กลุ่มอสังหาฯสภาหอการค้าไทยร่อนหนังสือถึงธปท.จี้คลายปมเกณฑ์ LTV

กลุ่มอสังหาฯสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่อนหนังสือถึงผู้ว่าการ “วิรไท สันติประภพ”ในสัปดาหน้า จี้ขอผ่อนปรนกฎเกณฑ์ LTV ใหม่ใน 3 ประเด็นสำคัญ “ให้ใช้มาตรการ LTV ตั้งแต่สัญญาสาม ระบุทำเล สินค้า ระดับราคา ยึดราคาประเมินแทนราคานิติกรรม”

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าถือเป็นข่าวดีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ได้ทบทวนและประเมินผลมาตรการ LTV  ( Loan to Value) ซึ่งเป็นมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย หลังออกใช้มาตรการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน 2562  และในสัปดาห์หน้า (13-17 มกราคม 2562)ทางกลุ่มอสังหาฯ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จะยื่นหนังสือถึงธนาคารแห่งประเทศไทยให้ทีมผู้บริหารที่นำโดยผู้ว่าการ “วิรไท สันติประภพ” ให้ทบทวนและขอผ่อนปรนกฎเกณฑ์ LTV ( Loan to Value)ใหม่ใน 3 ประเด็นสำคัญๆให้มีผลกระทบเชิงลบลดน้อยลงให้มากที่สุด ดังนี้

  • ขอให้เริ่มใช้มาตรการ LTV ตั้งแต่สัญญาที่สาม เป็นต้นไป
  • ขอให้ระบุทำเล ประเภทของที่อยู่อาศัย ระดับราคา ให้ชัดเจนแทนการเหมารวมเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
  • ขอเปลี่ยนสัญญาซื้อขายจากราคาขายจริง(ราคานิติกรรม)มาเป็นราคาประเมิน

ทั้งนี้ ทางกลุ่มอสังหาฯ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเราเสนอไปว่าสถานการณ์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และเศรษฐกิจชะลอตัวลงมากเช่นนี้ LTV ควรยืดหยุ่นได้ด้วยการให้กลับไปใช้แบบเดิมให้กับที่อยู่อาศัย(บ้าน)หลังที่เป็นสัญญาที่สองขอสินเชื่อได้เทียบเท่ากับสัญญาแรก กล่าวคือ ขอให้เริ่มมาตรการ LTV ตั้งแต่สัญญาที่สาม เป็นต้นไป ทั้งนี้ เพราะความเป็นจริงในปัจจุบันนั้นมีผู้บริโภคได้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่สองในเมืองหรือใกล้ที่ทำงาน ซึ่งก็ถือว่าเป็นความต้องการที่อยู่อาศัยที่แท้จริง (real demand) แต่ทั้งนี้ หากธนาคารแห่งประเทศไทยมีความกังวลว่าจะมีการเก็งกำไรในตลาดอสังหาฯ ซึ่งก็เห็นด้วย แต่ก็ควร ระบุทำเล หรือ ประเภทที่อยู่อาศัยให้ชัด กังวลเรื่องคอนโดฯก็ควรระบุให้ชัดว่าเป็นคอนโดฯไม่ควรเหมารวมทั้งหมดทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ธปท. ได้ทบทวนและประเมินผลมาตรการ LTV หลังออกใช้มาตรการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการประกอบการพิจารณา ที่ผ่านมา ธปท. ได้ผ่อนปรนบางเกณฑ์ลง เช่น กรณีผู้กู้ร่วมในสัญญาแรกที่ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ จะไม่นับเป็นผู้กู้สัญญาที่สอง เมื่อมาทำสัญญากู้ซื้อที่อยู่อาศัยให้ตัวเอง ซึ่งเป็นความต้องการที่อยู่อาศัยที่แท้จริง (real demand) สอดคล้องกับหลักการของ ธปท. ที่ส่งเสริมให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง และล่าสุดจาก งาน Analyst Meeting ครั้งที่ 1/2563 วันที่ 7 มกราคม 2563 ผู้ว่าการ “วิรไท สันติประภพ “ ระบุว่า หากในอนาคต ธปท. ประเมินแล้วพบว่าเกณฑ์อาจตึงเกินไปหรือส่งผลข้างเคียงต่อเศรษฐกิจมากเกินไป ก็สามารถปรับเกณฑ์ได้ โดย ธปท. จะชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง

“มาตรการ LTV ที่ธปท.ออกมาจะให้เลื่อนเลยหรือยกเลิกไปคงทำได้ยากสุด เพราะแบงก์ชาติออกมาแล้ว แม้สถานการณ์ในปัจจุบันจะไม่เหมาะสมหรือไม่เอื้อที่จะออกกฎเกณฑ์ใดๆมาควบคุมก็ตาม” นายอธิป กล่าวให้ความเห็น

พร้อมกันนี้ นายอธิป ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับการเสนอขอปรับแก้เกณฑ์การคิดสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ คือขอให้ปลี่ยนสัญญาซื้อขายจากราคาจริงมาเป็นการยึดสัญญาซื้อขายตามราคาประเมิน ทั้งนี้เพราะการใช้ราคาจริงอาจทำให้เกิดปัญหาการกู้เงินเกินวงเงินต่อหลักทรัพย์ค้ำประกันซึ่งอาจทำให้เกิดสินเชื่อเงินทอนได้ ดังนั้น การใช้ราคาประเมินจึงน่าจะมีความเหมาะสมกว่า เนื่องจากบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินนั้นได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) มีความน่าเชื่อถือมีมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับนายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่ามาตรการLTV นั้น เห็นด้วยในระยะยาว แต่กำหนดการประกาศบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นจังหวะที่ไม่ดี เนื่องจากในช่วงดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน สภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ส่งผลให้เกิดผลกระทบกับผู้ซื้อที่มีความวิตกกังวลและตระหนกว่าจะมีความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยหรือไม่

“ผมเห็นด้วยที่จะยึดเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อจากราคาประเมินแทนราคาซื้อขายจริงหรือราคาที่ทำนิติกรรม เพราะถ้ายึดราคาซื้อขายจริง ยิ่งทำให้ผู้บริโภคกู้เงินได้น้อยลงไปอีก ซึ่งนั้นเป็นที่มาว่าผู้กู้ก็ยื่นกู้ไม่ได้ ขณะที่ผู้ประกอบการเจ้าของโครงการที่ถึงแม้จะจัดโปรลดราคาแต่ก็ขายหรือระบายสต็อกไม่ได้” นายอิสระ

ทั้งนี้ อยากฝากถึงธปท.ว่า มาตรการLTV นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีในการควบคุม( Control )ซัพพลายและดีมานด์  แต่ประกาศใช้ไม่ถูกจังหวะ ซึ่งต่างจากกฎเกณฑ์ของต่างประเทศที่จะประกาศใช้มาตรการครอบคลุมเฉพาะบางระดับราคา บางสินค้า และบางพื้นที่เท่านั้น อีกทั้งควรใช้ราคาประเมินแทนราคานิติกรรม เพราะถือเป็นมาตรฐานของการให้สินเชื่อทุกประเภท มิเช่นนั้นจะเกิดการสร้างราคาเทียมขึ้นมาได้

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง