เปิดสูตร!ลงทุนอสังหาฯตระกูลเก่า “สวาทยานนท์”

โครงการ MS Siam Tower (เอ็ม เอส สยาม ทาวเวอร์)

ด้วยเพราะสายสัมพันธ์อันยาวนาน ระหว่าง 2 ตระกูลเก่า “ศรีเฟื่องฟุ้ง” กับ “สวาทยานนท์” โดย “วิชัย สวาทยานนท์” ผู้ปลุกปั้นธุรกิจผลิตแห อวน บ้านและที่ดิน อาคารสำนักงานให้เช่า และเป็นเจ้าของ “ อาคารมหาทุน” อาคารสูงยุคแรกๆเมื่อร่วม 50 ปีย่านเพลินจิตที่พัฒนาในนามบริษัท มหาทุนพลาซา จำกัด มีเพื่อน คือ “ ดร.บุญทรง ศรีเฟื่องฟุ้ง” ผ่านเครือข่ายหอการค้าไทย-จีน จึงร่วมทุนกันพัฒนา “อาคารไทยซีซี ทาวเวอร์” สำนักงานให้เช่าบนถนนสาทรที่อยู่ในทำเลที่ดีตึกหนึ่งมาตั้งแต่ปี 2537 ในนามบริษัท ศรีสยาม พรอพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ซึ่งมีตระกูลศรีเฟื่องฟุ้ง ถือหุ้นอยู่ด้วยในสัดส่วนกว่า 10 %

ทั้งสองอาคาร คืออาคารมหาทุน และ อาคารไทยซีซี ทาวเวอร์ เป็นการเช่าที่ดินระยะยาวมาพัฒนา โดยอาคารมหาทุนเช่าสัญญา30 ปี ต่อสัญญาครั้งละ 10 ปี2 ครั้ง ปัจจุบันเหลือเวลาเช่าอีกว่า 10 ปี ขณะที่อาคารไทยซีซีทาวเวอร์ ได้ต่อสัญญาเช่าใหม่ทำให้เหลือสัญญาเช่า 15-16ปี …. และนี่คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ 2 ตระกูลนักธุรกิจ และนักพัฒนาที่ต้องการมีสินทรัพย์ที่สร้างรายได้หรือผลตอบแทนประจำบนที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองทดแทนการเช่าที่ดินผู้อื่นมาพัฒนาเฉกเช่นอดีตก่อนหน้า ซึ่งนั่นจึงก่อเกิดการรวมกลุ่มร่วมทุนกันในนามบริษัท ทุนศรีสยาม จำกัด ยื่นจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2556 เพื่อประกอบธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ด้วยทุนจดทะเบียน 700 ล้านบาท (ชำระเต็ม) ทั้ง2ตระกูลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รวมกันในสัดส่วน 50 % ที่เหลือเป็นการถือหุ้นในนามบุคคล โดย“ ดร.บุญทรง. ศรีเฟื่องฟุ้ง” เป็นประธานกรรมการ ขณะที่ “วิชัย สวาทยานนท์”เป็นกรรมการผู้จัดการ และมี “กรวิชญ์ สวาทยานนท์” ทายาท “วิชัย สวาทยานนท์”  บริหารงานในฐานะผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทุนศรีสยามจำกัด

เครดิตภาพจาก Market plus

กรวิชญ์ สวาทยานนท์

“สองกลุ่มเราต้องการมีทรัพย์สินที่เป็นพร็อพเพอร์ตี้ถาวรเป็นของเราเองให้ผู้ร่วมทุนได้ถือครองในระยะยาว และผมก็เป็นคนมองหาทำเล”กรวิชญ์ กล่าวพร้อมกับเล่าถึงเหตุผลที่เลือกทำเลพระราม 3 นำร่องโครงการ MS Siam Tower (เอ็ม เอส สยาม ทาวเวอร์) อาคารสำนักงานพรีเมี่ยมแห่งแรก บนเนื้อที่กว่า 7ไร่ หัวมุมถนนพระราม 3 และวงแหวนอุตสาหกรรม มากจาก 5 ปัจจัยหลัก คือ

  • ย่านพระราม 3 มีอาคารสำนักงานอยู่จำนวนจำกัด ในขณะที่ความต้องการเช่ายังมีอยู่ตลอด
  • อนาคตพระราม 3 จะเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
  • ราคาที่ดินต่ำกว่าพื้นที่ในเมือง
  • การแข่งขันต่ำกว่าในเมืองและทำเลที่ตั้งสามารถชมวิวของแม่น้ำได้อย่างชัดเจน
  • ทำเลแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง เดินทางเข้าสู่ถนนสายหลักและย่านธุรกิจใจกลางเมือง(CBD-Central Business District) ได้สะดวก

ที่ดินแปลงดังกล่าวบริษัททุนศรีสยาม จำกัดได้ซื้อมาจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด(มหาชน) ที่ยึดมาจากเจ้าของเดิมคือกลุ่มบริษัทสหวิริยาสตีลอินดัสตรี กว่า 7 ไร่(จากทั้งหมด 14 ไร่)นั้น บริษัททุนศรีสยามนำออกมาบางส่วนเพื่อพัฒนาโครงการ MS Siam Tower ส่วนที่ดินที่เหลืออีกประมาณ 7 ไร่สำหรับรองรับแผนการพัฒนาในอนาคตแต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะพัฒนาในรูปแบบใด “เมื่อ4-5ปีก่อนเราซื้อมาในตอนนั้น ราคาไม่ถึง 2 แสนบาทต่อตารางวาแต่วันนี้ราคาพุ่งเป็นกว่า 3-4 แสนบาทแล้ว”

ทั้งนี้ โครงการ MS Siam Tower เป็นอาคารสำนักงาน 38 ชั้น แวดล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ปอดสีเขียวขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ อย่างบางกระเจ้า บนหัวมุมถนนพระราม 3 และวงแหวนอุตสาหกรรมด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 2,600 ล้านบาท โดยมีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)ให้การสนับสนุนวงเงินสินเชื่อ 1,460 ล้านบาท ส่วนบริษัท ปักกิ่ง เออร์บัน- คอนสตรัคชั่น ยาไถ่ (ไทย) คอนสตรัคชั่นกรุ๊ป เป็นผู้ก่อสร้างงานโครงสร้างและสถาปัตยกรรม

ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งคณะผู้บริหารบริษัท ทุนศรีสยาม จำกัด พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์  คุณหลี่ ชุนหลิน ที่ปรึกษาและกงสุลใหญ่ สถานทูตจีนประจำประเทศไทย คุณจาง ตงฮ้าว ที่ปรึกษาสถานทูตจีนประจำประเทศไทย คุณจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานหอการค้าไทย-จีน   และดร.แสงชัย โสตถีวรกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ร่วมงานเปิดอาคารอย่างเป็นทางการไปเมื่อ23 สิงหาคม 2562 โดยมีซีบีอาร์อี ประเทศไทย เป็นตัวแทนแต่เพียงผู้เดียวในการปล่อยเช่าอาคาร

โครงการ MS Siam Tower เป็นการพัฒนาสำนักงาน(ออฟฟิศ)ขึ้นในย่านพระราม3 ในรอบ 11ปี หลังจากมีอาคารศุภาลัย เป็นการรองรับความต้องการเช่าพื้นที่สำนักงานที่ต้องการขยายพื้นที่เดิม และรองรับความต้องการที่ล้นจากใจกลางเมืองในราคาที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับทำเลที่ใกล้กันเช่นทำเลสาทร สีลมที่มีอัตราค่าเช่าอยู่ที่ 950 – 1,000 กว่าบาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าค่าเช่าพื้นที่ในอาคาร MS Siam Tower ที่คิดอยู่ที่อัตรา 650 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน อีกทั้งยังสะดวกในการเดินทางไปยังโรงงานอุตสาหกรรม กลุ่มผู้เช่าหลายรายเดิมมีการเช่าสำนักงานในย่านพระราม3อยู่แล้วย้ายออฟฟิศหรือขยายออฟฟิศด้วยการมาเช่าพื้นที่ในอาคาร MS Siam Tower เพิ่ม

ด้าน รุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ หัวหน้าแผนกพื้นที่สำนักงาน ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ขณะนี้มีผู้เช่าพื้นที่ในอาคาร MS Siam Towerแล้วกว่า 60% ก่อนการเปิดอาคารอย่างเป็นทางการ กลุ่มผู้เช่าจากหลายธุรกิจ เช่น กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี และธุรกิจอาหาร   นอกจากนี้ MS Siam Tower มีการก่อสร้างและการจัดการระบบภายในต่างๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานอาคารสีเขียวระดับโลก (LEED –  Leadership in Energy and Environmental Design) จากสหรัฐอเมริกา และยังตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่สำนักงานหลายชั้นที่สามารถสร้างบันไดส่วนตัวเชื่อมระหว่างชั้นได้ หรือผู้ที่ต้องการพื้นที่เพียง 100 ตารางเมตร แต่ได้พื้นที่ในอาคารสำนักงานเกรดพรีเมี่ยม ในราคาที่ย่อมเยากว่าและเดินทางสะดวกสู่ย่านใจกลางธุรกิจ

ภายใน 14 ปีถึง“จุดคุ้มทุน”- สร้างผลตอบแทน 8-9%

ทั้งนี้ อาคารสำนักงานให้เช่าในย่านพระราม 3 ที่มีพื้นที่ให้เช่าขนาดใหญ่ตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไปมีจำนวนไม่มากประมาณ 3 อาคาร คือ อาคารศุภาลัย อัตราการเช่าพื้นที่ 90% ,อาคารปัญจธานี ทาวเวอร์ อัตราการเช่าพื้นที่ประมาณ 80% โดยเฉลี่ยอัตราค่าเช่าอยู่ที่ 450-500บาทต่อตารางเมตร และอาคาร MS Siam Tower ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานล่าสุดในย่านพระราม 3

 “การทำให้อาคารได้มาตรฐาน LEED ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20 % แต่ผมมองว่ามันคุ้มที่จะลงทุนรองรับอนาคตและความต้องการของตลาดผู้เช่า” กรวิชญ์ กล่าวย้ำ พร้อมกับมั่นใจว่า โครงการ MS Siam Tower จะมีผู้เช่าเต็มหรือเกือบ100 %ในปี 2563 และคาดว่าน่าจะถึง “จุดคุ้มทุน”หรือ Break-Even Point” ภายใน 14 ปี จากนั้นคาดว่าจะสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นบริษัททุนศรีสยาม 8-9 %

อาคาร MS Siam Tower  มีพื้นที่ใช้สอยภายในอาคารประมาณ 43,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่สำนักงาน 40,000 ตารางเมตร และพลาซ่าประมาณ 3,000 ตารางเมตร พื้นที่ต่อชั้นสำนักงาน 1,200 – 1,300 ตารางเมตร โดยมีความสูงจากพื้นจรดฝ้า 2.80 เมตร มีลิฟต์โดยสาร 12 ตัว พร้อมลิฟต์บริการ 1 ตัว และลิฟต์ที่จอดรถ 2 ตัว มีพื้นที่จอดรถสูง 10 ชั้น จอดรถได้กว่า 800 คัน  พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครันภายในอาคาร ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่ค้าปลีก 2 ชั้น มีศูนย์อาหาร ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ฟิตเนส ร้านสะดวกซื้อ   ที่ตั้งของอาคารยังรายล้อมด้วยคอนโดมิเนียม ธนาคารชั้นนำ

“กลุ่มธุรกิจเราเน้นพื้นที่ทำเลใหม่ๆ การแข่งขันไม่สูง แต่มีศักยภาพในอนาคต และมีความต้องการตลาด” ซึ่งนั่นก็คือกรอบแนวคิดการเลือกทำเลในการทำธุรกิจที่ “กรวิชญ์” ได้กล่าวย้ำๆอยู่เสมอตลอดช่วงการพูดคุย

จับมือกลุ่มทุนพื้นที่ลุยอสังหาฯ อีอีซี

ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงรูปแบบการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่ม “ สวาทยานนท์” ผ่านบริษัทในเครือ นั้นจะมีทั้งการลงทุนเดี่ยวๆภายใต้แบรนด์ “สุขนิเวศน์” ทำเลย่านสุขสวัสดิ์และขยายโครงการอื่นๆ ในกรุงเทพฯ หลังจากนั้นขยายโครงการออกมายังปริมณฑลและภาคตะวันนออกอีกมากมายซึ่งมีทั้งที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์  คอนโดมิเนียม เป็นต้น

นอกจากการบุกลงทุนพัฒนาอสังหาฯแบบบุกเดี่ยวแล้วการเข้าไปลงทุนในลักษณะ “ร่วมทุน” กับพันธมิตรถือว่าเป็นอีกกลุยทธ์หลักด้วยเช่นกันซึ่งนอกจากกลุ่ม “ สวาทยานนท์” จะร่วมทุนกับกลุ่มตระกูล “ศรีเฟื่องฟุ้ง” แล้ว ที่ผ่านมากลุ่ม “ สวาทยานนท์” ยังใช้บริษัท มหาทุนพลาซา จำกัด เข้าร่วมทุนกับนายศิริชัย ชลไพรพิมลรัตน์ กลุ่มทุนพัฒนาที่ดินย่านภาคตะวันออกหรือพื้นที่อีอีซี และกลุ่มนายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการบริหารบริษัท เกลือเจริญ อินเตอร์เนชั่นแนล  ผู้ผลิตเกลือปรุงทิพย์ เพื่อพัฒนาอสังหาฯแนวราบในจ.ชลบุรี และระยอง ได้แก่โครงการบ้านสิริศา ซึ่งมีทั้งบ้านเดี่ยวและอาคารพาณิชย์ ระดับราคาเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาทขึ้นไป โดยดำเนินการในนามบริษัท ปราการ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด

“เราไปลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาฯมานานเป็น 10 ปีแล้วถึงวันนี้มีไม่น้อยกว่า 20-30 โครงการ กรวิชญ์ กล่าวพร้อมกับบอกว่า ทำเลที่เข้าไปลงทุนมีทั้ง พัทยา ศรีราชา บ้านฉาง แหลมฉบัง สัตหีบ และทำเลต่างๆดังกล่าวมีที่ดินที่รอการพัฒนาหลายแปลงแต่ละแปลงขนาดที่ดินตั้งแต่ 30-100 ไร่ และกลุ่มบริษัทฯก็พร้อมที่จะซื้อที่ดินแปลงใหม่ๆมาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันมีแลนด์แบงก์สะสมในพอร์ตหลายแปลงทั้งที่อยู่ในกรุงเทพ ฯเช่น ย่านพระราม 2 ซึ่งนอกจากจะได้ซื้อที่ดินเพื่อรองรับการก่อสร้างอาคารสำนักงานให้เช่าแห่งใหม่แทนอาคารมหาทุน เพลินจิต หลังจากหมดสัญญาเช่ากับเจ้าของที่ดิน

“พระราม 2 เป็นทำเลที่มีอนาคตเข้าหลักเกณฑ์การเลือกทำเลลงทุนของเรา คือราคาที่ดินต่ำ เป็นทำเลอนาคต เดินทางเข้าเมืองสะดวกไม่ต่างไปจากทำเลพระราม 3ที่เราลงทุนสร้างอาคาร MS Siam Tower และก็ยังมีที่ดินอีก 7 ไร่ในบริเวณเดียวกันที่รองรับการพัฒนา”นายกรวิชญ์ พร้อมกับเล่าด้วยว่านอกจากนี้วางแผนขยายการลงทุนในพื้นที่รองรับความต้องการสำนักงานในอนาคต ย่านพระราม2 ทำเลบางนา-ตราด ก็เป็นอีกเป้าหมายหนึ่งในการขยายการพัฒนาอสังหาฯของกลุ่ม “ สวาทยานนท์”

การเดินเกมรุกอสังหาฯและการเข้าไปถือหุ้นในบริษัทใดบริษัทหนึ่งของคนใดคนหนึ่งในตระกูลเก่า“ สวาทยานนท์” ไม่ว่าจะเป็นการบุกแบบ“ฉายเดี่ยว”หรือบุกแบบเข้า“ ร่วมทุน ”กับพันธมิตรนับว่าเป็นที่น่าสนใจและจับตามองอย่างยิ่ง!! ซึ่งก็รวมถึงการข้าไปลงทุนในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่างบริษัทเอส.พี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JSP ที่ “สวาทยานนท์” เข้าไปเทคโอเวอร์แบบเป็นมิตรจากผู้ถือหุ้นกลุ่มหนึ่งมาในช่วงก่อนหน้านี้ด้วย

โครงการคอนโดพัทยาพอช พัทยาเหนือ บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ พัฒนาเป็นอาคารสูง 1 อาคาร 35 ชั้น และ 1 อาคารจอดรถ 6 ชั้น จำห้องทั้งหมด  439 ห้อง ราคาขายเริ่ม 70,000-80,000 บาทต่อตารางเมตรสร้างเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธ์ให้ลูกค้าตั้งแต่ปี 2560  มีแบบห้อง / พื้นที่ห้อง ดังนี้

แบบสตูดิโอ ขนาดพื้นที่ 22.45 – 27.55 ตารางเมตร

แบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่   27.10 – 37.25 ตารางเมตร

แบบ 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่   49.35 ตารางเมตร

และแบบเพนท์เฮ้าส์ ขนาดพื้นที่   55.20 – 147.72 ตารางเมตร

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง