จับตา10ประเด็นร้อนตลาดอสังหาฯปี60

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาตลาดอสังหาฯเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่หลากหลาย อันเนื่องมาจากการแข่งขันที่สูงมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่นับวันจะแข่งขันกันดุเดือดเลือดพล่าน ทั้งในรูปแบบของการที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ร่วมทุนด้วยกันเอง หรือผู้ประกอบการไทยร่วมทุนกับต่างชาติ เพื่อเสริมศักยภาพและความแข็งแกร่งซึ่งกันและกัน รวมไปถึงสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น และในปลายปี2559-2560 การแข่งขันยิ่งเข้มข้นมากขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้ประกอบการรายใหญ่ต่างชูจุดขายด้านการออกแบบที่แปลกใหม่โดยดีไซน์เนอร์ต่างชาติ และการนำเทคโนโลยีมาเสริมด้านการขายและบริการหลังการขาย เพื่อให้เข้ากับยุคดิจิทัล

นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการเริ่มการเปลี่ยนแปลงให้เห็นบ้างแล้วในบางเรื่องในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา และหลายอย่างเริ่มเห็นแบบชัดเจนในปี2559 หรือเริ่มมีผู้ประกอบการบางรายประกาศแนวทางมาบ้างแล้วในปีนี้ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยในส่วนของผู้ซื้อที่มีต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสังหาริมทรัพย์รวมไปถึงปัจจัยที่เกิดจากนโยบายการระวังของหน่วยงานต่างๆ แต่มีผลโดยตรงต่อการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประเด็นหรือปัจจัยที่น่าสนใจและจับตามองมีดังนี้

1.ความเชื่อมั่นคนไทย จากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและปัจจัยลบหลายประการ มีผลต่อความเชื่อมั่นของคนไทย ทำให้มีการใช้จ่ายที่ลดลง  แต่ถ้าหากภาครัฐมีมาตรการออกมากระตุ้นกำลังซื้อก็พร้อมที่จะกลับมาสังเกตได้จากเมื่อปลายปี2559 ที่ผ่านมาที่ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อลดหย่อนภาษี ปรากฎว่ามีผู้บริโภคออกมาจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้โดยภาพรวมคนไทยยังขาดความเชื่อมั่น

2. การออกแบบที่มีความน่าสนใจมากขึ้น สังเกตได้จากในช่วง 2-4 ปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการมีการออกแบบโครงการที่แปลก และทันสมัยมากขึ้น หลายโครงการไม่มีแบบและแบรนด์ที่ตายตัว และมีเพียงบางรายที่นั้นที่ออกแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็เน้นพื้นที่ส่วนกลางที่ใหญ่และสวยงามมากขึ้น มีการเน้นประโยชน์การใช้พลังงาน รวมไปถึงการซัพพอร์ต รีเทล ที่มากขึ้น คือหลายโครงการจะเริ่มมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ร้านค้าแบรนด์ดังบริเวณด้านหน้าโครงการมากขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดขายที่ดี

3.ประสบการณ์เป็นจุดขายใหม่  เนื่องด้วยรูปแบบอาคารและการบริการที่อาจจะไม่ได้แตกต่างกันมากนักหลายๆ โครงการทั้งที่อยู่อาศัย ค้าปลีก โรงแรม หรือการบริการรูปแบบต่างๆ พยายามสร้างความน่าสนใจด้วยความแตกต่างและประทับใจให้กับลูกค้าเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีน่าประทับใจ

4.ช่วงเวลาของผู้ประกอบการรายใหญ่ หลายปีที่ผ่านมาน่าจะเรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ครองความเป็นเจ้าตลาดในตลาดอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทและยิ่งชัดเจนมากขึ้นไปอีกเมื่อมีการควบรวมกิจการ ร่วมมือกันและกันของรายใหญ่ทั้งไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้บริษัทใหญ่ยังมีช่องทางในการระดมทุนมากกว่ารวมไปถึงมีเครดิตสูกว่าในการขอสินเชื่อ ปัจจุบันผู้ประกอบการรายใหญ่มีส่วนแบ่งในตลาดรวม 60% และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการรายเล็กอยู่ยากและหายไปจากตลาด เพราะที่ผ่านมาจะประสบปัญหาเรื่องเงินทุนในการพัฒนาโครงการ เนื่องจากหากไม่สามารถการันตียอดขายได้ 60-70% สถาบันการเงินก็จะไม่ปล่อยกู้สินเชื่อโครงการ จากอดีตที่ให้การันตีเพียง 50% เท่านั้น

ขณะเดียวกันรายเล็กบางรายก็ปรับตัวจากในอดีตที่ไปพัฒนาตามผู้ประกอบการรายใหญ่ ด้วยการไปพัฒนาโครงการในทำเลที่มีศักยภาพ หรือทำเลนอกเมืองที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้า แต่ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าไปพัฒนาและยังมีดีมานด์ โดยในปีนี้จะเริ่มเห็นผู้ประกอบการรายเล็กเริ่มมองหาพันธมิตรมาร่วมทุนในการพัฒนาโครงการมากขึ้น ส่วนผู้ประกอบการรายกลางก็จะเริ่มปรับตัวด้วยการเน้นเรื่องโนฮาวด์ใหม่ๆที่สามารถเจาะตลาดคนไทยได้มากขึ้น

“ลูกค้าจะไม่ผูกขาดแบรนด์เหมือนเช่นในอดีต เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย จึงลดจำนวนยูนิตที่จะซื้อน้อยลง ดังนั้นโดยภาพรวมผู้ซื้อบ้านไม่โตขึ้น เพราะกลุ่มที่ซื้อจะเป็นกลุ่มเดิมๆ”นายสุรเชษฐ กล่าว

5.เทคโนโลยีในตลาดหลักทรัพย์  สังเกตได้ว่าผู้ประกอบการหลายรายพยายามเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้มากขึ้นโดยการร่วมมือหรือตั้งกองทุน หรือนำแอปพลิเคชั่นมาเป็นจุดขาย  เพื่อพัฒนาระบบที่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือ และอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าตั้งแต่ก่อนที่จะซื้อไปจนถึงบริการหลังการขาย

6. ตลาดที่อยู่อาศัย Luxury โดยโครงการที่อยู่อาศัยในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมามีโครงการราคาแพงเปิดขายมากขึ้นแม้จะยังไม่มากเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวมแต่ก็สร้างความฮือฮาได้ต่อเนื่องเพราะมีโครงการระดับนี้เปิดขายต่อเนื่องโดยเฉพาะในทำเลเมืองชั้นใน และราคาขายก็มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนในปี 2560 จะมีอัตราการเติบโตแต่ไม่หวือหวาเท่ากับ 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยคอนโดฯที่เปิดขายใหม่ในปีนี้ราคาจะสูงกว่า 100,000 บาท/ตารางเมตร ส่วนราคาต่ำกว่านี้จะไม่มีแล้ว

7.อาคารสำนักงานเกรดA เท่านั้น อาคารสำนักงานมีพื้นที่ว่างเหลือน้อยลงทุกปีโดยเฉพาะอาคารสำนักงานเกรด A ในย่าน CBD และพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า / ใต้ดิน อาคารสำนักงานที่สร้างเสร็จในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและที่จะเสร็จในอนาคตเกือบทั้งหมดเป็นอาคารเกรด A เพราะผู้เช่าต้องการสำนักงานเกรดA มากขึ้น โดยปัจจุบันราคาเช่าในย่านCBDเฉลี่ยอยู่ที่ 950 บาท/ตารางเมตร และราคาเช่าสูงสุดขณะนี้อยู่ที่ 1,300 บาท/ตารางเมตร คือพื้นที่เช่าในอาคารปาร์คเวนเชอร์

8.ศูนย์การค้าขนาดใหญ่เท่านั้น แม้ว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจะมีคอมมูนิตี้มอลล์เปิดใหม่มากมายแต่ศูนย์การค้าใหม่เปิดให้บริการเช่นกันแม้จะไม่มากแต่ว่าแต่ละโครงการก็มีพื้นที่มากกว่า 30,000 ตารางเมตรทั้งนั้นบางโครงการมีพื้นที่เป็นแสนตารางเมตรทำให้พื้นที่รวมของศูนย์การค้ายังมากเป็นอันดับที่หนึ่ง โดยในปีนี้คอมมูนิตี้มอลล์จะเริ่มลดน้อยลง บางทำเลปรับพื้นที่เป็นตลาดนัด หรือทุบทิ้งและขายที่ดินต่อให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่

9. ธนาคารเป็นตัวแปรสำคัญ ความเข้มงวดของธนาคารในการตรวจสอบการขอสินเชื่อนั้นทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบค่อนข้างมากมียอดการปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 40,000 บาท/เดือน อีกทั้งผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลางและหน้าใหม่ก็มีปัญหาเช่นกัน

10. การลงทุนภาครัฐ เมื่อภาคเอกชนชะลอการลงทุนในส่วนของตนเองลงเพื่อรอดูสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของคนไทยออกไปในช่วงนี้ อีกทั้งรอดูว่ารัฐบาลจะลงทุนโครงการต่างๆ มากขึ้นแค่ไหน ถ้ารัฐบาลเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ก็จะช่วยให้ภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้นและความเชื่อมั่นรวมไปถงกำลังซื้อของคนไทยจะกลับมาผลักดันเศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้น

ทั้ง 10 ประเด็นที่กล่าวถึงนั้นบางประเด็นเกิดขึ้นมาแล้วหลายปีแต่ก็ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องต่อไปในอนาคตหรือบางอย่างเพิ่งเริ่มเป็นรูปเป็นร่างและชัดเจนในปีนี้เท่านั้น แต่มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นได้ชัดมากขึ้นในอนาคตเพราะปัจจัยหลายอย่างเป็นตัวแปรให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ เรื่องของ Property Tech ในขณะที่หลายประเด็นอาจจะมีผลหรือต้องจับตามองในปีนี้เท่านั้น เช่น ความเข้มงวดของธนาคาร ความเชื่อมั่นของคนไทย และการลงทุนภาครัฐที่จำเป็นต้องจับตามองอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง