“แคปปิตอล วันฯ”เผยมาตรการรัฐดันอสังหาฯฟื้นตัวโต10%

แคปปิตอล วันฯ เผยมาตรการรัฐ ดันอสังหาฯฟื้นตัว โตได้อีก 10%  พร้อมปรับกลยุทธ์ชูจุดแข็งการเทกแคร์ลูกค้าต่างชาติ บริการดี แก้ปัญหาให้ลูกค้า พร้อมบริหารการเช่า ส่งผลให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์โควตาลูกค้าต่างประเทศยังเติบโต โดยเฉพาะฮ่องกง ยังสนคอนโดฯต่ำกว่า 3 ล้านบาท เผยทำเลสามย่าน ศักยภาพสูง  จับตาเมกะโปรเจกต์จุฬาฯบูม ล่าสุด บริหารการขายโครงการของตระกูล”มหากิจศิริ” เดอะเนสท์ จุฬาฯ – สามย่าน มูลค่า 1,500 ล้านบาท เคาะขายแสนต้นๆต่อตร.ม.ถูกกว่าตลาด20%   
นายวิทย์ กุลธนวิภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แคปปิตอล วัน เรียลเอสเตท จำกัด บริษัทตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์และที่ปรึกษาด้านการบริการตลาดและอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ปัจจุบันมีพอร์ตที่บริหารทั้งในโซนสุขุมวิท และในศรีราชา รวมกว่า 30,000 ล้านบาท เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดในปี2562 ต่อเนื่องถึงปี 2563 ว่า ยังอยู่ในภาวะชะลอตัวลงตามทิศทางของตลาดและภาพใหญ่ทางเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีปัจจัยที่อาจจะเข้ามาเสริมให้อสังหาฯปรับตัวดีขึ้น ผ่านมติของคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่ลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองเหลือ 0.01% โดยมีระยะไปสิ้นสุดถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2563 ที่ครอบคลุมที่อยู่อาศัยไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นฐานใหญ่กว่า 50% ของตลาด ทำให้ตลาดกลุ่มนี้เติบโตได้อีก 10%

“อสังหาริมทรัพย์ปี 63 ต้องรอดูปัจจัยหลายด้าน ท่าทีของสหรัฐฯต่อประเทศจีน  ขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทของไทย ยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง มีเงินไหลเข้ามาซื้อบอนด์รัฐบาลเป็นจำนวนมาก แม้ว่าดอกเบี้ยบอนด์จะถูกกว่าในตลาดต่างประเทศ เพราะต่างชาติรู้ดีว่าเงินบาทถูกดูแลอยู่ ซึ่งอาจจะมีผลต่อลูกค้าโควตาต่างชาติที่จะเข้ามาซื้อโครงการคอนโดมิเนียมในไทย ซึ่งขณะนี้แนวโน้มลดลงไปกว่า 50% โดยเฉพาะลูกค้าชาวจีนยังไม่กลับมามากเหมือนแต่ก่อน” นายวิทย์ กล่าว

สำหรับธุรกิจของแคปปิตอล วันฯ ยังคงทรงๆตัว แยกเป็นลูกค้าคนไทยที่ยังคงมียอดขายไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนลูกค้าโควตาต่างชาติ บริษัทฯได้ใช้กลยุทธ์ในด้านเครือข่าย ( Network) ที่มีบริษัทอยู่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ และที่ฮ่องกง  เพื่อรองรับและเข้าไปดูแลลูกค้าต่างประเทศที่เข้ามาซื้อโครงการในประเทศไทย ไม่ทอดทิ้งลูกค้า แก้ไขปัญหาให้ลูกค้าตลอด และยังมีบริการปล่อยเช่ารายเดือนให้กับลูกค้า ทำให้ยังได้รับผลตอบแทน(ยิลด์)ที่ดีต่อเนื่อง ส่งผลถึงยอดการบอกต่อในการเข้ามาซื้อห้องชุดในบริษัทแคปปิตอล วันฯที่เพิ่มขึ้น อย่างเช่น ยอดขายจากฮ่องกงต่อเดือนประมาณ 10-20 ยูนิต จะเป็นตัวเลขที่ไม่มาก เนื่องจากไม่ได้เร่งรีบในการขาย ซึ่งพฤติกรรมของลูกค้าฮ่องกงจะมองโครงการคอนโดมิเนียม ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท

ในด้านการเข้าไปบริหารงานขายนั้น  แคปปิตอล วันฯ ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าไปรับหน้าที่การขายโครงการ “เดอะเนสท์ จุฬาฯ – สามย่าน” (The Nest Chula-Samyan) พัฒนาโครงการโดยบริษัท เดอะเนสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในกลุ่มบริษัทพี.เอ็ม.กรุ๊ป รูปแบบคอนโดมิเนียมใหม่แบบฟรีโฮลด์โครงการแรกที่อยู่ในซอยจินดาถวิล ที่ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวเมื่อปีที่ผ่านมา เนื้อที่ 2.4 ไร่ พัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์( Low Rise) สูง 8 ชั้น 2 อาคาร โดยอาคาร A จำนวน 149 ยูนิต และอาคาร B จำนวน 183 ยูนิต รวมทั้งสิ้น 332 ยูนิต ราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 3.29 ล้านบาท หรือราคา 145,000 บาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.) มูลค่าโครงการ ประมาณ 1,500 ล้านบาท เริ่มก่อสร้าง ไตรมาส 1 ปี2563 คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2564

“การเปิดให้บริการรถไฟฟ้า MRT เชื่อมเข้าไปอีก 4 สถานี จะมีการดึงคนในเมืองชั้นในออกมาและเชื่อมไปยังฝั่งธนบุรีได้ จะมีอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นตามแนวตะเข็บ ซึ่งในอนาคต บริเวณสามย่านจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปมาก เนื่องจากมี Mega projects ของทางสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่จะพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะ มีทั้งโครงการมิกซ์ยูส ค้าปลีก โรงพยาบาล และส่วนของสตาร์ทอัพ ซึ่งล่าสุด มีการเปิดโครงการมิกซ์ยูส สามย่านมิตรทาวน์ แล้ว ทำให้บริเวณโดยรอบสถานีสามย่าน มีความคึกคัก และได้รับความสนใจจากผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งราคาขายต่อตารางเมตรของโครงการ “เดอะเนสท์ จุฬา-สามย่าน” อยู่ที่ 145,000 บาทต่อตารางเมตร  ราคาที่ลูกค้าจับต้องได้ ต่ำกว่า 20% เทียบราคาขายแล้วจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ที่สำคัญซัปพลายคงค้างในกลุ่มราคาดังกล่าวมีไม่มาก” นายวิทย์ กล่าว


สำหรับลูกค้าเป้าหมายโครงการเดอะเนสท์ จุฬาฯ – สามย่าน คือ กลุ่มที่อยู่อาศัยเดิม ซื้อเก็บไว้ให้ลูกหลาน กลุ่มผู้ปกครอง โรงเรียน และมหาวิทยาลัย กลุ่มคนทำงานในโซนสามย่าน กลุ่มผู้ประกอบการค้าขายในพื้นที่ พระราม 4 สี่พระยา  บรรทัดทอง กลุ่มนักลงทุนทั้งในและนอกพื้นที่ รวมถึงกลุ่มลูกค้าต่างชาติ มีห้องพักอาศัยให้เลือก 2 แบบ คือ ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 21.14-36.91 ตารางเมตร  และห้องแบบ 2 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 47.35-49.39 ตารางเมตร  มีพื้นที่จอดรถ 40 % พิเศษ! เปิดตัวด้วยราคาที่คุ้มค่าที่สุดในโซนเริ่มต้นเพียง 3.29 ล้านบาทหรือราคา 145,000 บาทต่อตารางเมตร  ในงาน Presale วันที่ 26-27 ตุลาคม 2562 เปิดให้จองทุกชั้น เพียง 332 ยูนิต พร้อมรับดีลพิเศษ + ลุ้นสิทธิ์ Lucky Draw ลงทะเบียน รับฟรี! iPhone 11 Pro Max มูลค่ากว่า 40,000 บาท และหลังการจัดงาน Presale จะปรับราคาขึ้นอีก 5%

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง