพย์ไปให้ทางผู้บริหารสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)

อนึ่ง : เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562 สามสมาคมอสังหาฯนำทีมพบ “มท.1-อนุพงษ์ เผ่าจินดา”  หารือแนวทางแก้ปมกฎหมายหวังปลดล็อกธุรกิจ พร้อมเสนอลดค่าธรรมเนียมการโอน-จดจำนอง ในอัตราที่ต่ำเป็นพิเศษให้กับผู้บริโภคที่ซื้อที่อยู่อาศัย(บ้าน)สองหลังแรก ในทุกระดับราคาเป็นมาตรการระยะยาวหรือเป็นการถาวร

หวั่นเกณฑ์ใหม่ธปท.กำหนดมาตรฐาน DSR คือ อุปสรรคใหม่และใหญ่ตลาดอสังหาฯ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธปท. อยู่ระหว่างการดำเนินการใน 2 เรื่องสำคัญเพื่อดูแลปัญหาหนี้ครัวเรือน ได้แก่ 1. การกำหนดแนวทางการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ควบคู่ไปกับ 2.การเตรียมกำหนดมาตรฐานกลางสำหรับการปล่อยสินเชื่อโดยพิจารณาจากภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio : DSR) มาใช้เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงในการก่อหนี้เกินตัว โดยขณะนี้ ยังคงอยู่ระหว่างรอการเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากธปท.ที่คาดว่าจะเปิดเผยในช่วงปลายปีนี้และประกาศใช้ในปี 2563

ต่อประเด็นดังกล่าวว่า ดร.วิชัย ให้ความเห็นว่า น่าจะส่งผลกระทบและเป็นอุปสรรคใหม่ที่ใหญ่ต่อการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นจึงควรพิจารณาออกมาตรการในจังหวะที่เหมาะกับเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ไม่ควรออกมาในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีหรือชะลอตัว เพราะนั่นเท่ากับว่าเป็นการซ้ำเติม ซึ่งเดิมทีแต่ละแบงก์ก็มีการกำหนด DSR อยู่แล้วและปรับตามหรือยืดหยุ่นตามศักยภาพของลูกค้าบางลุ่มบางรายได้ แต่หากมาตรฐานกลางที่กำหนดใช้เกณฑ์เดียวกันหมดตามที่ ธปท.สำหรับการคำนวณสัดส่วน DSR มีความเข้มงวดมากขึ้น ก็อาจส่งผลกระทบต่อการขอสินเชื่อใหม่ของผู้บริโภครวมถึงการพิจารณาการปล่อยสินเชื่อใหม่ของสถาบันการเงินให้แก่ผู้กู้รายย่อยที่มีภาระหนี้บางส่วนอยู่ก่อนแล้ว

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง