อสังหาฯกลาง-เล็กปรับตัวรับตลาดขาลงปี’63

 

ปี 2563 ถือเป็นอีกปีหนึ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาฯต้องปรับตัวรับกับปัจจัยลบต่างๆที่ลากยาวมาตั้งแต่ปี 2562 และมีแนวโน้มที่จะมีปัจจัยลบเกิดขึ้นตามมาอีกในปีนี้ แม้ว่าภาครัฐจะพยายามออกมาตรการต่างๆมากระตุ้นแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ตลาดฟื้นตัวมากนัก โดยภาพรวมก็ยังทรงตัว ซึ่งผู้ประกอบการแต่บริษัทต่างพยายามปรับกลยุทธ์ต่างๆเพื่อสร้างความอยู่รอด ซึ่งปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือเรื่องกระแสเงินสด ที่ทุกค่ายต้องบริหารจัดการให้อยู่ในสภาพคล่องมากที่สุด เพื่อให้บริษัทก้าวต่อไปในธุรกิจได้

 

แนะปรับตัวรับมือก่อนตลาดชะลอตัว

นายมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลฟ์ แอนด์ ลีฟวิ่ง จำกัด และนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จ.ชลบุรี เปิดเผยในงานเสวนาซึ่งจัดโดย The NEXT Real ภายใต้หัวข้อ “กลยุทธ์รับมืออสังหาฯขาลง ปี 2563” ว่า การดำเนินธุรกิจนั้นต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และควรที่จะเตรียมตัวรับมือก่อนที่จะเกิดภาวะตลาดชะลอตัวหลายปี และหากยอดขายหดหายไป ก็ควรถือเป็นโอกาสในการศึกษาปรับปรุงองค์กร เพื่อให้พนักงานเห็นภาพว่าจะสามารถขับเคลื่อนธุรกิจและพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปได้อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใช้เวลา  โดยทุกอุตสาหกรรม จะมีสินค้าที่ทั้งขายได้และขายไม่ได้ สินค้าบางประเภทก็หายไปจากตลาด ในขณะที่บางประเภทก็สามารถขายได้ในช่วงที่ตลาดชะลตัว

สำหรับสภาวะตลาดในช่วงนี้ไม่อยากให้ผู้ประกอบการหวั่นวิตกและโฟกัสในเรื่องปัจจัยลบต่างๆมากจนเกินไป ซึ่งหลายบริษัทสามารถเสริมประสิทธิภาพขององค์กรและสร้างความเข้มแข็งให้ขับเคลื่อนต่อไปได้

“ในสภาวะเช่นนี้ทำให้ได้ประสบการณ์ในแนวคิด ไม่สามารถอยู่นิ่งได้ ใครที่ทำเดิมๆจะขายไม่ได้ ต้องทำในสิ่งใหม่ๆอยู่ตลอด” นายมีศักดิ์ กล่าว

 

เน้นพัฒนาโครงการในทำเลที่ชำนาญ-ปิดขายเร็ว

นายวัฒนพล ผลชีวิน ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท มณีรินทร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และอุปนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จ.ชลบุรี กล่าวว่า สิ่งสำคัญในการพัฒนาโครงการในปัจจุบันคือ การบริหารสต๊อกบ้านให้เหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการอาจจะเร่งสร้างและเก็บสต๊อกไว้ค่อนข้างมาก แต่ในสภาวะปัจจุบันมองว่าผู้ประกอบการควรบริหารงานก่อสร้างให้ดี ซึ่งในส่วนของบริษัทเองนั้น ในปีนี้คงมีการขยายการพัฒนาโครงการในทำเลที่มีความเชี่ยวชาญ และเน้นโครงการแนวราบเป็นหลัก โดยที่ผ่านมาจะบริหารความเสี่ยงด้วยการไม่พัฒนาโครงการที่ใหญ่จนเกินไป เน้นระดับราคา 2-4 ล้านบาทเป็นหลัก โดยสร้างไปขายไป เพื่อที่ปิดการขายได้ภายในระยะเวลา 2-3 ปี  รวมไปถึงไม่เน้นสะสมที่ดิน

ส่วนลูกค้าที่ซื้อโครงการก็จะมีการตรวจสอบข้อมูลให้ดีที่สุด จึงจะเริ่มทำสัญญา เนื่องจากที่ผ่านมามียอดการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน (Reject)ค่อนข้างสูง ในขณะที่ความต้องการซื้อบ้านจะมีอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ต้องพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้า ส่วนกระแสเงินสดก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องบริหารจัดการให้ดี

 

ธุรกิจสร้างรายได้ระยะยาวช่วยกระจายความเสี่ยง

นายณพน เจนธรรมนุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด(มหาชน)หรือ SAMCO กล่าวว่า ปี 2562 ที่ผ่านมาเป็นปีที่มีอุปสรรคมาก แต่บริษัทฯก็เน้นการพัฒนาโครงการแนวราบเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งลูกค้าก็เป็นเรียลดีมานด์ ถือว่าเป็นเซกเมนต์ที่มีการชะลอตัวน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับหลายเซกเมนต์ของคอนโดมิเนียม ทั้งนี้เมื่อประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจผู้ประกอบการควรมองที่กระแสเงินสดให้พร้อม ดังนั้นที่ผ่านมาบริษัทจึงปรับกลยุทธ์ด้วยการหันไปเน้นธุรกิจRecurring Income แต่ขณะเดียวกันก็มีแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องทั้งในปีนี้และปีถัดไป โดยเน้นโครงการที่มีคุณภาพตอบโจทย์ผู้บริโภค

“Mindset ของผู้บริหารองค์กรถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อปรับปรุงวิธีการทำงาน และเป็นโอกาสที่ดี และต้องเลือกสิ่งที่เหมาะกับองค์กร วิสัยของผู้นำองค์กรจะช่วยสะท้อนวัฒนธรรมองค์กรได้เป็นอย่างมาก” นายณพน กล่าว

 

ร่วมทุนพันธมิตร-ควบคุมค่าใช้จ่ายในองค์กร

ด้านนายบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาฯในปี2563 นี้ยังไม่หวือหวา แต่ยังพอไปได้ แต่โครงการแนวสูงของบริษัทฯยังได้รับผลกระทบมากกว่าแนวราบ โดยเฉพาะสินค้าระดับลักชัวรี่ ราคาสูง สำหรับโครงการแนวราบ หากพัฒนาสินเค้าตอบโจทย์ ในทำเลที่มีดีมานด์ ก็ยังสามารถเติบโตได้ ซึ่งต้องมีการสำรวจตลาดให้ดี โดยเชื่อว่าเซกเมนต์ที่สามารถทำตลาดได้ดีในปี 2563-2564 คือ ระดับกลาง ราคา 4-5 ล้านบาท ส่วนคอนโดฯที่ยังไปได้ดี คือระดับราคา 70,000150,000 บาท/ตารางเมตร

สำหรับในส่วนของบริษัทฯเองในปีนี้เตรียมเปิดตัวใหม่ 4 โครงการ แบ่งเป็นแนวราบ 3 โครงการ และแนวสูง 1 โครงการ ส่วนที่ดินเพื่อการลงทุนคงไม่ซื้อมากนัก เมื่อซื้อมาแล้วก็ต้องรีบพัฒนาในทำเลที่ดี และสินค้าตอบโจทย์ อีกกลยุทธ์ที่บริษัทฯนำมาใช้ในปีนี้คือ การร่วมทุนพัฒนาโครงการคอนโดฯครั้งแรกของบริษัทกับพันธมิตร ซึ่งยอมรับว่าการร่วมทุนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนเช่นในอดีต เนื่องจากพันธมิตรจะมีการปรับโมเดลสินค้าหลายรอบ รวมไปถึงการที่จะต้องเจรจากับสถาบันการเงิน

“ส่วนเรื่องต้นทุนก็พยายามควบคุมยอดค่าใช้จ่าย โดยเริ่มจากตัวผมที่ประกาศไม่รับเงินเดือนและโบนัส ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้พนักงานเห็นว่าต้องมีการคุมค่าใช้จ่ายจริงๆ และประกาศให้รับรู้ กลยุทธ์อีกอย่างคือ บริหารทีมงานให้ได้ในช่วงวิกฤต ต้องให้พนักงานเห็นวิสัยทัศน์และเป้าหมาย อีกทั้งการทำตลาดก็ไม่ต้องไปโฟกัสที่ภาพรวมเศรษฐกิจมากนัก แต่จะให้ความสำคัญกับองค์กร  และเรื่องที่สำคัญคือกระแสเงินสด ที่ส่วนใหญ่การพัฒนาโครงการของบริษัทจะเป็นแนวราบมากกว่าคอนโดฯ ซึ่งกำไรที่แท้จริงจะมาจากคอนโดฯ ดังนั้นจึงต้องหากลยุทธ์เพื่อให้อยู่รอด” นายบดินทร์ธร กล่าวในที่สุด

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง