JCK ลั่นยอดขาย “อาร์ติซาน รัชดา”ทะลุ90%

JCK โชว์ความสำเร็จโปรเจกต์ร่วมทุน “อาร์ติซาน รัชดา” มูลค่ากว่า 6,800 ล้านบาท กับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ “คันทรี่ การ์เด้นฯ” กวาดยอดขายเกือบ 90% คาดปิดโครงการได้ภายในสิ้นปี 62 นี้ ขณะที่การก่อสร้างแล้วเสร็จเกือบ 100% พร้อมโอนต้นปีหน้าและเริ่มทยอยรับรู้ตั้งแต่ ไตรมาส 1/63 เป็นต้นไปหนุนรายได้-กำไร ทะยานลิ่ว ขณะที่นิคมฯ นครพนม 1,335 ไร่ จ่อผุดโครงการ Mixed-use มั่นใจตอบโจทย์การค้าชายแดนครบวงจร

นายอภิชัย เตชะอุบล ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JCK   เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการคอนโดมิเนียม อาร์ติซาน รัชดา ซึ่งเป็นคอนโดฯ High Rise สูง 34 ชั้น 4 อาคาร มีทั้งหมด 1,337 ยูนิต ในอาคาร Mixed Use ที่มีทั้งส่วน Commercial Area และ พื้นที่สำนักงานแบบ Freehold มูลค่ากว่า 6,800 ล้านบาท ผ่านการร่วมทุนระหว่าง JCK กับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ในประเทศจีน กลุ่มบริษัท คันทรี่ การ์เด้นฯ ว่า ขณะนี้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เกือบ 100% และได้รับการตอบรับจากลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวจีน เป็นอย่างดี เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ในใจกลางรัชดาภิเษก ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน MRT ซึ่งถือเป็นทำเลทองที่มีดีมานด์ความต้องการที่อยู่อาศัยสูงมาก

“โครงการคอนโดมิเนียม อาร์ติซาน รัชดา ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างมาก กวาดยอดขายไปแล้วเกือบ 90% และคาดว่าจะปิดโครงการขายได้ 100% ภายในสิ้นปี 2562 นี้  และจะเริ่มทยอยโอนให้กับลูกค้าในช่วงต้นปี 2563 ได้เลย ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการดังกล่าวตั้งแต่ไตรมาส 1 เป็นต้นไป และคาดว่าน่าจะโอนได้หมดภายในไตรมาส 3/63  ผลักดันรายได้และกำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด” นายอภิชัย กล่าว

สืบเนื่องจากข่าวคอนโดมิเนียมในตลาดมียอดขายตกค้างอยู่ไม่ต่ำกว่า 300,000 ยูนิต ซึ่งไม่ได้สร้างปัญหากับโครงการ Artisan แต่ด้วยศักยภาพและเน็ตเวิร์คของกลุ่มคันทรี่ การ์เด้นฯ ทำให้ยอดขายของส่วนต่างชาติขายหมด 100% ในเวลาอันสั้น แล้วส่วนของคนในประเทศก็ได้ขายไปกว่า 40%  รวมยอดขายทั้งโครงการไปแล้ว 90%  คาดว่าจะปิดโครงการภายในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ JCK เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยรายแรกที่ “คันทรี่ การ์เด้น กรุ๊ป” ซึ่งเป็นผู้ประกอบการอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่อันดับ 1 ในประเทศจีน มีโครงการในมือที่สร้าง และพัฒนามาแล้ว มากกว่า 8,000 โครงการ มีเครือข่ายในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก การตัดสินใจเลือก JCK ให้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ และร่วมลงทุนในโครงการแรกที่สยายปีกเข้าสู่ประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็นถึงศักยภาพในการทำงาน, เชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพ, เชื่อมั่นในหลักธรรมาภิบาลของบริษัทฯ

นายอภิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนการขยายการลงทุนพัฒนาโครงการในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดนครพนม ได้เข้าทำสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ จากกรมธนารักษ์ รวม 2 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1,335 ไร่ เป็นระยะเวลา 50 ปี เพื่อสร้างโอกาสและรองรับการขยายธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และหรือนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯในระยะยาว

“เราเห็นศักยภาพการเติบโตของจังหวัดนครพนมในอนาคต ซึ่งมีพรมแดนเชื่อมต่อประเทศลาว เวียดนาม และจีน สามารถพัฒนาและยกระดับพื้นที่ดังกล่าวในฐานะศูนย์กลางการขนส่ง และโลจิสติกส์ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และอุตสาหกรรมแปรรูปต่างๆ ที่สำคัญของประเทศ โดยรูปแบบจะเป็นไปในลักษณะของโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ ผู้ใช้บริการได้อย่างครบวงจร” นายอภิชัย กล่าวในที่สุด

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง