รัฐเร่งแก้หนี้ครัวเรือนดันจีดีพีโต

ในปี 2562 ถือเป็นปีที่ภาคธุรกิจอสังหาฯประสบปัญหาอันเนื่องมาจากหลายปัจจัยลบ โดยเฉพาะในครึ่งปีแรก หลังจากที่ประกาศใช้มาตรการควบคุมสินเชื่อบ้าน (Loan to Value : LTV) ส่งผลให้ยอดขายและยอดโอนชะลอตัวลง ขณะเดียวกันภาครัฐก็ได้พยายามที่จะผลักดันงบทุนในเมกะโปรเจกต์อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงส่งเสริมในภาคธุรกิจอื่นๆเพื่อให้เศรษฐกิจในประเทศกลับมาโตอีกครั้งหนึ่ง ด้านหนี้ครัวเรือนที่มีมากขึ้นทุกช่วงอายุ และแก้ไขได้ยาก ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องร่วมมือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงจะประสบความสำเร็จ

คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี62 ขยายตัว2.7–3.2%

นางสาวจินางค์กูร โรจนนันต์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงานทรงคุณวุฒิ รักษาราชการรองเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยในงาน เสวนาภายใต้หัวข้อเรื่อง “วิเคราะห์สถานการณ์หนี้ครัวเรือน กับโอกาสในการซื้อที่อยู่อาศัย” ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ปี 2562 มีทิศทางชะลอตัวลงเล็กน้อยจาก ไตรมาสที่ผ่านมา โดยเป็นผลจากการชะลอตัวของการบริโภคภาคเอกชน การลงทุน ภาคเอกชน และการใช้จ่ายของรัฐบาลเป็นหลัก ในขณะที่ภาคการส่งออกปรับตัวลดลง  ขณะที่ด้านการผลิต (Production side) ภาคบริการขยายตัวชะลอลงเล็กน้อยจากไตรมาส ก่อนหน้าโดยเฉพาะในสาขาการค้าส่งค้าปลีกและสาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร ขณะที่สาขาเกษตรและสาขาการผลิตอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง ซึ่งคาดการณ์ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2562 จะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 2.7-3.2 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศ การดำเนินมาตรการขับเคลื่อนของภาครัฐ และการปรับตัวดีขึ้นของภาคการส่งออก

โดย ณ เดือนตุลาคม 2562 หน่วยงานต่างๆทยอยปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย ทั้งปี 2562 ลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้า  ส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาวะสงครามการค้าระหว่างจีน และสหรัฐฯและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น ทำให้ภาคการส่งออกได้รับผลกระทบ รวมถึงภาคการท่องเที่ยว  อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีจะปรับตัวดีขึ้นจากช่วงครึ่งแรกแม้ว่ายังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและสงครามการค้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจาก

(1) การใช้จ่ายภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชน

(2) การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ ตามมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ

(3) การค่อยๆขยายตัวดีขึ้นของภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว

 

ตลาดชะลอตัวลงสอดคล้องการโอนและที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จ

ขณะที่แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ค่อยๆ ชะลอตัวลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2559 เป็นต้นมา ส่วนหนึ่งจะเห็นได้จากการชะลอการก่อสร้างของผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเริ่มบังคับใช้มาตรการควบคุมสินเชื่อบ้าน (Loan to Value : LTV) ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในตลาดปรับตัวลดลงสอดคล้องกับการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยที่ลดลงร้อยละ 18.9 เช่นเดียวกับ ปริมาณที่อยู่อาศัยพร้อมจำหน่าย (supply) ที่ลดลงต่อเนื่อง (สะท้อนจากที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ ซึ่งการปรับตัวชะลอลงของความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยและปริมาณที่อยู่อาศัยในตลาด และภาวะเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี อาจทำให้ตลาด อสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับทรงตัว

ทั้งนี้ในไตรมาสที่ 2 ปี 2562 หนี้สินครัวเรือนขยายตัวร้อยละ 5.8 ชะลอลงจากร้อยละ 6.3 แต่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ยังคงอยู่ที่ระดับร้อยละ 78.7 เท่ากับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ปี 2562 มีทิศทางชะลอตัวลงเช่นเดียวกันทิศทางของหนี้ครัวเรือน แม้ว่าโครงสร้างหนี้ครัวเรือนของไทย ส่วนใหญ่จะเป็นสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยอยู่ที่ร้อยละ 33.0 แต่เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ที่มีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ในระดับสูงเช่นกัน จะเห็นได้ว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของหนี้ครัวเรือนเป็นสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (สัดส่วนร้อยละ 50.0 – 80.0)  ซึ่งหนี้ครัวเรือนของไทยมีความเปราะบางเพราะ 1 ใน 3 ของหนี้ ครัวเรือนเป็นสินเชื่อเพื่อการบริโภคเป็นหลัก ได้แก่ สินเชื่อ ส่วนบุคคล ร้อยละ 23.8 สินเชื่ออื่นๆ ร้อยละ 9.9 และสินเชื่อ บัตรเครดิต ร้อยละ 2.9 ของหนี้สินครัวเรือนทั้งหมด

 

พฤติกรรมการก่อหนี้ที่อยู่อาศัยมีทุกช่วงอายุ

ทั้งนี้ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา คนไทยมีแนวโน้มซื้อที่อยู่อาศัยกันมากขึ้น โดยสัดส่วนคนเป็นหนี้เพื่อที่อยู่อาศัยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่องในทุกช่วงอายุ  จากข้อมูลในปี 2561 เริ่มเห็นสัญญาณกลุ่มคนอายุ 26 – 30 ปี ซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้นเทียบกับในอดีต (ปี 2555) โดยภาพรวมในช่วงปี 2555 – 2561 พฤติกรรมการซื้อที่อยู่ อาศัยของคนไทยส่วนใหญ่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก โดยมักเริ่มซื้อตลอดช่วงอายุ 31 – 40 ปี

การเพิ่มขึ้นราคาอสังหาริมทรัพย์ (บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์และอาคารชุด) มีแนวโน้มขยายตัวในระดับที่สูงกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจและ ค่าจ้างแรงงาน  โดยค่าเฉลี่ยอัตราการขยายตัวของราคาอสังหาริมทรัพย์ย้อนหลัง 5 ปี (ปี 2557 – 2561) สูงกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจถึง 1 – 2 เท่า โดย ราคาอาคารชุดสูงกว่า 2.1 เท่า ราคาทาวน์เฮาส์สูงกว่า 2.0 เท่า และ ราคาบ้านเดี่ยวสูงกว่า 1.0 เท่า

ในปี 2561 การเพิ่มขึ้นของราคาอาคารชุด ทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยว ยังคงสูงกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจและค่าจ้างแรงงาน  และแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ของแรงงาน ชี้ให้เห็นความจำเป็นในการออกแบบมาตรการที่จะช่วยให้กลุ่มคนที่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย


แผนพัฒนาที่อยู่อาศัยสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติปี
6180

แผนระดับ1 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ในเรื่องกระจายการถือครองที่ดินและการเข้าถึงทรัพยากร ภายใต้ประเด็นยุทธศาสตร์ด้านการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในทุกมิติ โดยกระจายการถือครองที่ดินในขนาดที่เหมาะสมต่อการประกอบอาชีพเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการถือครองที่ดิน และการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องในการใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณะเพื่อการประกอบอาชีพสำหรับประชาชน เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงการใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเป็นธรรมและมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง

 

แผนระดับ 2 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นเรื่องประเด็นความเสมอภาคและหลักประกันทางสังคม ภายใต้แผนย่อยมาตรการแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะ โดยมีแนวทางในการพัฒนาคือส่งเสริม และจัดหาโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมให้ประชากรกลุ่มต่างๆ และส่งเสริมความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย

 

แผนปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ เป็นการปฏิรูปด้านความเท่าเทียมและการเติบโตอย่างมีส่วนร่วม มุ่งเน้นการสร้าง ความมั่นคงทางด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนโดยการจัดตั้งและดำเนินการธนาคารที่ดิน และโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อย

 

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ยุทธศาสตร์ที่ 2 เป็นการสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างโอกาสในการมี ที่ดินท ากินของตนเองและยกระดับรายได้ โดยรัฐเข้าไปสนับสนุนการมีที่ดินท ากินอย่างยั่งยืน ในรูปแบบที่ครบวงจร สนับสนุนการจัดตั้งธนาคารที่ดินเพื่อเป็นกลไกที่ท าให้เกิดการกระจาย การถือครองที่ดิน ที่จะช่วยให้เกษตรกร กลุ่มเกษตร ผู้ยากจน ได้มีที่ดินท ากินและมีที่อยู่อาศัย สนับสนุนการจัดหาที่อยู่อาศัยและระบบสาธารณูปโภคให้กับประชากรกลุ่มเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาชุมชนแออัดในเมือง

 

แผนระดับ3 ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย 10 ปี (พ.ศ. 2559-2568) เป็นการส่งเสริมความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านการอยู่อาศัย โดยการจัดเตรียมที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานในชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม พร้อมระบบสาธารณูปโภค

แนะนำนวัตกรรมใหม่เอื้อสังคมผู้สูงวัย

สำหรับโครงสร้างสังคมผู้สูงวัย ที่นับวันจะมีเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ความต้องการบ้านที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานของผู้สูงวัยกลายเป็นสิ่งสำคัญในการออกแบบที่อยู่อาศัย  ดังนั้นควรนำนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตของผู้สูงวัยมาเป็นส่วนสำคัญในการออกแบบบ้าน เช่น การสั่งการด้วยเสียง ระบบEmergency Call Bell เป็นต้น  นอกจากนี้ควรคำนึงถึงปัจจัยต่างๆที่จะสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย เช่น ขนาดประตู ทางลาดชันเข้าบ้าน ความสูงของโต๊ะอาหาร เป็นต้น



ปี63ภาครัฐทุ่มงบลงทุนทุกภาคส่วนดันเศรษฐกิจโต

ดร.พิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง กล่าวว่า จีดีพีปี 2562 จะมีแนวโน้มเติบโต เนื่องจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกจะมีอัตราการเติบโต 3.4% ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องกับภาคส่งออกของไทย ขณะที่การลงทุนในประเทศปี 2563 จะมีการลงทุนภาครัฐ การสนับสนุนการลงทุนในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสาย ประกอบกับสัญญาณการท่องเที่ยว เริ่มปรับตัวดีขึ้น เห็นได้จากในช่วงเดือนสิงหาคม 2562 มีอัตราการเติบโตที่เป็นบวก 7.4% อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังเตรียมออกมาตรการ “ชิมช้อปใช้ เฟส2” เสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศอีกด้วย

ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน

ดร.สักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเสถียรภาพระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาของคนไทยคือเรื่องการออม และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ค่อนข้างยาก คนไทยเป็นหนี้ตั้งแต่ อายุยังน้อย 1 ใน 5 ของคนกลุ่มอายุ 29 ปี เป็นหนี้เสีย (NPL) และปี 2552-2561 พบว่า คนไทยเป็นหนี้มากขึ้น จากคนที่มีหนี้ 21 ล้านคน กว่า 3 ล้านคนเป็น หนี้เสีย  และเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณพบว่า ปริมาณหนี้ไม่ลดลง  โดยคนอายุ 60 – 69 ปี มีหนี้เฉลี่ย 453,438 บาท/ราย คนอายุ 70 – 79 ปี มีหนี้เฉลี่ย 287,932 บาท/ราย

“คนไทยส่วนใหญ่เป็นหนี้เพื่อการบริโภคตั้งแต่อายุยังน้อย (หนี้ระยะสั้นถึงปานกลาง) ขณะที่วัยกลางคน-วัยเกษียณ เริ่มมีการกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อธุรกิจมากขึ้น โดยกลุ่มผู้กู้อายุน้อยกว่า 30 ปี มีสัดส่วนสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อรถยนต์และ จักรยานยนต์และสินเชื่อบัตรเครดิต เป็นส่วนใหญ่ ,กลุ่มอายุ 35-45 ปี เริ่มมีการกู้ซื้อบ้าน โดยมีสัดส่วนสินเชื่อบ้าน 10% ต่อ หนี้ทั้งหมด  และกลุ่มผู้กู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี มีสินเชื่อธุรกิจในสัดส่วนที่สูงถึง 40% ต่อหนี้ทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเพื่อการเกษตร ส่วนหนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากและใช้เวลาเนื่องจากเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ดังนั้นต้องอาศัยความร่วมมือทางนโยบายจากหลายภาคส่วน”นายสักกะภพ กล่าว

ตลาดแนวราบยังสดใสแต่อาคารชุดสต๊อกยังเหลือเพียบ

สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในภาพรวมยังคงขยายตัวได้ สินเชื่อที่ได้รับผลกระทบได้แก่สินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับการกู้ 2 สัญญาขึ้นไป โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อซื้อคอนโดฯ ซึ่งการกู้แนวราบสัญญาแรกยังขยายตัวได้ ขณะที่การกู้แนวสูง โดยเฉพาะสัญญาที่ 2 ขึ้นไปชะลอตัวลง ส่วนราคาบ้านและทาวน์เฮาส์ยังคงโตได้ต่อเนื่อง ขณะที่ราคาอาคารชุดปรับตัวลงลด สะท้อน speculative demand ที่ปรับตัวลดลง ส่วนผู้ประกอบการปรับตัวโดยชะลอการเปิดขายโครงการใหม่ แต่อุปทานคงค้างยังอยู่ในระดับสูง และอุปสงค์จากต่างประเทศมีแนวโน้มลดลง ในระยะต่อไปยังคงต้องติดตามการปรับตัวของอุปทานคงค้างโดยเฉพาะอาคารชุด

 

การร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่ง (resilience) และเอื้อต่อการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินโดยรวมอย่างยั่งยืน โดยในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการ ติดตามการปรับตัวของภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และ รับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การผ่อนปรนการนับสัญญากรณีกู้ร่วม ขณะที่สถาบันการเงิน จะมีมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อ (underwriting standard) ในระดับที่เหมาะสม และคำนึงถึงความสามารถของผู้กู้ในการผ่อนชำระหนี้โดยไม่กระทบชีวิตความเป็นอยู่ (affordability) ส่วนผู้ประกอบการ ก็จะมีการประเมินแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับอุปสงค์ เพื่อลดความเสี่ยงจากอุปทานคงค้าง และการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการเติบโตในระยะยาว ในขณะที่ผู้บริโภค ควรมีการออมก่อนกู้และไม่ใช้สอยจนเกินตัว ที่จะนำไปสู่การก่อหนี้เกินความ จำเป็นและวางแผนทางการเงินเพื่อรองรับ ความจำเป็นและความไม่แน่นอนในอนาคต

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง