ฟีนิกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ฯ ฟันธงอสังหาฯปี ’63 ชะลอตัวตามศก.

ฟีนิกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ฯ ลุยธุรกิจที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์เต็มสูบ ฟันธงอสังหาฯปี’63 ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ

ดร.ปฏิมา จีระแพทย์ ผู้ก่อตั้งพสุพัฒน์เรียลตี้ / พสุพัฒน์ แอพเพรซัล (ซี.ไอ.ที. แอพเพรซัล) และบริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หวนคืนสังเวียนหลังจากขายหุ้นทั้งหมดไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ลุยเต็มสูบปั้นธุรกิจที่ปรึกษาอสังหาฯ ภายใต้ชื่อแบรนด์ ฟีนิกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแทนซี่ ในตำแหน่งประธานกรรมการ โดยมีคุณสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ ร่วมด้วย คุณวีรยุทธ์ วิตตางกูล คุณณุกานต์ สุวัตธิกุล และคุณปรีดี นุกุลสมปรารถนา ทีมงานมือดีที่เคยร่วมงานกับพสุพัฒน์และคอลลิเออร์สฯ คอยขับเคลื่อนธุรกิจกับบริการวิเคราะห์ภาพรวมและศึกษาตลาดอสังหาฯ ธุรกิจตัวแทนขาย ธุรกิจขายฝาก รวมถึงการจัดหาเงินทุน การร่วมลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ และธุรกิจอื่นๆ ในประเทศไทย ด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็นหนึ่งในผู้นำด้านที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือในประเทศไทย

ดร.ปฏิมา จีระแพทย์

ตลาดที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมอยู่ในช่วงชะลอตัวในขณะที่บ้านจัดสรรยังขยายตัวต่อเนื่อง

ดร.ปฏิมา กล่าวถึงภาพรวมตลาดอสังหาฯปีที่ผ่านมา และแนวโน้มอสังหาฯในปี 2563 ว่า ตลาดกำลังอยู่ในภาวะชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมที่ก่อนหน้านี้อยู่ในช่วงขาขึ้นมาโดยตลอดโดยปี 2561 ที่มีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในกรุงเทพมหานครมากที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา แต่พอมาปี 2562 กลับกลายเป็นปีที่มีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่น้อยที่สุดในช่วง2– 3 ปีที่ผ่านมา โดยปี 2562 มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในกรุงเทพมหานครอยู่ที่ประมาณ 41,568 ยูนิตลดลงประมาณ 37% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา นอกจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแล้ว เรื่องของมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีผลต่อผู้ซื้อที่มีภาระสินเชื่อธนาคารอยู่แล้วไม่เกิน 3 ปี และความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อของธนาคารต่างๆ  การขอสินเชื่อธนาคารในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาจึงเป็นไปได้ยาก รวมไปถึงฝั่งของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ด้วยที่ขอสินเชื่อโครงการได้ยากลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กที่จำเป็นต้องใช้สินเชื่อธนาคารในการพัฒนาโครงการ

แม้ว่าจะมีการออกข่าวต่อเนื่องในเรื่องของราคาขายคอนโดมิเนียมที่ปรับเพิ่มขึ้นมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ถ้าพิจารณาจริงๆ แล้วนั้น สัดส่วนของคอนโดมิเนียมในระดับราคาต่ำกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตรหรือประมาณ 3 ล้านบาทต่อยูนิตยังคงมีสัดส่วนมากที่สุดในตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร โดยในปี 2562 มีสัดส่วนประมาณ 55% ของคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในปี 2562 ราคาที่ดินที่ปรับเพิ่มขึ้นตามศักยภาพที่เปลี่ยนไปจากการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าหลายเส้นทางมีผลโดยตรงต่อราคาขายคอนโดมิเนียมที่จำเป็นต้องปรับเพิ่มขึ้น กลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติโดยเฉพาะคนจีนนั้นลดลงไปแบบชัดเจนในปี 2562 เพราะปัจจัยภายในประเทศของพวกเขาเองที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา อีกทั้งข้อจำกัดในการโอนเงินออกนอกประเทศประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นซึ่งสวนทางกับค่าเงินหยวนจีนและภาวะเศรษฐกิจของประเทศจีนที่มีแนวโน้มขยายตัวลดลงในปี 2562 การหวังพึ่งพากำลังซื้อจากประเทศจีนจึงยังเป็นเรื่องที่ควรระวังต่อเนื่องในปี 2563 กลุ่มผู้ซื้อคนไทยที่เป็นนักลงทุนจำเป็นต้องเพิ่มความรอบคอบในการลงทุนมากขึ้นทั้งเรื่องของการขอสินเชื่อรวมไปถึงภาระจากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นปัจจัยใหม่ที่มีผลต่อต้นทุนในการลงทุนระยะยาว

ผู้ประกอบการให้ความสนใจในการเปิดขายโครงการบ้านจัดสรรมากขึ้น เพียงแต่สัดส่วนหรือจำนวนบ้านจัดสรรที่เปิดในกรุงเทพมหานครอาจจะไม่ได้มากมายหรือว่าเพิ่มขึ้นแบบชัดเจนนัก เพราะว่าราคาที่ดินรวมไปถึงที่ดินขนาดใหญ่ที่เหมาะสมในการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรในกรุงเทพมหานครนั้นทำได้ยากขึ้น เนื่องจากราคาที่ดินที่สูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตามความคืบหน้าของการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าต่างๆ ผู้ประกอบการจึงเลือกซื้อที่ดินในพื้นที่ตามแนวเส้นทางทางรถไฟฟ้าเพื่อพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมมากกว่าบ้านจัดสรร แต่พื้นที่ที่ไกลออกจากแนวเส้นทางรถไฟฟ้ายังมีศักยภาพและน่าสนใจในการพัฒนาเป็นโครงการบ้านจัดสรรขนาดกลางหรือเล็ก ซึ่งช่วงหลายปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการหลายรายเข้าไปพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรเพื่อขายให้กับกลุ่มคนที่ต้องการซื้อที่ดินพร้อมบ้านและไม่ได้ต้องการพักอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม ซึ่งหลายโครงการปิดการขายได้ในเวลาไม่นานโดยเฉพาะโครงการทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นที่เปิดขายในราคาไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อยูนิต ผู้ประกอบการหลายรายเลือกเปิดขายโครงการบ้านจัดสรรในจังหวัดปริมณฑลรอบกรุงเทพมหานครมากกว่า

ตลาดอาคารสำนักงานอยู่ในภาวะที่ต้องจับตามองในระยะยาว

ในขณะที่ตลาดอาคารสำนักงานซึ่งในช่วง 4 – 5 ปีที่ผ่านมาอยู่ในช่วงขาขึ้นมาโดยตลอดเช่นกัน อัตราการเช่าพื้นที่สำนักงานปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องซึ่งมีผลให้ค่าเช่าปรับเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกันซึ่งค่าเช่าของอาคารสำนักงานเกรด A ในพื้นที่ศูนย์กลางเขตธุรกิจปรับขึ้นไปมากกว่า1,000 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือนมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว และปัจจุบันมีบางอาคารที่มีค่าเช่ามากถึง1,500 – 1,600 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน และในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพื้นที่สำนักงานที่มีการเช่าใหม่ต่อปีอยู่ในช่วงระหว่าง 150,000 – 180,000 ตารางเมตรหรือบางปีก็มากกว่า 200,000 ตารางเมตร ในขณะที่พื้นที่อาคารสำนักงานที่เปิดให้บริการใหม่น้อยกว่าพื้นที่เช่าใหม่ในแต่ละปีจึงมีผลให้อัตราการเช่าพื้นที่สำนักงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่พื้นที่สำนักงานเช่าใหม่ในปี2562 น้อยกว่าปีก่อนหน้านี้ประมาณ 35– 40% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศไทยและในระดับโลกที่ไม่เอื้อต่อการขยายกิจการหรือเปิดสำนักงานเพิ่มขึ้น ธุรกิจ Co-Working Space ที่ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่าจะเข้ามามีส่วนทำให้ธุรกิจอาคารสำนักงานประสบกับปัญหา แต่ปรากฏว่าในช่วง 1– 2 ปีที่ผ่านมากลุ่มบริษัทที่ประกอบกิจการ Co-Working Space กลายเป็น 1 ในผู้เช่าสำคัญในอาคารสำนักงานที่เปิดให้บริการใหม่

ตลาดอาคารสำนักงานเป็นตลาดที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดในปี 2563 เป็นต้นไป เพราะตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไปจะมีพื้นที่อาคารสำนักงานเปิดให้บริการใหม่ต่อเนื่องโดยปี 2564 – 2565 จะมีพื้นที่อาคารสำนักงานเปิดให้บริการใหม่ใน 2 ปีนี้รวมกันมากถึง 1.569 ล้านตารางเมตร โดยเป็นพื้นที่อาคารสำนักงานที่อยู่ในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจหรือ CBD ประมาณ 947,000 ตารางเมตร ซึ่งการที่มีพื้นที่อาคารสำนักงานเข้าสู่ตลาดปีละมากมายอย่างนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลพอสมควร เพราะอุปสงค์คงไม่สามารถตอบรับกับความต้องการนี้ได้ทั้งหมดในเวลาอันสั้น อีกทั้งอาคารสำนักงานปัจจุบันในพื้นที่ใกล้เคียงคงต้องเร่งต่อสัญญาผู้เช่าปัจจุบันให้มีระยะเวลาของสัญญายาวขึ้นไปจากสัญญาปัจจุบัน เพื่อรักษาผู้เช่าให้อยู่นานขึ้น แม้ว่ามีแนวโน้มที่บริษัทขนาดใหญ่หลายบริษัทอาจจะย้ายออกจากอาคารสำนักงานปัจจุบันเพื่อเข้าไปอยู่ในอาคารสำนักงานใหม่ที่อยู่ในโครงการมิกซ์-ยูสขนาดใหญ่

อีกหนึ่งการปรับตัวของเจ้าของอาคารสำนักงานในปัจจุบันคือ การปรับปรุงอาคารสำนักงานของตนเองให้ระบบต่างๆ ภายในอาคารมีความทันสมัยมากขึ้น และรองรับความต้องการของผู้เช่าที่แตกต่างจากในอดีต นอกจากนี้สิ่งที่จะมีผลต่อการขยายตัวของตลาดอาคารสำนักงานคือ การที่เส้นทางรถไฟฟ้าต่อขยายออกไปทั่วกรุงเทพมหานครมากขึ้น ผู้ประกอบการ เจ้าของที่ดินหลายรายมีการพัฒนาอาคารสำนักงานในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างมากขึ้นในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้มากมายเมื่อเทียบกับพื้นที่อาคารสำนักงานในทำเลอื่นๆ

ตลาดพื้นที่ค้าปลีกชะลอตัว

ธุรกิจพื้นที่ค้าปลีกเป็น 1 ในธุรกิจที่โดนเทคโนโลยีกดดันทั้งทางตรงและทางอ้อม การซื้อสินค้าของคนในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า หรือโครงการพื้นที่ค้าปลีกรูปแบบต่างๆ แล้ว ร้านค้าหรือแบรนด์สินค้าต่างๆ ที่เป็นผู้เช่าพื้นที่ในโครงการพื้นที่ค้าปลีกรูปแบบต่างๆ มีการลดขนาดร้านค้าของตนเองหรือปิดร้านค้าในโครงการพื้นที่ค้าปลีกไปเลย แล้วมุ่งทำการตลาดออนไลน์เพียงอย่างเดียว หรือจำเป็นต้องปิดร้านค้าเพราะรายได้ลดลงต่อเนื่อง ผู้ประกอบการเจ้าของโครงการพื้นที่ค้าปลีกรายใหญ่เองก็มีการรุกเข้าสู่ตลาดออนไลน์มากขึ้นรวมไปถึงการร่วมมือกับแพลตฟอร์มขนาดใหญ่จากต่างประเทศที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย พื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบ ณ สิ้นปี 2562 มีทั้งหมดประมาณ 8.451 ล้านตารางเมตร และอีกมากกว่า 1.125 ล้านตารางเมตรมีกำหนดแล้วเสร็จในระหว่างปี 2563–2565

ตลาดพื้นที่ค้าปลีกมีแนวโน้มการขยายตัวลดลงในอนาคต ผู้ประกอบการพยายามจับกำลังซื้อในกลุ่มของนักท่องเที่ยวมากขึ้นทั้งการเปิดโครงการใหม่ในพื้นที่ไม่ไกลจากสนามบินทั้งสองแห่งรวมไปถึงการพัฒนาโครงการในพื้นทีเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า  และการเพิ่มร้านค้าแบรนด์เนมในศูนย์การค้าที่อยู่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า แม้ว่าอัตราการเช่าพื้นที่ในตลาดพื้นที่ค้าปลีกจะยังคงสูงกว่า 93% แต่ในอนาคตมีแนวโน้มที่อาจจะลดลงโดยเฉพาะโครงการคอมมูนิตี้มอลล์หรือโครงการพื้นที่ค้าปลีกที่ขาดการประชาสัมพันธ์หรือไม่มีกิจกรรมต่อเนื่อง

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือ REIT เป็นช่องทางในการระดมทุน

ผู้ประกอบการหลายรายในประเทศไทยนำทรัพย์สินของตนเองที่เป็นอาคารสำนักงาน โรงแรม โครงการพื้นที่ค้าปลีก เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ โกดัง โรงงานให้เช่า ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้าเข้า REIT เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายหน่วยลงทุนใน REIT ในขยายการลงทุนต่อไป เนื่องจาก REIT เป็นรูปแบบการระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์และสามารถระดมทุนได้ในต่างประเทศซึ่งการลงทุนใน REIT เป็นรูปแบบการลงทุนที่นักลงทุนรายย่อยและสถาบันให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลตอบแทนที่ได้รับนั้นค่อนข้างสูง อีกทั้งความเสี่ยงยังไม่มากเมื่อเทียบกับหุ้นรายบริษัท กอง REIT ในประเทศไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต คือ กอง REIT อาคารสำนักงานเพราะมีโครงการอาคารสำนักงานและมิกซ์-ยูสขนาดใหญ่ที่

มีอาคารสำนักงานเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่มีแนวโน้มจากขายอาคารสำนักงานของตนเองเข้ากอง REIT เพื่อระดมทุนไปขยายการลงทุนต่อไป อีกทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงของเจ้าของโครงการด้วย เพราะพวกเขาได้รับเงินลงทุนกลับคืนมาแล้วเมื่อขายทรัพย์สินเข้า REIT ดังนั้น REIT ในประเทศไทยจึงมีการขยายตัวต่อเนื่องมูลค่ารวมหลายหมื่นล้านบาทไปแล้ว และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อเนื่องต่อไปอีกหลายปี แต่เมื่อเทียบกับมูลค่า REIT ในหลายประเทศแล้ว มูลค่า REIT ในประเทศไทยยังถือว่าน้อยมากและยังมีช่องทางให้ขยายตัวได้อีกมากในอนาคต

บทสรุป

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2563 อาจจะเป็นอีกปีที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเฝ้าระวังและจับตามองตลาดโดยเฉพาะในส่วนของกำลังซื้อในตลาดที่อยู่อาศัยให้ชัดเจน เพราะกำลังซื้อของคนไทยไม่ได้มีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นซึ่งสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่มีแนวโน้มการขยายตัวไม่แตกต่างจากปี 2562 อีกทั้งเรื่องภายนอกประเทศที่มีผลต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ อเมริกาที่แม้ว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2562 แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังต่อไปเพราะมีผลต่อกำลังซื้อของคนจีน และค่าเงินหยวน การแข็งค่าของค่าเงินบาทไทยมีผลโดยตรงต่อการส่งออกซึ่งค่อนข้างอ่อนไหวในเรื่องนี้ และการท่องเที่ยวที่ในช่วงครึ่งแรกของปี2562 จะมีจำนวนนักท่องไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้ แต่พอเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี 2562 ก็ปรากฏว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและมากกว่าปีที่ผ่านมาทั้งในเรื่องของจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ แต่สิ่งที่ต้องจับตามองเพิ่มเติมคือเรื่องความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ อเมริกาและอิหร่านที่ต้องดูในระยะยาวว่าความขัดแย้งนี้จะทวีความรุนแรงมากขึ้นหรือว่ายืดเยื้อหรือไม่ เนื่องจากปัญหานี้สร้างความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ การลงทุน การค้า และการท่องเที่ยวของทุกประเทศทั่วโลก

เกี่ยวกับ ฟีนิกซ์ฯ:

บริษัท ฟีนิกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแทนซี่ จำกัด ดำเนินธุรกิจด้านที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ให้บริการวิเคราะห์ภาพรวมและศึกษาตลาดอสังหาฯ ธุรกิจตัวแทนขาย ธุรกิจขายฝาก การจัดหาเงินทุน การร่วมลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจอื่นๆในประเทศไทย รวมถึงการทำเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (AR/VR) สำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ ด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็นหนึ่งในผู้นำด้านที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือในประเทศไทย โดยมี ดร.ปฏิมา จีระแพทย์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ และคุณสุรเชษฐ์ กองชีพ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ

เว็บไซต์    :  www.phoenixproperty.co.th

Facebook :  facebook.com/phoenixpropertythailand

Twitter   :   twitter.com/ThePhoenixTH

YouTube :   Phoenix Property Thailand Channel

 

 

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง